หน้าแรก การเมือง อนุทิน โต้น้ำ...

อนุทิน โต้น้ำเงินกินรวบ ย้ำสั่งส.ว.ไม่ได้ งัดเสื้อกั๊กวิน-สนุกเกอร์ ยันรบ. สนับสนุนข้อเสนอฝ่ายค้าน

7.11.26 | 10:57 น.

“อนุทิน” โต้ปม “น้ำเงินกินรวบ” ยัน ตัวเองสั่ง ส.ว.ไม่ได้ ย้อนถาม ถ้าคุมได้จริง ทำไมยังมีคนวิจารณ์รัฐบาล ปัดยื้อศึกซักฟอก กำชับ รมต.ตบเท้าชี้แจง ลั่น เสียงข้างมากช่วย รบ.ไม่ได้ มีแค่ผลงาน-ข้อเท็จจริง 

เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวในรายการ “คุยกับ ครม.อนุทิน” ทางสถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทย NBT ซึ่งออกอากาศทุกวันเสาร์เวลา 09.05 น. ถึงกระแสวิจารณ์ทางการเมืองเรื่องน้ำเงินกินรวบว่า เป็นวาทกรรมที่ถูกหยิบมาใช้โจมตีรัฐบาล ยืนยันว่าตนไม่สามารถควบคุมสมาชิกวุฒิสภา หรือสั่งการฝ่ายนิติบัญญัติได้

นายอนุทินกล่าวว่า ส.ว.เป็นส่วนหนึ่งของฝ่ายนิติบัญญัติ ขณะที่รัฐบาลเป็นฝ่ายบริหาร ทั้ง 2 ฝ่ายมีหน้าที่และอำนาจตามรัฐธรรมนูญแยกจากกัน รัฐบาลไม่มีอำนาจไปสั่งให้ ส.ว.สนับสนุนกฎหมาย บุคคล หรือการตัดสินใจใดตามความต้องการของฝ่ายบริหาร


นายอนุทินตั้งคำถามกลับว่า หากรัฐบาลควบคุม ส.ว.ได้จริง เหตุใดจึงยังมี ส.ว.หลายคนออกมาวิจารณ์รัฐบาล รวมถึงวิจารณ์ประธานวุฒิสภา ย้ำว่าการรู้จักบุคคลทางการเมืองจำนวนมาก ไม่ได้หมายความว่าสามารถสั่งการหรือกำหนดจุดยืนของบุคคลเหล่านั้นได้

“รัฐบาลผมมอง ส.ว. ก็คือเป็นอำนาจหนึ่งของอธิปไตย แล้วก็อยู่ในฝ่ายนิติบัญญัติ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ที่จะมากำหนดทิศทาง หรือผมจะไปบอก ส.ว.ว่า ช่วยออกกฎหมายนี้ กฎหมายนั้น ช่วยสนับสนุนคนนั้นคนนี้ ผมยังไม่เคยเห็นว่าผมทำได้แม้แต่ครั้งเดียว” นายอนุทินกล่าว

นายอนุทินกล่าวอีกว่า ความสัมพันธ์ระหว่างรัฐบาลกับ ส.ส.ฝ่ายรัฐบาล เป็นเรื่องปกติ เพราะรัฐบาลต้องอาศัยเสียงข้างมากในสภาในการผลักดันนโยบายที่หาเสียงไว้ ขณะที่ตัวเขาเองพูดคุยกับ ส.ส.ทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน และพร้อมรับข้อเสนอที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน โดยไม่ดูว่าใครเป็นผู้เสนอ

Advertisement

นายอนุทินยกตัวอย่างกรณี ส.ส.พรรคประชาชน เสนอให้เปลี่ยนเสื้อกั๊กวินรถจักรยานยนต์ในจังหวัดชลบุรีกลับเป็นสีส้ม เนื่องจากสะท้อนแสงและปลอดภัยกว่าสีน้ำเงิน โดยเมื่อได้รับข้อมูลก็สั่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องแก้ไขทันที ย้ำว่าเรื่องความปลอดภัยไม่ควรถูกนำไปผูกกับสีทางการเมือง

นอกจากนี้ ยังยกกรณีข้อเสนอจาก ส.ส.พรรคประชาชน เรื่องการผลักดันสนุกเกอร์และบิลเลียดให้ได้รับการยอมรับในฐานะกีฬา ลดข้อจำกัดที่ผูกอยู่กับกฎหมายการพนัน ซึ่งรัฐบาลพร้อมพิจารณาสนับสนุน หากเนื้อหากฎหมายครอบคลุมและเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนานักกีฬาไทย

นายอนุทินยังกล่าวถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า รัฐบาลพร้อมเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบ และไม่ได้เป็นฝ่ายดึงเวลา โดยก่อนหน้านี้ได้จัดตารางให้รัฐมนตรีทุกคนเว้นภารกิจระหว่างวันที่ 26-30 ตุลาคม เพื่ออยู่รับการอภิปราย แต่การกำหนดวันยังติดปัญหาการหารือเรื่องเวลาระหว่างฝ่ายรัฐบาลกับฝ่ายค้าน

นายอนุทินกล่าวว่า การอภิปรายควรให้ความสำคัญกับสาระ หลักฐาน และข้อเท็จจริง มากกว่าการช่วงชิงเวลา หากมีหลักฐานว่ารัฐบาลหรือรัฐมนตรีกระทำผิด และสร้างความเสียหายต่อประเทศจริง ไม่จำเป็นต้องใช้เวลาหลายชั่วโมง แต่ต้องนำข้อเท็จจริงที่ตรวจสอบได้มาแสดงต่อประชาชน

นายอนุทินกล่าวว่า รัฐมนตรีทุกคนต้องพร้อมชี้แจง ไม่ใช่เฉพาะรัฐมนตรีที่ถูกระบุชื่อในญัตติ เพราะหากมีการพาดพิงถึงงานในความรับผิดชอบ ก็มีหน้าที่ต้องตอบคำถามต่อสภา และการชี้แจงไม่ได้มีเป้าหมายเพียงให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรรับฟัง แต่เป็นการตอบต่อประชาชนทั้งประเทศ

“ผมไม่เคยเชื่อว่าเสียงข้างมากจะช่วยอะไรรัฐบาลได้ ผมได้แจ้งรัฐมนตรีทุกคนให้รับทราบว่า ข้อเท็จจริง แล้วก็ผลงานของพวกท่านเท่านั้นแหละ ที่จะเซฟตัวพวกท่านได้ เซฟรัฐบาลได้” นายอนุทินกล่าว

นายอนุทินย้ำว่า การอภิปรายควรอยู่บนหลักฐาน เหตุผล และเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ ไม่ใช่ใช้เวทีสภาเป็นพื้นที่ระบายความโกรธหรือความขัดแย้งทางการเมือง ทั้งนี้การตรวจสอบและถ่วงดุลเป็นเรื่องที่รัฐบาลหลีกเลี่ยงไม่ได้ และไม่ควรหลีกเลี่ยง เพราะเป็นกระบวนการตามรัฐธรรมนูญ สิ่งที่รัฐบาลต้องทำคือชี้แจงให้ชัด ทำงานให้มีผลงาน และให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสินว่าใครมีเหตุผลมากกว่ากันในสนามการเมือง