ทลายค่ายมวย ‘น็อคเอาท์’ ค้ามนุษย์ใต้สังเวียน บุกจับครูฝึกแสบ ลวงเด็กชายค้ากาม
เปิดปฎิบัติการ “ทลายค่ายมวย น็อคเอาท์ค้ามนุษย์ใต้สังเวียน” ใช้เด็กฝึกซ้อมมวยเป็นเหยื่อค้าประเวณีให้กลุ่มชายรักชาย แฉเบื้องลึกมีบุคคลต่างชาติหว่านเงินปิดปากครอบครัว ก่อนบังคับเด็กอนาจารกันเองแลกเงิน
กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (บก.ปคม.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. สั่งการให้ พ.ต.อ.วริษฐ์ ปทุมารักษ์ ผกก.2 บก.ปคม.พ.ต.ท.กฤษดา จิระวาณิชกุล, พ.ต.ท.ณรงค์เวช จิวเดช สว.กก.2 บก.ปคม. นำกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน กก.2 บก.ปคม. สนธิกำลังร่วมกับ พมจ.ระยอง, ฝ่ายปกครอง และองค์กรอิสระหลายแห่ง บุกเข้าตรวจค้นค่ายมวยแห่งหนึ่งในจังหวัดระยอง และขยายผลจับกุมผู้ต้องหาสำคัญพร้อมช่วยเหลือเด็กผู้เสียหาย
เจ้าหน้าที่ตำรวจวางแผนล่อซื้อ เพื่อเข้าจับกุม นายนฤเบศ อายุ 28 ปี เจ้าของค่ายฝึกสอนมวยไทย จ.ระยอง ตามหมายจับศาลอาญา ที่ 3772/2569 ลงวันที่ 7 กรกฎาคม 2569 ในความผิดฐานค้ามนุษย์, เป็นธุระจัดหาเพื่อการค้าประเวณีแก่บุคคลอายุเกิน 15 ปี แต่ไม่เกิน 18 ปี, เป็นเจ้าของกิจการการค้าประเวณี, ชักจูง ยุยง ส่งเสริม หรือยินยอมให้เด็กกระทำการอันมีลักษณะลามกอนาจารเพื่อให้ได้มาซึ่งค่าตอบแทนหรือเพื่อการใด และข้อหาหนักตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก และประมวลกฎหมายอาญาอีกหลายมาตรา พร้อมกันนี้ยังได้ช่วยเหลือเด็กชายผู้เสียหายอายุต่ำกว่า 18 ปี รวม 3 ราย ขณะนายนฤเบศ กำลังนำส่งลูกค้าที่รีสอร์ตแห่งหนึ่งในจังหวัดชลบุรี ก่อนจะขยายผลเข้าคัดกรองเด็กในค่ายมวยอีก 12 ราย พบว่ามีเด็กอย่างน้อย 6 ราย ถูกบุคคลต่างชาติละเมิดทางเพศอย่างต่อเนื่อง

คดีนี้มีจุดเริ่มต้นจากได้รับเบาะแสว่า ค่ายมวยของนายนฤเบศ แอบบังคับนักมวยเด็กขายบริการให้ลูกค้าที่มีรสนิยมชายรักชาย เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนจึงวางแผนให้สายลับแฝงตัวเป็นนักเรียนมวยจนพบว่า นายนฤเบศ คือตัวการใหญ่ที่คอยจัดหานักมวยเด็กขายบริการในราคาคนละ 3,000 บาท โดยแบ่งให้เด็ก 2,000 บาท และเก็บเข้ากระเป๋าตัวเอง 1,000 บาท เมื่อเจาะลึกพฤติกรรมในค่ายมวยพบความฉาวโฉ่ว่า มีชาวต่างชาติชื่อ นายคิม (Mr.Kim) สัญชาตินอร์เวย์ เป็นผู้สนับสนุนหลัก ซึ่งจะสั่งให้คนในค่ายนำเด็กชายไปพบที่คอนโดมิเนียมส่วนตัวเพื่อละเมิดทางเพศ และบังคับให้เด็กทำอนาจารต่อหน้ากันเองโดยมีการบันทึกภาพคลิปวิดีโอไว้ข่มขู่ด้วย ซึ่งพบหลักฐานว่า มีเด็ก 6 รายที่ถูกนายคิมล่วงละเมิดทางเพศ
ทั้งนี้ นายคิมจะให้ค่าตอบแทนกับเด็ก 500 – 2,000 บาท และกำชับเด็กห้ามบอกเรื่องนี้กับใคร หากถูกใจเด็กคนไหนก็จะให้การสนับสนุนเป็นสิ่งของอื่น ๆ เช่น โทรศัพท์มือถือ, ชุดนักเรียน ฯลฯ แต่หากครอบครัวเด็กยากจนก็จะให้การสนับสนุนค่าใช้จ่ายภายในบ้าน และค่าใช้จ่ายของผู้ปกครองของเด็กคนนั้นด้วย บางรายได้รับเงินเดือน 10,000 – 20,000 บาท ส่วนที่ในค่ายที่นำเด็กมาส่งให้จะได้รับค่าตอบแทนเป็นค่าน้ำมันเชื้อเพลิงรถยนต์ ครั้งละ 900 – 1,000 บาท

เมื่อฟังคำให้การจากเด็กชายผู้เสียหายรายหนึ่งเผยถึงความหดหู่ว่า ตอนแรกมาซ้อมมวยเพราะอยากเป็นนักกีฬา แต่ถูกนายนฤเบศ และคนในค่ายพาไปหาชายต่างชาติเรื่อยๆ ถ้าใครขัดขืนหรือบอกผู้ปกครองก็จะโดนขู่ และเห็นเพื่อนหลายคนทำแล้วได้เงินเยอะก็เลยต้องยอม เพราะครอบครัวยากจน พ่อแม่เองก็รู้แต่เขาก็เห็นว่ามีเงินส่งมาให้ใช้จ่ายทุกเดือน เลยไม่มีใครกล้าห้าม
ด้าน พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. กล่าวถึงปฏิบัติการครั้งนี้ว่า เป็นการมุ่งเน้นการคุ้มครองสวัสดิภาพเด็กเป็นสำคัญ ขณะนี้ผู้ต้องหาในชั้นจับกุมให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา ส่วนกลุ่มชาวต่างชาติที่เกี่ยวข้องและผู้สมคบคิดรายอื่น อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อออกหมายจับกุมตัวมาดำเนินคดีให้ถึงที่สุด ทั้งนี้ ขอฝากเตือนไปยังผู้ปกครองให้หมั่นสังเกตพฤติกรรมบุตรหลาน อย่ามองเพียงแค่รายได้ที่เพิ่มขึ้นจนละเลยความปลอดภัย เพราะภัยร้ายที่แฝงมาในคราบผู้มีอุปการคุณ อาจทำลายอนาคตของเด็กไปตลอดชีวิ

