หน้าแรก Uncategorized บ้านยอด จ.น่า...

บ้านยอด จ.น่าน ต้นแบบพัฒนาตามแนวพระราชดำริ หมู่บ้าน100ปีชาตกาล ร.9

17.03.26 | 16:48 น.

ปิดทองหลังพระ ชู บ้านยอด จ.น่าน ต้นแบบพัฒนาตามแนวพระราชดำริ หมู่บ้าน100ปีชาตกาล ร.9 พลิกฟื้น น้ำสมบูรณ์ ดินดี มีมะนาวตาฮิติ

เมื่อวันที่ 17 มีนาคม นายกฤษฎา บุญราช ประธานกรรมการสถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ ได้นำคณะผู้บริหารสถาบัน ติดตามงานพื้นที่ต้นแบบบูรณาการ การพัฒนาตามแนวพระราชดำริในวาระเทิดพระเกียรติ 100 ปีชาตกาล พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่บ้านยอด หมู่ที่ 2ตำบลยอด อำเภอสองแคว จังหวัดน่าน

สำหรับบ้านยอดก่อนมูลนิธิปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ จะเข้าไปในพื้นที่ปี 2552 พบว่าชาวบ้านประสบปัญหาภาวะหนี้สิน โดย 423 คนมีหนี้รวมกันถึง 9.9 ล้านบาท

Advertisement

คนในหมู่บ้านขาดแคลนน้ำเพื่อการเกษตรเนื่องจากน้ำผิวดินไหลเข้าสู่พื้นที่ไม่ทัน ได้ซึมลงใต้ดินหรือเรียกว่าน้ำมุดก่อนถึงชุมชน ส่งผลให้น้ำเพื่อการเกษตรไม่พอ

หน้าแล้งไม่มีน้ำ แม้จะมีฝายอยู่เดิมแต่ชำรุด ทั้งนี้พื้นที่ดังกล่าวเป็นต้นน้ำแม่น้ำน่าน ที่ไหลมา 60 % รวมเป็นแม่น้ำเจ้าพระยา

สภาพพื้นที่ป่าถูกบุกรุกจากการปลูกพืชเชิงเดี่ยวโดยเฉพาะข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ อีกทั้งมีการใช้สารเคมียาวนาน ทำให้ดินเสื่อมสภาพ มีความเป็นกรดสูง ส่งผลให้ผลผลิตตกต่ำ รายได้ลด

ต่อมามูลนิธิปิดทองหลังพระฯ และมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงในพระบรมราชูปถัมภ์ได้นำแนวพระราขดำริและหลัก “ เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” มาใช้ทำงาน มีการจัดตั้งคณะทำงานระดับจังหวัดเพื่อบูรณาการทำงานร่วมกันทุกภาคส่วน ชาวบ้านมีความพร้อมไม่ต่ำกว่า 70% ได้คัดเลือกอาสาพัฒนาหมู่บ้านเพื่อเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงและประสานงานแล้วได้ศึกษาปัญหาของหมู่บ้านจนพบปัญหาจริงและศักยภาพของชุมชนหลังจากนั้นได้ทำแผนพัฒนาโดยยึดหลักร่วมสละแรงงานไม่จ้างเหมาแล้วร่วมกันพัฒนาแหล่งน้ำโดยปรับปรุงฝายเดิม วางระบบท่อกระจายน้ำ ทำให้แก้ปัญหาน้ำมุดได้

มีการปรับปรุงดินเพาะปลูก ด้วย ปุ๋ยพืชสด ใช้สารชีวพันธุ์ และขุดนาขึ้นมาใหม่ ทำให้ผลผลิตข้าวจาก 420กิโลกรัม/ไร่ เป็น 640กิโลกรัม/ไร่ภายในปีเดียว

ต่อมามีการต่อยอดให้ชาวบ้านปลูกพืชหลังนา รวมถึงผักสวนครัว และยังปลูกพืชเศรษฐกิจที่สร้างมูลค่าสูง อาทิ ข้าวก่ำลืมผัวยึดหลักการ “ตลาดนำการผลิต” และประสานบริษัท ที่มีจิตสำนึกในการพัฒนาไม่เอาเปรียบเกษตรกร เรียกว่า “พ่อค้าคุณธรรม” มารับซื้อผลผลิตโดยตรงจากชาวบ้าน

นอกจากนี้ มูลนิธิ ปิดทองหลังพระฯและมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯได้ร่วมกันปลูกป่า เพื่อลดไฟป่าโดยนำ “โมเดลดอยตุง” มาประยุกต์ใช้ ทำให้พื้นที่ป่าเพิ่มขึ้น 71% แก้ปัญหาไฟป่าได้

ก่อนปี 2556 ไฟป่าทำลายพื้นที่ถึง 7,290 ไร่แต่หลังจากปลูกป่าไม่เคยเกิดอีกเลย และชุมชนได้ตั้งคณะกรรมการดูแลป่า เพื่อลาดตระเวน ปรับเงินผู้บุกรุก และให้ผู้บุกรุกปลูกป่าทดแทน หากไม่ปฏิบัติก็จะส่งเรื่องให้หน่วยงานรัฐดำเนินการตามกฎหมาย ที่สำคัญยังตั้ง “กองทุนดูแลป่า”เพื่อใช้ในการป้องกันไฟป่าด้วย

และได้วางกติการ่วมกันว่า ถ้าไฟไหม้ป่าชาวบ้านจะต้องโดนปรับไร่ละ 500 บาท แต่ถ้าไฟไม่ไหม้ทางปิดทองหลังพระจะจ่ายให้ชาวบ้านไร่ละ 10 บาท

คณะผู้บริหารสถาบันได้ไปดูงานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้ปลูกมะนาวบ้านยอดและดูแปลงมะนาวตัวอย่างด้วย

การปลูกมะนาวที่นี่เกิดขึ้นหลังระบบน้ำสมบูรณ์ ชาวบ้านจึงปลูก “มะนาวตาฮิติ” ตอนแรกมีปัญหาพ่อค้าคนกลางกดราคา ชาวบ้านจึงรวมตัวกันตั้งวิสาหกิจชุมชนผู้ปลูกมะนาวบ้านยอด แต่ยังไม่ประสบความสำเร็จ

ต่อมาได้รับการ สนับสนุน จากเกษตรกรอำเภอสองแคว จ.น่านและ โครงการปิดทองหลังพระฯ ทำให้ผลผลิตดีขึ้นและกำไรมากขึ้น ปลูก 589 ไร่ จึงจดทะเบียนวิสาหกิจชุมชนใหม่ รวมทุนได้ 52,400 บาท ผ่านการถือหุ้น ๆละ 100 บาท

แม้บางครั้งจะเจอปัญหาเชื้อราในแปลงมะนาว แต่กลุ่มก็ไม่ยอมแพ้ จนพัฒนาได้มาตรฐานเกษตรปลอดภัย หรือ “จีเอพี” และได้ส่งมะนาวตาฮิติขายให้บริษัทสยามแม็คโคร จำกัด สร้างรายได้ให้ปี 2568 อยู่ที่ 7.8 ล้านบาทมีกำไร 1.1 ล้านบาท

ยังได้ปลูกมะนาวในช่วงฤดูแล้ง ถึงผลผลิตจะน้อยแต่ ขายได้ราคาสูง ริเริ่มทดลองปลูกไว้ตั้งแต่ปี 2566 โดยทาง สถาบันปิดทองหลังพระได้ประสานกับมหาวิทยาลัยแม่โจ้และสถานีพัฒนาที่ดินน่าน มาให้องค์ความรู้ มีเกษตรกร18 รายร่วมด้วย

นายภูมินทร์ ใจมั่น อายุ 58 ปี ราษฎรชาวบ้านยอด กล่าวว่า เคยเป็นผู้บริหารท้องถิ่นแล้วต่อมาได้ย้ายออกจากหมู่บ้านไปอยู่กรุงเทพฯเมื่อปี 2557 เพิ่งกลับมาได้หนึ่งเดือนที่ผ่านมา เห็นความแตกต่างชัดเจน เมื่อก่อนชาวบ้านยากจน ปลูกแต่ข้าวโพด แต่ตอนนี้มีน้ำอุดมสมบูรณ์ ชาวบ้านมีรายได้ จากการปลูกมะนาว โกโก้ มีเงินใช้ ที่คอมีทองแขวน ดังนั้นต่อไปถ้ามีปัญหาอะไรชาวบ้านก็ช่วยกันแก้ ขอบคุณที่มาเยี่ยม และหวังว่าจะมาเยี่ยมเรื่อยๆ