คณะกรรมการจัดกิจกรรมเฉลิมฉลองวาระ ๑๕๐ ปี ชาตกาล
เจ้าพระยาพระเสด็จสุเรนทราธิบดี (หม่อมราชวงศ์เปีย มาลากุล)
บุคคลสำคัญของโลก
องค์การศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) ได้มีมติในการประชุมสมัยสามัญ ครั้งที่ ๓๘ (พุทธศักราช ๒๕๕๘) ประกาศยกย่องเจ้าพระยาพระเสด็จสุเรนทราธิบดี (หม่อมราชวงศ์เปีย มาลากุล) อดีตเสนาบดีกระทรวงธรรมการ (พ.ศ. ๒๔๕๔ – ๒๔๕๘) เป็นบุคคลสำคัญของโลก พุทธศักราช ๒๕๕๙ – ๒๕๖๐ กอปรกับในโอกาสที่พุทธศักราช ๒๕๖๐ เป็นวาระครบ ๑๕๐ ปีชาตกาลของท่าน รัฐบาลโดยกระทรวงศึกษาธิการ ได้ระลึกถึงคุณูปการที่เจ้าพระยาพระเสด็จสุเรนทราธิบดีบำเพ็ญเป็นหิตานุหิต ต่อวงการการศึกษาไทย สมควรที่จะยกย่องและประกาศเกียรติคุณของท่านในฐานะบุคคลสำคัญของโลก ให้ปรากฏแผ่ไพศาลสืบไป

มหาอำมาตย์เอก เจ้าพระยาพระเสด็จสุเรนทราธิบดี (หม่อมราชวงศ์เปีย มาลากุล) เกิดเมื่อวันที่ ๑๖ เมษายน พุทธศักราช ๒๔๑๐ ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ เป็นโอรสในพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าขจรจรัสวงษ์ กรมหมื่นปราบปรปักษ์ และหม่อมเปี่ยม เคยได้รับพระมหากรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนมหาดเล็กในรัชกาลที่ ๕ (จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในปัจจุบัน) จนได้วัฒนาในหน้าที่ราชการสนองพระเดชพระคุณมาโดยลำดับในตำแหน่งอธิบดีกรมศึกษาธิการและปลัดทูลฉลองกระทรวงธรรมการ (ปัจจุบันคือ กระทรวงศึกษาธิการ) ควบกันทั้งสองตำแหน่ง โดยได้รับเลื่อนอิสสริยศักดิ์ เป็นที่ พระยาวิสุทธสุริยศักดิ์ และได้เลื่อนเป็นเสนาบดีกระทรวงธรรมการ ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖

คุณูปการด้านการศึกษาของเจ้าพระยาพระเสด็จสุเรนทราธิบดีปรากฏเป็นที่ประจักษ์ในปัจจุบัน ท่านเป็นผู้ริเริ่มศึกษาวิธีการจัดการสอนในต่างประเทศ โดยบูรณาการการจัดการศึกษาทั้งแบบอังกฤษ และแบบญี่ปุ่น และทูลเกล้าฯ เสนอเรียกว่า “โครงแผนการศึกษาในกรุงสยาม พุทธศักราช ๒๔๔๑” รวมทั้ง ยังได้จัดทำหลักสูตรโรงเรียนเบญจมบพิตร หรือโรงเรียนมัธยมวัดเบญจมบพิตรในปัจจุบัน ตามพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งพระองค์ทรงกำหนดหลักสูตรแนวการสอนของโรงเรียนนี้ ด้วยพระองค์เอง จึงนับได้ว่าท่านเป็นคนวางแผนการศึกษาได้อย่างละเอียดรอบคอบและมีความชัดเจนในการจัดการศึกษาให้ทันกับความต้องการของประเทศสมัยนั้น
ท่านได้แต่งหนังสือไว้หลายเล่ม เล่มหนึ่งที่มีชื่อเสียงมาก คือ “สมบัติผู้ดี” ซึ่งกล่าวถึงหลักปฏิบัติ ๑๐ ประการของผู้ที่มีกาย วาจา ใจ อันสุจริต โดยท่านได้เรียบเรียงไว้เมื่อ พุทธศักราช ๒๔๔๕ อีกทั้งท่านยังได้เป็นผู้แต่งคำไหว้ครูขึ้น เมื่อพุทธศักราช ๒๔๗๕ สืบมาจนกระทั่งผู้หญิงดุษฎีมาลา มาลากุล ณ อยุธยา ได้ประพันธ์บทไหว้ครูขึ้นมาใหม่ ซึ่งเป็นบทที่ใช้ในปัจจุบัน นอกจากนี้ท่านยังนิพนธ์หนังสือที่ใช้เป็นแบบเรียน เพื่อปลูกฝังความมีระเบียบวินัยของคนในชาติ อาทิ พลเมืองดี จรรยาแพทย์ แบบเรียนราชการกรมมหาดเล็ก ฯลฯ ท่านได้รับการยกย่องว่าสามารถใส่เนื้อร้องภาษาไทยเข้าไปให้สอดคล้องกับทำนองเดิมได้อย่างเหมาะสม จากการประพันธ์คำร้องภาษาไทยของเพลงสามัคคีชุมนุม โดยใช้ทำนองเพลง “ออลด์แลงไซน์” (Auld Lang Syne) โดยสามารถร้องเนื้อภาษาไทยไปพร้อม ๆ กับเนื้อภาษาเดิมของเพลงได้อย่างไม่ขัดเขิน เนื้อเพลง มีความหมายลึกซึ้ง ให้ความรู้สึกถึงความสามัคคีเป็นอันดีต่อหมู่คณะ
อีกทั้งท่านได้ออกคำสั่งกำหนดให้เพลงสรรเสริญพระบารมีใช้เพียงเนื้อร้องเดียวเหมือนกันหมด ในวันที่ ๑ มีนาคม พุทธศักราช ๒๔๔๕ เนื่องจากแต่เดิมการร้องเพลง “สรรเสริญพระบารมี” มีการแยกเนื้อร้องที่ใช้สำหรับ ทหารเรือหรือพลเรือนร้อง นอกจากนี้ยังมีการแบ่งแยกเนื้อร้องบางวรรคบางตอน สำหรับชายและหญิงร้องต่างกัน ทำให้เกิดความสับสนในการร้อง
เจ้าพระยาพระเสด็จสุเรนทราธิบดี ได้ถึงแก่อสัญกรรมเมื่อวันที่ ๑๔ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๔๕๙แม้เวลาจะผ่านมากว่า ๑๐๐ ปี แล้วที่ท่านได้ถึงแก่อสัญกรรม แต่ผลงานและคุณูปการของเจ้าพระยาพระเสด็จ สุเรนทราธิบดี ยังปรากฏชัดให้อนุชนรุ่นหลังได้รึกลึกถึงและสีบสาน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หม่อมหลวงปิ่น มาลากุล ผู้เป็นบุตรชายของท่าน ได้นำปณิธานด้านการศึกษามาสืบสานและพัฒนาให้ปรากฏประจักษ์ชัดในปัจจุบัน
บัดนี้เป็นกาลสมัยบรรจบ ๑๕๐ ปี แห่งชาตกาล ของเจ้าพระยาพระเสด็จสุเรนทราธิบดี (หม่อมราชวงศ์เปีย มาลากุล) องค์การศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) ครั้งที่ ๓๘ (พุทธศักราช ๒๕๕๘) ได้ประกาศยกย่องท่านเป็นบุคคลสำคัญของโลก พุทธศักราช ๒๕๕๙ – ๒๕๖๐ สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะองค์กรที่เสนอชื่อบุคคลสำคัญ
เข้ารับการพิจารณาคัดเลือก สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนิน ทรงเป็นประธานในพิธีประกาศเกียรติคุณบุคคลสำคัญของโลก วันอาทิตย์ที่ ๑๑ มิถุนายน ๒๕๖๐ เวลา ๑๗.๐๐ น. ณ หอประชุมจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ จึงขอเชิญทุกท่านเฝ้าทูลละอองพระบาทรับเสด็จ ในวัน เวลา และสถานที่ดังกล่าว

