นายวิสุทธิ์ สุวรรณวิทย์เวช รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เนาวรัตน์พัฒนาการ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยในงานพบนักลงทุนว่า ภาพรวมอุตสาหกรรมก่อสร้างในช่วงครึ่งปีแรกลดลง 1.9% เป็นผลมาจากการดำเนินโครงการของภาครัฐมีความล่าช้า ทำให้การก่อสร้างในช่วงไตรมาส 2 หดตัว ขณะที่การก่อสร้างภาคเอกชนเริ่มกลับมาเป็นบวกในไตรมาสเดียวกัน ส่วนในครึ่งปีหลังมองว่าการก่อสร้างภาครัฐจะกลับมาขยายตัวสูง ตามการเบิกจ่ายงบประมาณและการดำเนินโครงการโครงสร้างพื้นฐาน ในขณะที่ก่อสร้างเอกชนจะฟื้นตัวช้าๆ ต่อเนื่องทำให้การก่อสร้างในภาพรวมขยายตัวเร่งขึ้นด้วย ส่วนภาพรวมการก่อสร้างในอาเซียน มองว่ายังมีแนวโน้มการเติบโตที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในซีแอลเอ็มวีที่ยังมีความต้องการด้านโครงสร้างพื้นฐานและระบบคมนาคมอยู่มาก จึงคาดว่ามูลค่าการก่อสร้างในอาเซียนในปี 2564 จะเพิ่มเป็น 6 แสนล้านเหรียญสหรัฐฯ (600 billion USD) จากในปี 2559 ที่ผ่านมาที่มีมูลค่าการก่อสร้างราว 4 แสนล้านเหรียญสหรัฐฯ (400 billion USD)
นายวิสุทธิ์กล่าวว่า แผนการดำเนินธุรกิจในปีนี้ บริษัทมั่นใจว่าจะรับงานก่อสร้างที่ประมาณ 10,000 ล้านบาท จากการติดตามการประกวดราคาโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐ โดยในช่วงมกราคม-กันยายน 2560 มีงานใหม่ที่อยู่ในมือทั้งหมด 10 โครงการ มูลค่ารวม 4,383 ล้านบาท โดยคิดเป็นงานภาครัฐ 52% รองลงมาเป็นงานผู้รับเหมาช่วง 34% และอีกที่เหลือเป็นงานเอกชนและต่างประเทศ อย่างไรก็ตามภาครัฐยังคงทยอยเปิดประมูลงานอย่างต่อเนื่อง โดยมีงานที่อยู่ระหว่างการรอติดตามผล มูลค่าประมาณ 58,574 ล้านบาท ทั้งงานโครงสร้างพื้นฐาน ท่าเรือ และงานโรงไฟฟ้าทั้งในประเทศและต่างประเทศ
นายปสันน สวัสดิ์บุรี รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส แผนกธุรกิจใหม่และวางแผนกลยุทธ์ บริษัท เนาวรัตน์พัฒนาการ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ส่วนในด้านผลการดำเนินงาน บริษัทปรับเป้ารายได้ใหม่ว่าจะเพิ่มขึ้น 5-10% จากปี 2559 ที่ผ่านมาที่มีรายได้ 8,399 ล้านบาท จากเดิมที่คาดว่าปีนี้จะมีรายได้เพิ่มขึ้น 10-15% เนื่องจากการดำเนินงานลงทุนโครงสร้างพื้นฐานภาครัฐที่ล่าช้าออกไป และในปัจจุบันบริษัทมียอดรอรับรู้รายได้ (แบ็คล็อค) 13,543 ล้านบาท
นายปสันนกล่าวว่า ส่วนในด้านธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ปีนี้คาดว่าจะมีรายได้รวมประมาณ 800 ล้านบาท ทั้งรายได้จากการโอนและการร่วมทุน ทั้งนี้ตั้งเป้าว่าจะนำบริษัท มานะ พัฒนาการ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อย เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ได้ภายใน 3-4 ปีหลังจากนี้

