นิทานสุภาษิตจีนที่ “เรียนไทยได้จีน” จะนำเสนอในฉบับนี้คือ 一木难支/一木難支yī mù nán zhī (อี มู่ หนาน จือ) โดย คำว่า
一 yī (จิ่น) แปลว่า หนึ่ง จำนวนหนึ่ง
木 mù (หนัง) แปลว่า ไม้ ท่อนไม้ ท่อนซุง
难/難 nán (เมี่ยว) แปลว่า ยาก
支 zhī (จือ ) ในสุภาษิตนี้แปลว่า ค้ำยัน
เมื่อรวมกัน 一木难支/一木難支 หมายถึง ไม้ซุงเพียงท่อนเดียวยากที่จะค้ำยันอาคารที่กำลังถล่มลงมา มาดูตัวอย่างนิทานสุภาษิตคำนี้กัน
หยวนช่าน 袁粲 Yuán Càn เป็นคนมณฑลเหอหนาน ในยุคสมัยราชวงศ์หลิวซ่งแห่งยุคราชวงศ์เหนือและใต้ 南北朝刘宋时期 Nánběicháo liú sònɡ shíqí (หนานเป่ยเฉา หลิวซ่ง ฉือชี) บิดาของเขาเสียชีวิตตั้งแต่อายุน้อย มารดาปั่นปอและทอผ้าเลี้ยงชีพ หยวนช่านเป็นคนใฝ่เรียนและมีความสามารถตั้งแต่เล็ก ลุงของเขาซึ่งดำรงตำแหน่งผู้ว่าการเมืองอู่จุน จึงรับเขาไปเลี้ยงดู หยวนช่านไม่ทำให้ญาติ ๆ ผิดหวัง เขาตั้งใจเรียนและทำตัวดีเสมอมา จึงมีชื่อเสียงเรื่องความประพฤติตั้งแต่อายุยังน้อย เมื่อโตขึ้นก็สอบเข้ารับราชการได้สำเร็จ หยวนช่านได้รับการแต่งตั้งเป็นเสนาบดีฝ่ายบุคคลและข้าราชบริพาร เขาได้รับการเลื่อนตำแหน่งหลายครั้ง และในที่สุดก็กลายเป็นแม่ทัพฝ่ายซ้ายและเสนาบดีฝ่ายบุคคล จนได้เป็นผู้ว่าการเมืองตานหยาง แม้ว่าเขาจะมีตำแหน่งสูงและอำนาจมาก แต่เขากลับไม่หลงใหลลาภยศเหล่านั้น เขายังคงใช้ชีวิตเยี่ยงคนธรรมดา
มีเรื่องเล่าว่าครั้งหนึ่งเขาเดินเล่นอยู่ในสวนป่าจนหลงเข้าไปในสวนส่วนบุคคลของคนอื่น เจ้าของตกใจ แต่เขาทักทายและพูดคุยด้วยอย่างอบอุ่นเป็นกันเอง จนเหล่ารถม้า ทหารองครักษ์มาถึงประตู ทุกคนจึงรู้ว่าเขาคือเสนาบดีหยวนช่านผู้มีชื่อเสียง ต่อมาเมื่อสิ้นกษัตริย์องค์เดิม ในเมืองหลวงได้เกิดการกบฏแย่งชิงอำนาจขึ้น ในเวลาสถานการณ์การรบอยู่ในขั้นวิกฤต เมื่อกองทัพกบฏมาถึงประตูทิศใต้ และเหล่าแม่ทัพนายกองต่างเสียขวัญกำลังใจอย่างมาก หยวนช่านประกาศอย่างห้าวหาญต่อหน้าเหล่าแม่ทัพว่า “พวกกบฏเข้ามาใกล้แล้ว ข้าได้รับมอบหมายจากจักรพรรดิผู้ล่วงลับ ตั้งใจไว้แล้วว่าจะตอบแทนพระองค์ด้วยชีวิตของข้า วันนี้ถึงเวลาที่ข้าจะเสียสละตัวเองเพื่อประเทศชาติ!” จากนั้นเขาก็สั่งให้คนของเขานำม้าศึกมาเตรียมพร้อมรบ สีหน้าของเขาเคร่งขรึมและแน่วแน่ กระตุ้นให้เหล่าแม่ทัพทั้งหลายเกิดกำลังใจและเข้าร่วมรบ
และในที่สุดก็สามารถปราบปรามกบฏสำเร็จ หยวนช่านได้รับการแต่งตั้งใหม่หลายตำแหน่ง จนได้เป็นผู้ว่าการสำนักเลขาธิการ เสนาบดีกรมโยธาธิการ และถูกส่งไปประจำการที่เมืองฉือโถว石头城/石頭城Shítou chénɡ ในเวลานั้น เสนาบดีควบตำแหน่งเจ้าเมืองแห่งฉี เซียวเต้าเฉิง萧道成/蕭道成Xiāo Dàochénɡ ผู้มีอำนาจทางการทหารและการเมืองกำลังวางแผนลับ ๆ ที่จะยึดบัลลังก์และโค่นล้มราชวงศ์ซ่ง หยวนช่านจึงติดต่อกลุ่มข้าราชการและแม่ทัพสำคัญของราชวงศ์หลิวซ่ง และวางแผนที่จะจัดการเซียวเต้าเฉิง แต่แผนการเหล่านี้รั่วไหลออกไปถึงหูของเซียวเต้าเฉิง เซียวเต้าเฉิงจึงจับกุมและสังหารข้าราชการและทหารที่เกี่ยวข้องจำนวนมาก ในขณะเดียวกันก็ส่งกองทัพของตนไปโจมตีเมืองฉือโถว เมืองฉือโถวถูกตัดขาดและไร้ทางสู้ จึงถูกยึดครองอย่างรวดเร็ว ในคืนที่เมืองแตก หยวนช่านยืนอยู่บนหอคอยเมืองกล่าวกับหยวนจุ้ย袁最Yuán Zuì บุตรชายว่า “ข้ารู้ว่าไม้ท่อนเดียวไม่อาจหยุดยั้งอาคารใหญ่ที่พังถล่มลงได้ แต่ข้าทำเช่นนี้ด้วยเกียรติและหลักการ” ในที่สุด เหล่าแม่ทัพฝ่ายศัตรูก็บุกเข้ามาและสังหารหยวนช่านและบุตรชายของเขา
ข้อคิดจากประโยคสุภาษิตนี้
成语比喻:一个人的能力单薄,难以维持全局。
成語比喻:一個人的能力單薄,難以維持全局。
Chénɡyǔ bǐyù:Yīɡè rén de nénɡlì dānbó, nányǐ wéichí quánjú.
เฉิงยหวี่ ปี่ยวี่: อี เก้อ เหริน เตอะ เหนิงลี่ ตันปั๋ว, หนานอี่ เหวย์ฉือ เฉวียนจวี๋
สุภาษิตเปรียบว่า ความสามารถที่จำกัดของบุคคลคนเดียว ยากจะควบคุมสถานการณ์โดยรวมให้คงอยู่ (ใช้ในกรณีวิกฤต)
ประโยคตัวอย่างที่ใช้สำนวนสุภาษิตนี้ เช่น
面对国家庞大的财务漏洞,仅凭他一人之力,无疑是一木难支。
面對國家龐大的財務漏洞,僅憑他一人之力,無疑是一木難支。
Miàn duì ɡuójiā pánɡdà de cáiwù lòudònɡ, jǐn pínɡ tā yīrén zhī lì, wúyí shì yī mù nán zhī.
เมี่ยน ตุ้ย กั๋วเจีย ผางต้า เตอะ ไฉอู้ โล่วโต้ง, จิ่น ผิง ทา อีเหริน จือ ลี่, อู๋อี๋ ฉื้อ อี มู่ หนาน จือ
เมื่อการเงินการคลังของประเทศเกิดรูรั่วมากมาย จะอาศัยเขาเพียงคนเดียว คงไม่ต่างจากไม้ซุงท่อนเดียวยากที่จะค้ำยันการพังทลายของอาคารได้

ที่มาภาพ : https://gemini.google.com/app/a4313dec23ec4a65

