หน้าแรก Uncategorized อัครนันท์ ลุย...

อัครนันท์ ลุยปรับแผนงบสร้างโรงอาหาร ท่าลี่วิทยา หลังครู-นักเรียนรอมานานกว่า 30 ปี ย้ำเด็กต้องมีที่กินข้าว-อาคารเรียนไร้ปลวก

9.05.26 | 20:44 น.

อัครนันท์ ลุยปรับแผนงบสร้างโรงอาหาร ท่าลี่วิทยา หลังครู-นักเรียนรอมานานกว่า 30 ปี ย้ำเด็กต้องมีที่กินข้าว-อาคารเรียนไร้ปลวก

เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วย น.ส.ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ และ นายปารมี ไวจงเจริญ คณะทำงาน เดินทางลงพื้นที่จังหวัดเลย เพื่อติดตามและแก้ไขปัญหาสถานศึกษาที่ประสบอุบัติภัยและมีอาคารเรียนชำรุดทรุดโทรม โดยมีนายชัยพจน์ จรูญพงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย พร้อมด้วยผู้บริหารการศึกษาในพื้นที่ให้การต้อนรับและร่วมรายงานสถานการณ์ ณ โรงเรียนบ้านนาค้อ อ.ปากชม และโรงเรียนบ้านไร่สุขสันต์ อ.ภูหลวง จ.เลย

​นายอัครนันท์ กล่าวว่า จากการตรวจจุดแรกที่โรงเรียนบ้านนาค้อ อาคารพังเสียหายจากพายุ หากรองบประมาณปกติต้องใช้เวลา 16 เดือน ซึ่งจะทำให้นักเรียนไม่มีที่เรียน จึงจะเร่งผลักดันหางบประมาณมาช่วยเหลือเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของนักเรียนและครูโดยด่วน นอกจากนี้ตนได้ใช้พื้นที่โรงอาหารร่วมทานข้าวและรับฟังปัญหาจากอีก 2 โรงเรียน ได้แก่ โรงเรียนบ้านใหม่ที่ต้องการงบปรับปรุงโรงอาหาร และโรงเรียนท่าลี่วิทยา ซึ่งเป็นสถานศึกษาระดับมัธยมศึกษาแห่งเดียวในพื้นที่ แต่ประสบปัญหาขาดแคลนโรงอาหารมานานถึง 30 ปี

Advertisement

ปัจจุบันทางโรงเรียนต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้า โดยใช้พื้นที่ใต้ถุนอาคารเรียนมาเป็นโรงอาหารชั่วคราว ซึ่งรองรับได้ไม่เกิน 200 ที่นั่ง ไม่เพียงพอต่อจำนวนนักเรียนและครูที่มีรวมกว่า 900 คน โดยตนได้รับเรื่องและแนะแนวทางปรับแผนของบประมาณเพื่อให้สามารถอนุมัติได้ง่ายและรวดเร็วที่สุด

​จากนั้นนายอัครนันท์เดินทางไปตรวจสอบอาคารเรียนไม้แบบ ป.1 ฉ.ของโรงเรียนบ้านไร่สุขสันต์ ที่ประสบปัญหาปลวกกัดกินโครงสร้างจนผุพัง และเสี่ยงต่ออันตรายของนักเรียนและครู ซึ่งทางกระทรวงฯ ได้เตรียมจัดสรรงบประมาณซ่อมแซมเพื่อปรับเปลี่ยนโครงสร้างอาคารให้เป็นวัสดุที่แข็งแรงทนทาน ช่วยตัดวงจรปัญหาและลดภาระการซ่อมบำรุงในระยะยาว

​”ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการได้มอบอำนาจให้ผม ลงพื้นที่มาดูความเดือดร้อนและความเป็นอยู่ของนักเรียน และบุคลากรทางการศึกษาเพื่อกระทรวงศึกษาฯ จะได้จัดการงบประมาณที่เหมาะสมมาสนับสนุนได้ สิ่งสำคัญที่สุดคือนักเรียนและครูต้องมีพื้นที่ปลอดภัยทันเปิดเทอม การซ่อมแซมโครงสร้างต้องทำให้แข็งแรง มั่นคง เพื่อแก้ปัญหาในระยะยาว ไม่ต้องซ่อมแซมซ้ำซาก เพื่อให้การใช้งบประมาณแผ่นดินเกิดความคุ้มค่า และแก้ปัญหาให้ประชาชนได้ทันท่วงที” นายอัครนันท์ กล่าว