สปป.ส่งมอบ 2 ผู้ต้องหายาเสพติดให้ทางการไทย นัดรับตัวกลับด่านพรมแดนมิตรภาพหนองคาย เพื่อดำเนินคดี
เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม ที่ด่านพรมแดนสะพานมิตรภาพลาว-ไทย แห่งที่ 1 จ.หนองคาย พ.ต.ท.ธียาฌพัตท์ รังสิพราหมณกุล รอง ผกก.ตรวจคนเข้าเมืองหนองคาย พร้อม นายคณิศร ภาพีรนนท์ ผู้อำนวยการสำนักปราบปรามยาเสพติด , นายพงศศิริ ชื่นบาน ผู้อำนวยการ ป.ป.ส.ภ.4 , นายสุชาติ ทอนมณี ปลัดจังหวัดหนองคาย , พ.ต.อ.ประภาพ ธิติศักดิ์ รอง ผบก. ภ.จว.หนองคาย , พ.ต.ท.อภิชาติ คลธา สารวัตรตรวจคนเข้าเมืองหนองคาย , นายพัฒนพงศ์ ตันติวัฒนกุลชัย หัวหน้าฝ่ายบริการศุลกากร 1 , พ.ต.อ.จิรวิทย์ ปานยิ้ม ผกก.สภ.เมืองหนองคาย , นายชัยสิทธิ์ คำภาจันทร์ หัวหน้าศูนย์อำนวยการปราบปรามยาเสพติดจังหวัดหนองคาย พร้อมเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เดินทางไปรับตัว 2 ผู้ต้องสำคัญ คดีเกี่ยวกับยาเสพติดชาวไทย คือ นายกิตติพงษ์ (ขอสงวนนามสกุล) เป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 137/2567 ลงวันที่ 4 เมษายน 2567 และ นายชัยนาวิน (ขอสงวนนามสกุล) เป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาล จังหวัดเลยที่ จ.225/2567 ลงวันที่ 10 กรกฎาคม 2567 เพื่อนำตัวกลับมาดำเนินคดีที่ประเทศไทย

การส่งมอบตัวผู้ต้องหาคดียาเสพติดหลบหนีหมายจับในครั้งนี้ เป็นการดำเนินการตามข้อมูลข่าวสารยาเสพติดผ่านสายด่วน 1386 โดยบูรณาการความร่วมมืออันดีจากหน่วยงานระหว่างประเทศ กรมสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมยาเสพติดสำนักงานตำรวจแห่งชาติมาเลเซีย (NCID) และประสานข้อมูลกับกรมตำรวจสกัดกั้นและต้านยาเสพติด สปป.ลาว จึงนำมาซึ่งการจับกุมและส่งมอบตัวผู้ต้องหา 2 คน

โดยมีพิธีส่งมอบตัวที่ห้องประชุมชั้น 2 ด่านพรมแดนสะพานมิตรภาพลาว-ไทย แห่งที่ 1 ฝั่ง สปป.ลาว เพื่อนำตัวกลับข้ามมาที่ด่านพรมแดนสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 1 จังหวัดหนองคาย เพื่อดำเนินคดี
สำหรับนายกิตติพงษ์ เป็นบุคคลตามหมายจับศาลอาญา ที่ 137/2567 ลงวันที่ 4 เมษายน 2567 ข้อหาสมคบกันเพื่อกระทำความผิดเดี่ยวกับยาเสพติดฯ, ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า) และร่วมกันจำหน่ายวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทประเภท 2 (คีตามีน) ฯ และ เป็นผู้ต้องหาคดียาเสพติดรายสำคัญตามโครงการประกาศสืบจับของสำนักงาน ป.ป.ส. ประจำปี 2569 นายกิตติพงษ์ฯ มีบทบาทเป็นผู้ขับขี่รถสำรวจเส้นทางการขนลำเลียงยาบ้า 10 ล้านเม็ด คีตามีน 60 กิโลกรัม จากพื้นที่ จ.สุพรรณบุรี เข้ามากระจายต่อในพื้นที่ อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ

จากการตรวจสอบ ผู้ต้องหารายนี้หลบหนีหมายจับออกไปต่างประเทศ สำนักปราบปรามยาเสพติด สำนักงาน ป.ป.ส. จึงประสานทางการมาเลเซียและทางการ สปป.ลาว ทำการตรวจสอบและเฝ้าระวัง ต่อมาเจ้าหน้าที่พบข้อมูลการเดินทางจากกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ไปยังนครหลวงเวียงจันทน์ สปป.ลาว จึงประสานข้อมูล กระทั่ง กรมตำรวจสกัดกั้นและต้านยาเสพติด สปป.ลาว สามารถควบคุมตัวผู้ต้องหาได้ที่ท่าอากาศยานนานาชาติวัดไต

ส่วนนายชัยนาวิน มีหมายจับ 3 จังหวัดเลยที่ จ.225/2567 ลงวันที่ 10 กรกฎาคม 2567 ในข้อหา ” สมภพโดยตกลงกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปเพื่อกระทำผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติดและได้มีการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดฐานจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่าย โดยนายชัยนาวินหลบหนีการจับกุมออกทางช่องทางธรรมชาติ บริเวณปากชม จังหวัดเลย โดยเสียเงินค่าคนเรือประมาณ 5,000 บาทในการพาหลบหนีออกไป ออกไปช่วงเดือนพฤษภาคม 2567

นายชัยนาวินมีบทบาท เป็นผู้สั่งการเครือข่ายยาเสพติดแนวชายแดนไทย – สปป.ลาว ในการลำเลียงยาบ้าและไอซ์เข้าสู่ประเทศไทย นอกจากนี้ยังเกี่ยวข้องกับคดีการจับกุมยาบ้า 1.6 ล้านเม็ด ที่นครหลวงเวียงจันทน์เตรียมนำเข้าสู่ประเทศไทย และคดีการจับกุมไอซ์ 888 กก. คีตามีน 190 กก. พร้อมหนังเสือโคร่ง 1 ผืน ที่ อ.เมือง จ.หนองคาย เมื่อปี 2568 โดยมี สภ.หนองหิน จ.เลย เป็นเจ้าของคดี


