ทรงศักดิ์ ไม่กังวล สนธิ ปลุกม็อบ ลั่น เป็นสิทธิคนเห็นต่าง ดักคอ ต้องไม่กระทบสิทธิคนอื่น เชื่อปชช.คิดได้ ใช้โซเชียล แสดงออกแทนรวมตัวชุมนุม
เมื่อเวลา 13.35 น.วันที่ 10 กันยายน ที่ทำเนียบรัฐบาล นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีที่นายสนธิ ลิ้มทองกุล อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เคลื่อนไหวชุมนุมที่สถานทูตอิสราเอล เมื่อช่วงเช้าวันเดียวกันนี้ ว่า เป็นเรื่องปกติธรรมดา ที่ผู้คนที่เห็นในสิ่งที่รัฐบาลทำ แล้วมีความเห็นต่างอยากจะแสดงออกโดยกฎหมายคุ้มครองทุกสิทธิในการแสดงออกแต่สิทธินั้นต้องไม่ไปกระทบกับสิทธิของคนอื่น เช่น ไปชุมนุมแล้วกระทบสิทธิพี่น้องคนอื่นที่ประกอบอาชีพสุจริต อย่างนั้นไม่ได้ ดังนั้นอย่าไปกังวลใจหรือห่วงอะไรกันมาก
“นายกรัฐมนตรี ไม่ได้กังวลใจในเรื่องเหล่านี้ และมอบหมายให้ผมดูแลเวลาที่ประชาชนกังวลใจและมาชุมนุมและยื่นหนังสือในเรื่องต่างๆ ผมจะออกไปรับ และไปสื่อสารทำความเข้าใจ และให้โอกาสในการแสดงความคิดเห็นในมุมมองที่เห็นต่างกับรัฐบาล ซึ่งความเห็นต่างไม่ใช่เรื่องเสียหาย และสามารถปรับจูนกันได้ ต่างคนอาจจะคิดคนละทาง มีที่มาแตกต่างกัน แต่มีความมุ่งหวังตรงกันคือเพื่อประโยชน์ของบ้านเมือง”นายทรงศักดิ์ กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่ามองว่า ม็อบภายใต้แกนนำของนายสนธิ จะปลุกขึ้นหรือไม่ นายทรงศักดิ์กล่าว วันนี้การสื่อสารไม่เหมือนเดิมแล้ว อาจไปทางสื่อโซเชียลมากขึ้น การจะไปชุมนุมเหมือนเดิม ประชาชนเริ่มทำความเข้าใจและมองว่าการไปชุมนุมแล้วกระทบสิทธิคนอื่นมากก็ไม่อยากทำ และอาจมาใช้สิทธิทางโลกโซเชียลในการแสดงความเห็นแทน
เมื่อถามย้ำว่ากรณีของนายสนธิ ที่โจมตีรัฐบาลมาตลอดมองว่ามีวาระซ่อนเร้นอะไรหรือไม่ รองนายกฯ กล่าวว่า ดูจากสื่อ โลกโซเชียลเห็นว่าคนที่มีความเห็นตรงกับรัฐบาลไม่เป็นข่าว ไม่ค่อยมีคนติดใจหรือสนใจมาก แต่ใครที่มีความเห็นหรือมุมมองสะท้อนไปอีกทางที่ต่างจากรัฐบาล คนมักจะสนใจติดตามแต่จะเชื่อหรือไม่นั้นไม่ทราบ เช่นตอนเวลาไปดูในโซเชียลเห็นข่าวการเมืองที่ชมรัฐบาลบางทีดูแล้วก็ผ่านไป แต่ข่าวอะไรที่เขามองว่ารัฐบาลทำไม่ถูก ซึ่งเป็นสิทธิของเขาที่จะแสดงความคิดเห็น ต้องรีบไปดูว่าเขาเข้าใจตรงไหม ตรงนี้จะสนใจดูเพื่อรีบแก้ปัญหา
เมื่อถามว่านายกรัฐมนตรี เคยสั่งการไม่ให้มีม็อบมาล้อมทำเนียบ โดยให้รัฐมนตรีออกไปฟังปัญหาก่อน มีโอกาสที่จะเชิญนายสนธิ มาพูดคุยในเรื่องที่เรียกร้องหรือไม่ นายทรงศักดิ์ กล่าวว่า ขอรับดูเป็นข้อมูลก่อน และหลายกลุ่มที่มาชุมนุมได้ขอความร่วมมือและเข้าใจตรงกัน และมีจุดที่จะให้แกนนำไปรวมตัวกันได้โดยที่กฎหมายไม่ได้ห้ามไว้ และต้องความร่วมมือการชุมนุมใกล้ทำเนียบ ในรัศมีไม่เกิน 50 เมตร ตามที่กฎหมายกำหนด
