หน้าแรก Uncategorized จากรากเหง้าซั...

จากรากเหง้าซัวเถา…สู่หัวใจแห่งการให้ พัฒน์พงศ์ ตั้งปกรณ์ สืบทอดศรัทธาไทย-จีน

11.07.26 | 11:37 น.

จากรากเหง้าซัวเถา…สู่หัวใจแห่งการให้
พัฒน์พงศ์ ตั้งปกรณ์
สืบทอดศรัทธาไทย-จีน

บนถนนสายธุรกิจ มีคนจำนวนไม่น้อยที่ประสบความสำเร็จ แต่มีไม่กี่คนที่เลือกใช้ “ความสำเร็จ” นั้นสร้างประโยชน์กลับคืนสู่สังคมอย่างต่อเนื่อง สำหรับ “พัฒน์พงศ์ ตั้งปกรณ์” ชื่อของเขาอาจไม่คุ้นหูคนทั่วไปนัก เพราะไม่ใช่บุคคลที่ชอบอยู่ใต้แสงไฟของสื่อ แต่ในแวดวงสังคมไทย-จีน และงานสาธารณกุศล หลายคนรู้จักเขาในฐานะที่ปรึกษา “สมาคมสวัสดิการนักหนังสือพิมพ์จีน”

ผู้อยู่เบื้องหลังการขับเคลื่อนงานเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง ด้วยความเชื่อว่าการลงมือทำย่อมมีความหมายมากกว่าการประกาศให้ใครรับรู้

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา “พัฒน์พงศ์” ทำหน้าที่เป็นผู้ประสานความร่วมมือระหว่างนักธุรกิจและผู้บริหารระดับสูงของประเทศไทยและจีน ควบคู่กับการสนับสนุนกิจกรรมสาธารณกุศลในหลากหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นการบริจาคเงินเพื่อจัดซื้อเครื่องมือแพทย์ สนับสนุนโรงพยาบาล การสร้างโอกาสทางการศึกษา หรือการช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสผ่านองค์กรสาธารณประโยชน์ต่างๆ ปี 2568 บริจาคเงิน จำนวน 500,000 บาท ให้กับมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เพื่อใช้ทำงานสาธารณกุศลต่างๆ ล่าสุด บริจาคเงินร่วมสร้าง “ศาลเจ้าไต้ฮงกงหยกขาว เฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา” งานเหล่านี้ไม่ใช่สิ่งที่เพิ่งเริ่มต้นในรุ่นของเขา หากแต่เป็นการสืบทอดเจตนารมณ์ของครอบครัว “ตั้งปกรณ์” ที่ยึดมั่นในคุณค่าของ “การให้” มาอย่างยาวนาน เพื่อเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างชุมชนชาวไทยเชื้อสายจีน กับเมืองซัวเถา บ้านเกิดของบรรพบุรุษ ให้ยังคงแข็งแรงและเติบโตต่อไป

รากเหง้าที่ผูกพันกับเมืองซัวเถา

Advertisement

ครอบครัว “ตั้งปกรณ์” เป็นชาวไทยเชื้อสายจีนแต้จิ๋ว มีบรรพบุรุษอพยพมาจากเมืองซัวเถา มณฑลกวางตุ้ง หนึ่งในเมืองต้นกำเนิดของชาวจีนโพ้นทะเลจำนวนมากที่เดินทางมายังประเทศไทยเมื่อหลายสิบปีก่อน สำหรับครอบครัวนี้ “ซัวเถา” ไม่ได้เป็นเพียงบ้านเกิดของบรรพบุรุษ หากยังเป็นรากฐานของแนวคิดที่เชื่อว่า เมื่อได้รับโอกาสจากสังคมแล้ว ก็ควรส่งต่อโอกาสนั้นกลับคืนให้กับผู้คนเช่นเดียวกัน

ขณะที่นามสกุล “ตั้งปกรณ์” มีรากฐานมาจาก “แซ่ตั้ง” ซึ่งเป็นหนึ่งในตระกูลสำคัญของชาวจีนแต้จิ๋ว บุคคลสำคัญของครอบครัวคือ คุณพ่อ “นรรัตน์ ตั้งปกรณ์” หรือที่คนในแวดวงไทย-จีนรู้จักกันในชื่อ “ตั้งซีเฮี้ยง” ตลอดช่วงเวลาที่ยังมีชีวิตอยู่ ตั้งซีเฮี้ยงมีบทบาทสำคัญในองค์กรของชุมชนชาวไทยเชื้อสายจีน ทั้งในฐานะอดีตนายกสมาคมสวัสดิการนักหนังสือพิมพ์จีน และอดีตอุปนายกหอการค้าไทย-จีน ทำหน้าที่เชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างภาคธุรกิจ องค์กรสาธารณกุศล และสังคมไทยอย่างต่อเนื่อง

ในยุคที่ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยกับจีนยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการพัฒนา ตั้งซีเฮี้ยงถือเป็นหนึ่งในผู้มีบทบาทในการสร้างความเข้าใจและเชื่อมโยงเครือข่ายของชาวจีนโพ้นทะเลกับสังคมไทย โดยยึดหลักใช้เครือข่ายที่มีอยู่เพื่อสร้างประโยชน์แก่ส่วนรวม มากกว่าการสร้างผลประโยชน์ให้ตนเอง

กับรูปคุณพ่อ“ตั้งซีเฮี้ยง”(ขวาบนสุด) ใน The Chaoshan Intangible Cultural Heritage Exhibition Centre

ส่งต่อ ‘การให้’

“พัฒน์พงศ์” เติบโตขึ้นท่ามกลางการเห็นบิดาอุทิศเวลาให้กับงานสังคม จึงซึมซับความคิดเรื่องการแบ่งปันโดยไม่ต้องมีใครบอกสอน “คุณพ่อผมเป็นคนรักชาติ ตอนที่หนีมาเมืองไทยไม่มีอะไรเลย แต่พอมีฐานะขึ้นมาก็พร้อมจะกลับไปช่วยเหลือ จีนเปิดประเทศปี 1978 (พ.ศ.2521) ภายใต้การนำของ เติ้ง เสี่ยวผิง ประมาณปี 1998 (พ.ศ.2521) พ่อผมอยากกลับไปไหว้อากง คือปู่ ที่ซัวเถา ไปลำบากมาก ไม่เหมือนทุกวันนี้ ต้องผ่านไปทางฮ่องกงนั่งเครื่องบินใบพัดมาลงที่เมืองกวางเจา เหมารถตู้ไปซัวเถา ใช้เวลาหนึ่งคืน ประมาณสิบชั่วโมง ถนนตอนนั้นเป็นลูกรัง โรงแรมก็เป็นโรงแรมจิ้งหรีดแต่ก็ถือว่าดีที่สุดแล้ว หมอนเนี่ยข้างในยัดด้วยฟางข้าว เข้าห้องน้ำต้องเอากระบอกไฟฉายไปตั้งไว้แล้วเปิดเพื่อให้แสงสว่าง ไปไหนมาไหนคนก็มามุงกัน ขอทานเต็มไปหมด ดึงแขนดึงเสื้อ ตอนนั้นพ่อผมไปกับคุณชาตรี (โสภณพนิช) นายห้างชินก็ไปด้วย ผมเองสัก 10 ขวบได้ พ่อผมกับคุณชาตรีเป็นคนอยู่หมู่บ้านเดียวกัน กลับไปก็ไปช่วยบริจาคเงินให้โรงพยาบาล ไปสร้างโรงเรียน สร้างสวนสาธารณะ จากนั้นบริจาคเงินมาเรื่อย ทำงานกุศลมาเรื่อย และพานักหนังสือพิมพ์จีนไปช่วยเขียน ช่วยโฆษณา ดึงพวกพ่อค้าจีนต่างๆ เข้าไปช่วยกันพัฒนา” เล่าพร้อมนึกภาพความทรงจำเมื่อวันวาน

พัฒน์พงศ์เล่าต่อว่า ด้วยความที่พ่ออยากเห็นซัวเถาเจริญจึงไปซื้อเรือกลไฟมือสองจากสวีเดนมาทำธุรกิจเรือ วิ่งระหว่างฮ่องกง-ซัวเถาร่วมกับเฮงเชียงทัวร์ (ที่เยาวราช) รับส่งคนจีนจากไทย ตั้งแต่นั้นมาความเจริญหลั่งไหลเข้าไปในซัวเถาเรื่อยๆ อาทิ ตระกูลโสภณพนิชไปตั้งธนาคารกรุงเทพ เกิดห้างสรรพสินค้า ซุปเปอร์มาร์เก็ต โรงแรม เป็นต้น “…พ่ออยากให้ซัวเถาเจริญ ไม่ได้คิดหากำไรอะไร คือเขารู้สึกว่าตอนออกจากประเทศไปไม่มีอะไรเลย แต่ตอนกลับมานี่รู้สึกภูมิใจว่าได้กลับมาช่วยบ้านเกิด นี่คือความคิดของพ่อผม…”

คุณูปการนี้ของนรรัตน์ หรือตั้งซีเฮี้ยง ทำให้ The Chaoshan Intangible Cultural Heritage Exhibition Centre หรือศูนย์นิทรรศการมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้แห่งแผ่นดินแต้จิ๋ว ซึ่งรวบรวมวัฒนธรรมดั้งเดิมของชาวแต้จิ๋วและบุคคลที่มีชื่อเสียง ได้นำรูปของนรรัตน์ไปติดตั้งไว้เพื่อเป็นเกียรติยศ

รายชื่อบุคคลทำคุณประโยชน์ให้ซัวเถาและผู้มีชื่อเสียง

จากเจตนารมณ์เดิมของคุณพ่อ “พัฒน์พงศ์” ยังคงสานต่อความผูกพันกับองค์กรสาธารณกุศลที่ครอบครัวตั้งปกรณ์สนับสนุนมาอย่างยาวนาน ทั้งมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง โรงพยาบาลและองค์กรการกุศลอีกหลายแห่ง ผ่านการสนับสนุนด้านงบประมาณ อุปกรณ์ทางการแพทย์ และกิจกรรมเพื่อสาธารณประโยชน์ ส่งเสริมการแสดงอุปรากรจีน (งิ้ว) ศาลเจ้าต่างๆ นอกจากนี้ ครอบครัวตั้งปกรณ์ยังให้ความสำคัญกับการศึกษา โดยร่วมสนับสนุนการสร้างโรงเรียนและพัฒนาสถานศึกษา ทั้งในประเทศไทยและเมืองซัวเถา ด้วยความเชื่อว่าการศึกษาคือรากฐานของการพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน เขากล่าวน้ำเสียงหนักแน่น “เป็นมรดกที่รับมาก็ต้องทำต่อไป…”

หลายครั้ง ความช่วยเหลือเหล่านี้เกิดขึ้นอย่างเงียบๆ โดยไม่จำเป็นต้องมีพิธีการใหญ่โต เพราะสำหรับเขา ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นกับผู้ได้รับความช่วยเหลือ คือรางวัลที่มีค่าที่สุด

สะพานเชื่อมไทย-จีนในยุคใหม่

โลกธุรกิจในปัจจุบันเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว แต่สิ่งหนึ่งที่ยังคงมีความสำคัญเสมอ คือความสัมพันธ์อันดีระหว่างผู้คน

ล่าสุดร่วมบริจาคให้“ศาลเจ้าไต้ฮงกงหยกขาว เฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา”

บทบาทหนึ่งของพัฒน์พงศ์ คือการประสานความร่วมมือระหว่างนักธุรกิจไทยและจีน รวมถึงการสร้างเครือข่ายระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และองค์กรต่างๆ ผ่านเครือข่ายครอบครัวและการทำงานด้านสังคม-การกุศล ร่วมกับกลุ่มชาวไทยเชื้อสายจีนในไทย เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนความรู้ การลงทุน และความร่วมมือในหลากหลายมิติ โดยเฉพาะกับเมืองซัวเถา บ้านเกิดของบรรพบุรุษ ซึ่งมีการเชื่อมโยงผ่าน “สมาคมสวัสดิการนักหนังสือพิมพ์จีน” ที่ปัจจุบันนี้ “นวลพรรณ ตั้งปกรณ์” คุณแม่ของพัฒน์พงศ์เป็นนายกสมาคมอยู่ ส่วนตัวเขาเองนั้นทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษา

“…ทางการจีนเขาให้ความสำคัญกับสมาคมมาก ให้คุณแม่ผมสืบสานต่อยอดจากคุณพ่อ มันเป็นเรื่องของความผูกพันที่เรียกว่า ‘ก่ำเช้ง’ ประเทศจีนหนังสือพิมพ์ถือว่าใหญ่มาก ตำแหน่งบรรณาธิการเทียบเท่ารัฐมนตรีช่วยว่าการเลยทีเดียว ทำหน้าที่เป็นกระบอกเสียงให้แก่คนไทยเชื้อสายจีน รวมถึงประสานงานความร่วมมือทางธุรกิจและการกุศลระหว่างประเทศไทยและจีน รักษาวัฒนธรรมประเพณีของชาวจีนโพ้นทะเลเอาไว้ จนกลายเป็นรากฐานที่ส่งต่อมาถึงรุ่นลูกรุ่นหลานในปัจจุบัน ความเชื่อมโยงดังกล่าวไม่ได้เกิดจากผลประโยชน์ทางธุรกิจเพียงอย่างเดียว หากเกิดจากความเชื่อว่าความสัมพันธ์อันดีระหว่างผู้คน คือรากฐานของการพัฒนาที่ยั่งยืน”

สืบทอดคุณค่าจากรุ่นสู่รุ่น

ครอบครัวตั้งปกรณ์มีพี่น้องทั้งหมด 4 คน ชาย 3 หญิง 1 ต่างเติบโตในเส้นทางชีวิตที่แตกต่างกัน แต่สิ่งหนึ่งที่ทุกคนได้รับเหมือนกัน คือการปลูกฝังให้ตอบแทนสังคมเมื่อมีโอกาส แม้แต่ละคนจะทำหน้าที่ต่างกัน แต่ทุกคนต่างสืบทอดแนวคิดเดียวกัน คือการทำประโยชน์ให้ส่วนรวมตามบทบาทของตนเอง สำหรับพัฒน์พงศ์ การสืบทอดมรดกของครอบครัวจึงไม่ได้หมายถึงการรับช่วงธุรกิจ หรือชื่อเสียง หากหมายถึงการรักษาคุณค่าที่บรรพบุรุษได้สร้างเอาไว้ และทำให้คุณค่านั้นยังคงส่งต่อไปสู่คนรุ่นหลัง

เรือเดินสมุทรลำแรกของคุณพ่อ

เพราะ “ชื่อเสียง” อาจเลือนหาย…แต่ “การให้” จะถูกจดจำ

ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา ครอบครัวตั้งปกรณ์เลือกเดินบนเส้นทางของการทำประโยชน์แก่สังคมอย่างสม่ำเสมอ โดยไม่จำเป็นต้องอยู่ในความสนใจของผู้คน วันนี้ “พัฒน์พงศ์ ตั้งปกรณ์” ยังคงก้าวเดินบนเส้นทางเดียวกับคุณพ่อและคุณแม่ ด้วยความเชื่อว่าความสำเร็จของชีวิตไม่ได้วัดจากสิ่งที่สะสมไว้เพื่อตนเอง หากแต่วัดจากสิ่งที่สามารถส่งต่อให้กับผู้อื่นได้

บางคนสร้างมรดกเป็นทรัพย์สิน บางคนสร้างมรดกเป็นธุรกิจ แต่สำหรับครอบครัวตั้งปกรณ์ มรดกที่มีคุณค่าที่สุด คือการส่งต่อการแบ่งปันจากคนรุ่นหนึ่งไปสู่อีกรุ่นหนึ่ง จนถึงทุกวันนี้

กรรณิการ์ ฉิมสร้อย