รบ. 292 เสียง ภท.14กระทรวง 26เก้าอี้ อนุทินติวเข้มส.ส. กำชับ 14 มี.ค.เปิดสภาห้ามขาด
เมื่อวันที่ 8 มีนาคม ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) เป็นประธานงานสัมมนา ส.ส. ผู้บริหาร และสมาชิกพรรค ภท. ภายใต้สโลแกน “พูดแล้วทำพลัส” โดยมีแกนนำพรรค ภท.เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง รวมถึงนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ที่มาร่วมเป็นวิทยากรในการปฐมนิเทศ ส.ส.ของพรรค ภท.
ทั้งนี้ นายอนุทินกล่าวปาฐกถาหัวข้อ “ถอดรหัส 192 เสียง โอกาส และความท้าทาย” ได้กล่าวต้อนรับทุกคนเข้าสู่จุดกำเนิดของพรรคภท.ว่า วันนี้เป็นการประชุมพบปะหารือสร้างความคุ้นเคยเฉพาะ ส.ส.และสมาชิกพรรค ภท. ไม่ได้เป็นการประชุมส.ส.พรรคร่วมรัฐบาล แต่เป็นการประชุมสมาชิกพรรคภท.มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นมาก จำเป็นอย่างยิ่งต้องทำความรู้จักกัน ทำให้ช่องว่างระหว่างพวกเราเกิดขึ้นน้อยที่สุด จาก 34 คน เป็น 51 คน เป็น 71 คน และเป็น 192 คน เราต้องรวมกัน ทำให้รู้จักกันมากที่สุด สิ่งที่อยากเห็นคือขอความกรุณาไม่ใช่ซีกท่านวราวุธก็นั่งกันโต๊ะนี้สุพรรณบุรี นครปฐม ท่านขิงมาโต๊ะนี้ก็ชุมพร พิษณุโลก โต๊ะพี่เฮ้ง ชลบุรี จันทบุรี ตราด เพชรบุรี ราชบุรี แต่เราต้องรวมกันให้หมด
‘ทุกคนทราบแล้วว่าวันที่ 14 มีนาคม ได้รับแจ้งเบื้องต้นว่าจะมีรัฐพิธี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดประชุมรัฐสภา วันนั้นขาดไม่ได้เลยแม้แต่คนเดียว พิธีนี้มีความสำคัญมาก ทุกอย่างจะดำเนินไปตามขั้นตอน มีการนัดประชุมสภานัดแรกเพื่อลงมติเลือกประธานสภา รองประธานสภาอีก 2 คน เมื่อมีการโปรดเกล้าฯประธานสภาคนใหม่จะนัดประชุมเพื่อเลือกนายกรัฐมนตรี และนายกฯรอโปรดเกล้าฯ และตั้งคณะรัฐมนตรี (ครม.)’นายกฯกล่าว
ผู้สื่อข่าวบรรยากาศสัมมนาพรรคภูมิใจไทย เป็นไปอย่างคึกคัก ช่วงหนึ่งได้จัดกิจกรรมละลายพฤติกรรม โดยแบ่ง ส.ส.ทุกช่วงวัย เป็นกลุ่มตามชื่อสัตว์ โดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี อยู่กลุ่มหนู ร่วมกับ ส.ส.ของพรรค ร่วมเต้น ร่วมทำกิจกรรม ก่อพีระมิดจากแผ่นฟิวเจอร์บอร์ด เพื่อสร้างความสัมพันธ์ของ ส.ส.พรรค ที่มีหลายช่วงวัย ให้เป็นหนึ่งเดียวกัน
ผู้สื่อข่าวถามว่า การจัดตั้งรัฐบาลจะชัดเจนในการสัมมนาของพรรคภท.ในครั้งนี้หรือไม่ นายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภท. กล่าวว่า ค่อนข้างที่จะชัดเจนแล้ว แต่เรื่องนี้ตนขอให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) เป็นผู้แถลงอย่างเป็นทางการดีกว่า ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า การตั้งรัฐบาลตกผลึกแล้วใช่หรือไม่ นายไชยชนก กล่าวว่า น่าจะตกผลึก 99.99 % ก่อนระบุว่า การเมืองเปลี่ยนแปลงได้เสมอ จึงขอเว้นไว้ 0.1%
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายในงานสัมมนา สส. พรรคภูมิใจไทย 192 สส. คณะกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) ได้นำรายชื่อของบุคคลเหมาะสมจะเป็นรัฐมนตรี เพื่อนำเสนอนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค โดยมีจำนวนเยอะกว่าเก้าอี้รัฐมนตรี เพื่อให้หัวหน้าพรรคคัดเลือก และนำรายชื่อส่งสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีนำไปตรวจสอบผ่าน 9 หน่วยงาน
ล่าสุด พรรคภูมิใจไทย จะได้เก้าอี้รัฐมนตรี 26 ตำแหน่ง อาจพิจารณาตามความเหมาะสมอีกครั้ง แต่จะดูแลครอบคลุม 14 กระทรวง ได้แก่ มหาดไทย กลาโหม คมนาคม รัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ท่องเที่ยวและกีฬา อุตสาหกรรม ต่างประเทศ คลัง พาณิชย์ พลังงาน ยุติธรรม วัฒนธรรม และรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
แบ่งเป็นโควตานายอนุทิน 5 ตำแหน่ง คือ นายอนุทินควบเก้าอี้มหาดไทย นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกฯและรมว.ต่างประเทศ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯและรมว.คลัง นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกฯและรมว.พาณิชย์ และนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกฯ
ขณะที่โควต้ากลุ่มบ้านใหญ่ ปรากฏชื่อนายทรงศักดิ์ ทองศรี นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ นายไชยชนก ชิดชอบ นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ นายภราดร ปริศนานันทกุล นายสุชาติ ชมกลิ่น นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ นายวราวุธ ศิลปอาชา นางสาวศุภมาส อิศรภักดี นายนภินทร ศรีสรรพางค์ และนายพัฒนา พร้อมพัฒน์
นอกจากนี้ กลุ่มเลือดแท้ทำงานให้กับพรรคภูมิใจไทยมาตลอด ปรากฏชื่อนายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ สส.อุทัยธานี นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ สส.ศรีสะเกษ นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย สส.อุบลราชธานี นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ สส.สตูล นางสุขสมรวย วันทนียกุล สส.อำนาจเจริญ และนายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ สส.พิจิตร
ขณะที่ตำแหน่งประธานสภาชัดเจนแล้วคือ นายโสภณ ซารัมย์ ส่วนรองประธาน สภาคนที่หนึ่งเป็นโควตาของพรรคภูมิใจไทย แต่ได้มอบหมายให้สส.ภาคใต้ ตกลงคัดเลือกกันอีกครั้ง
ขณะที่โควตาพรรคร่วมคือ พรรคเพื่อไทยจะได้ 8 คน 9 ตำแหน่ง พรรคเพื่อไทยส่งรายชื่อผู้เหมาะสมเป็นรัฐมนตรีมาเกินกว่าโควตาเช่นกัน พรรคภูมิใจไทยให้อำนาจเพื่อไทยคัดเลือกบุคคลเหมาะสม โดยไม่ได้กำหนดหลักเกณฑ์ว่าจะต้องเป็นคนรุ่นใหม่หรือเป็นคนรุ่นเก่า แต่ต้องยึดตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ
ประกอบด้วยรองนายกรัฐมนตรีควบคู่ตำแหน่งรมว.เกษตรและสหกรณ์ กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม กระทรวงแรงงาน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และรัฐมนตรีช่วย 3 ตำแหน่ง และรองประธานสภาคนที่ 2 ยังไม่ได้ข้อสรุป
ขณะที่พรรคพลังประชารัฐ ได้โควตารัฐมนตรี 1 ตำแหน่งคือ นางตรีนุช เทียนทอง ส่วนพรรคเล็ก 1-2 เสียง จะไม่ได้ตำแหน่งรัฐมนตรีต่อรอง เพราะพรรคภูมิใจไทยไม่ต้องการรวมเสียงหรือตั้งมุ้ง ส่วนตำแหน่งรมว.กลาโหมจะเป็นการเคาะตำแหน่งท้ายสุด จะรอดูสถานการณ์ในโค้งสุดท้าย
สำหรับโผครม.อนุทิน2 เสร็จสมบูรณ์ทันทีที่มีการโหวตนายอนุทินเป็นนายกรัฐมนตรีเรียบร้อยแล้ว และการจัดครม.ครั้งนี้สอดรับกับยุทธศาสตร์ของพรรคต้องการวางคนให้เหมาะกับงาน ต้องจัดแต่ละกระทรวงทำงานสอดคล้องเป็นเนื้อเดียวกันขึ้นตรงกับนายกฯ ไม่ใช่ต่างคนต่างทำอย่างรัฐบาลต่าง ๆ ที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตามแน่ชัดแล้วว่า รัฐบาลพรรคภูมิใจไทยแกนนำจะมี 292 เสียง ประกอบด้วย พรรคภูมิใจไทย พรรคเพื่อไทย พรรคพลังประชารัฐพรรคประชาชาติ และพรรคเล็ก โดยไม่มีพรรคกล้าธรรม พรรคประชาธิปัตย์ และพรรคไทรวมพลัง

