หน้าแรก Uncategorized สกศ. เสริมพลั...

สกศ. เสริมพลังนิวเจนฯ ร่วมขับเคลื่อนพัฒนาการศึกษา

29.09.17 | 10:36 น.

สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) ตระหนักเสมอว่า การศึกษาคือ รากฐานสำคัญในการ
พัฒนาคนและประเทศชาติ ประเทศใดมีการจัดการศึกษาที่มีคุณภาพประชาชนย่อมมีคุณภาพด้วยเช่นกัน ซึ่งจะส่งผลให้สภาพสังคมและเศรษฐกิจของประเทศมีความเจริญรุ่งเรืองตามไปด้วย สำหรับประเทศไทยนั้น
การจัดการศึกษายังมีปัญหาทั้งในด้านคุณภาพ และโอกาสทางการศึกษา ซึ่งปัจจัยแห่งความสำเร็จของการปฏิรูปการศึกษาต้องเกิดจากการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกภาคส่วนตั้งแต่การกำหนดแนวทางในการปฏิรูปจนกระทั่งถึงการลงมือปฏิบัติ แต่การปฏิรูปการศึกษาในหลายครั้งที่ผ่านมายังมีกลุ่มคน อีกกลุ่มหนึ่ง ซึ่งเป็นผู้ได้รับผลกระทบโดยตรง จากการปฏิรูปการศึกษาแต่มักถูกละเลยอยู่เป็นประจำ นั่นคือ กลุ่มเด็กและเยาวชน สกศ. เล็งเห็นความสำคัญของเด็ก เยาวชน และคนรุ่นใหม่ว่าจะเป็นจิ๊กซอว์ ตัวสุดท้ายที่จะทำให้การปฏิรูปการศึกษาประสบความสำเร็จ หากเปิดโอกาสให้พวกเขาเหล่านั้นเข้ามามีส่วนร่วมในการคิด เสนอแนะ และให้ความเห็นในเรื่องการปฏิรูปการศึกษามากยิ่งขึ้น ด้วยเหตุนี้จึงมีแนวคิดที่จะดึงพลังความคิดสร้างสรรค์จากเด็ก เยาวชน และคนรุ่นใหม่ เข้ามาออกแบบอนาคตของตัวเองผ่านการคิดและกำหนดแนวนโยบายทางการศึกษาด้วยตัวเอง การประชุมรับฟังความคิดเห็น ร่างมาตรฐานการศึกษาของชาติ พ.ศ. …. เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2560 ณ บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ทาง สกศ เปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนจากทุกระดับประเภท การศึกษาและทุกสังกัด ร่วมยกร่างมาตรฐานการศึกษา ฉบับใหม่ ซึ่งเป็นมาตรฐานที่เน้นผลลัพธ์ของผู้เรียนเป็นหลัก ดร.ชัยยศ อิ่มสุวรรณ์ รองเลขาธิการสภา การศึกษา กล่าวว่า “วัตถุประสงค์สำคัญของการประชุม

ในครั้งนี้ คือ ต้องการให้เด็กและเยาวชนซึ่งจะเป็นผู้ใหญ่ในอนาคตได้มีโอกาสกำหนดอนาคตด้วยตัวของตัวเอง ให้เด็กและเยาวชนได้มีส่วนร่วมในการพัฒนาการศึกษาพร้อมกับผู้ใหญ่ การปฏิรูปการศึกษาในครั้งนี้จะเกิดขึ้นจากกลุ่มคนทุกช่วงวัยอย่างแท้จริง” การประชุมครั้งนี้มีนักเรียน นักศึกษา เข้าร่วมประชุมทั้งสิ้นประมาณ 120 คน มาจากตัวแทนของนักเรียน นักศึกษา และเครือข่ายองค์กรเด็กและเยาวชน อาทิ สภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย และเครือข่ายยุวทัศน์ ซึ่งนักเรียนและนักศึกษาที่เข้าร่วมประชุมในครั้งนี้มีความคิดเห็นต่อการศึกษา ดังนี้

• นายพิชญ์พล จิรวงศาพันธุ์ ปัจจุบันรับทุนรัฐบาลญี่ปุ่น (Monbukagakusho : MEXT) ศึกษาอยู่ระดับปริญญาตรี ชั้นปีที่ 1 คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยโตเกียว (University of Tokyo) นครโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น กล่าวถึงความตั้งใจในการเข้าร่วม ประชุมครั้งนี้ไว้ว่า “อยากมีส่วนร่วมออกความเห็นเมื่อจะมีการเปลี่ยนแปลงนโยบายการจัดการศึกษารวมถึงเกี่ยวกับระบบการศึกษาและการจัดการสถานศึกษา ในปัจจุบันเพราะการศึกษาที่ปรับในเวลานี้ก็จะเป็นระบบที่สร้างทรัพยากรมนุษย์ของประเทศไทยเมื่อคนรุ่นถัดไปก้าวขึ้นไปมีบทบาทในการบริหารประเทศ”

Advertisement

• นางสาวณิชาภา ยงหนู ประธานนักเรียนโรงเรียนสายปัญญา ในพระบรมราชินูปถัมภ์ เครือข่ายประธานนักเรียนฯ กล่าวว่า “อยากเข้ามามีส่วนร่วมในการออกความเห็นและเป็นตัวแทนของนักเรียนในโรงเรียนแสดง
ความคิดเห็นเกี่ยวกับการพัฒนาการศึกษาว่า เราต้องการกัน
แบบไหนและคิดว่าน่าจะเป็นผลดีมากที่สุด และคิดว่าการศึกษาของประเทศไทยตอนนี้ยังอ่อน เราอยู่ในช่วงลองผิดลองถูกแม้กระทั่งการศึกษา ดิฉันคิดว่าเราไม่ควรเลียนแบบประเทศอื่นแต่เป็นการนำวิธีการเขามาปรับให้เข้ากับเราแทน เพราะเด็กไทยกับเด็กนอกถูกปลูกฝังมาไม่เหมือนกัน การเรียนการสอนจึงไม่สามารถเลียนแบบกันได้ทั้งหมด”

• นายพชรพรรษ์ ประจวบลาภ ประธานเครือข่าย
ยุวทัศน์กรุงเทพมหานคร แสดงความเห็นว่า “การพัฒนาการศึกษามิได้เป็นแค่หน้าที่ของส่วนราชการเพียงอย่างเดียว แต่กลไกการสร้างการศึกษาอย่างมีส่วนร่วมเป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะเด็กและเยาวชน
ถือเป็นผู้บริโภคทางการศึกษา นั่นหมายความว่า หากให้ผู้บริโภคมีส่วนร่วมกับการคิดหลักสูตรการศึกษาก็จะเป็นอีกทางออกสำคัญของปัญหาการศึกษาในปัจจุบัน ซึ่งยกตัวอย่างในหลายๆ ประเทศก็ให้เด็กมีส่วนร่วมกับ
การคิดหลักสูตรตั้งแต่ต้นทาง ปลายทาง มาตรฐานการศึกษาของชาติเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่ง เพราะจะเป็นแนวทางการกำหนดการศึกษาให้มีคุณภาพและมาตรฐาน แต่กระบวนการจัดทำมาตรฐานของการศึกษาต้องมีส่วนร่วมของผู้เรียนอย่างทั่วถึงและครอบคลุม”

• นางสาวสุดารัตน์ ถาวร รองประธานสภา
เด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย กล่าวว่า “หากมีโอกาสได้มีส่วนร่วมในการพัฒนาการศึกษาไทย ต้องการให้เด็กและเยาวชนได้มีส่วนร่วมในการร่วมวางแผน หลักสูตรหรือแนวทางการจัดการศึกษา เพื่อให้ตรงกับความต้องการของผู้เรียน ไม่ใช่ให้ผู้ใหญ่คิดทั้งที่ไม่ได้ดูบริบทของเด็กไทย ให้รับฟังความเห็นของผู้เรียนอย่างจริงจัง ไม่ใช่เพียงแค่จัดเวทีรับฟังแค่ผ่านไป และสิ่งสำคัญที่สุดการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาของไทย สำหรับมาตรฐานการศึกษาของชาติควรดูความพร้อมบริบทของผู้เรียน และผู้สอน และ
ความเป็นไปได้ของมาตรฐานฉบับนี้ สำคัญที่สุด ควรรับฟังความคิดเห็นของผู้เรียนแล้วนำมาปรับใช้ให้ตรงกับความต้องการของผู้เรียน เพื่อให้มาตรฐานการศึกษาได้เกิดประสิทธิภาพมากที่สุด”

นอกจากนี้ สกศ. ได้ต่อยอดการขับเคลื่อนพลังของเด็กและเยาวชนในการปฏิรูปการศึกษา โดยได้ร่วมกับคณะวิทยาการเรียนรู้และศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์จัดกิจกรรมเวทีเสวนาสาธารณะ “เยาวชนไทยในศตวรรษที่ 21 : ความท้าทาย ไลฟ์สไตล์ และการเรียนรู้” เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2560 ณโรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เพื่อเป็นการเปิดพื้นที่การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างนักการศึกษา ผู้ทำงานด้านนโยบายและการส่งเสริมพัฒนาเยาวชนเกี่ยวกับเยาวชนไทยในศตวรรษที่ 21 เวทีเสวนานี้ถือเป็นกิจกรรมที่ช่วยลดช่องว่างแห่งความต่างทางความคิดและการใช้ชีวิตระหว่างเด็กและเยาวชนกับผู้ใหญ่ที่ทำงานด้านการศึกษา ทำให้เด็กและเยาวชนกับผู้ใหญ่ในวงการศึกษาเข้าใจกันมากขึ้นและสามารถปรับตัวเข้าหากันได้ง่ายขึ้

ดร.ชัยยศ อิ่มสุวรรณ์ รองเลขาธิการสภา การศึกษา กล่าวย้ำว่า “สำหรับก้าวต่อไปของ สกศ. ใน
การพัฒนาบทบาทของเด็กและเยาวชนสำหรับการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษานั้น จะเดินหน้าสร้างพื้นที่
สำหรับเด็กและเยาวชนให้เกิดขึ้นทั่วทุกภูมิภาคของประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง เด็กทุกคนมีโอกาสในการออกแบบอนาคตของตนเองได้ เด็กแม้อยู่ในพื้นที่ห่างไกลเพียงใดก็มีโอกาสในการร่วมกันพัฒนาการศึกษาไทย สุดท้ายนี้ สกศ. ผลักดันการมีส่วนร่วมของเด็กและเยาวชนอย่างเต็มที่ เพราะเสียงสะท้อนของเด็กในปัจจุบันบ่งบอกถึงสภาพสังคมไทยอนาคต”

สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา
กระทรวงศึกษาธิการ
www.onec.go.th
เด็กไทยในฝัน โดยสภาการศึกษา
โทรศัพท์ 0-2668-7123