หน้าแรก Uncategorized พรรคอธิปไตยฯ ...

พรรคอธิปไตยฯ หนุน รบ.ลงทุนพื้นที่ศก.พิเศษภาคตะวันออกในรัสเซีย

8.12.17 | 20:57 น.

พรรคอธิปไตยฯ หนุน รบ.ลงทุนพื้นที่ศก.พิเศษภาคตะวันออกในรัสเซีย ฉลองสัมพันธ์ครบ 120 ปี ใช้เป็นฮับระบายสินค้าเกษตรไทยสู่ยุโรป  


วันนี้ (8 ธ.ค.) ที่ศูนย์รัสเซียศึกษา ณ ห้อง 801 ชั้น 8 อาคารเฉลิมราชกุมารี 60 พรรษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ดร.ณพลเดช มณีลังกา โฆษกพรรคอธิปไตยปวงชนชาวไทย (อปท.) แถลงว่า นาวาอากาศเอก (พิเศษ) คัมภีร์ คัมภีรญาณนนท์ รักษาการหัวหน้าพรรคอธิปไตยปวงชนขาวไทย (อปท.) ได้เข้าร่วมการเสวนากับ ฯพณฯ คีริลล์ บารสกี เอกอัครราชทูตสหพันธรัฐรัสเซียประจำประเทศไทย เรื่อง แนวทางการค้าและการลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษของรัสเซียภาคตะวันออก ในโอกาสฉลองความสัมพันธ์ 120 ปี ไทย-รัสเซีย โดยมี นายพิศักดิ์ นิวาตพันธุ์ นายโชติหิรัญ เปี่ยมสมบูรณ์ ดร.รมย์ ภิรมนตรี นายอดิศัย ธรรมคุปต์ และนายเกรียงไกร เธียรนุกูล เข้าร่วมฯ

น.อ.(พิเศษ) คัมภีร์ กล่าวภายหลังว่า  ประเทศไทยมีความจำเป็นต้องดำรงความสัมพันธ์กับมิตรประเทศมหาอำนาจทั้งสามอย่างสมดุล เพื่อความมั่นคงด้านการเมืองระหว่างประเทศอย่างยั่งยืน โดยต้องพิจารณาสร้าง จัดสรร และใช้ความสัมพันธ์ให้เกิดคุณูปการต่อประเทศอย่างรอบด้าน สหรัฐฯ ถือเป็นมิตรประเทศทางทหารที่สำคัญของเราและสนับสนุนงบประมาณและการฝึกทางทหารให้เรามาอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันพี่น้องคนไทยส่วนใหญ่ของเราก็มีเชื้อสายมาจากจีน ซึ่งถือเป็นมิตรประเทศผู้พี่ที่มีความผูกพันธ์ทางประวัติศาสตร์กันมาอย่างยาวนาน อย่างไรก็ตาม เราจำเป็นจะต้องกลับมามองและเร่งเสริมสร้างความเข้มแข็งทางความสัมพันธ์กับรัสเซีย ขณะนี้ตนมองว่า เป็นโอกาสที่ดี ในการพิจารณาเข้าร่วมลงทุนพัฒนาพื้นที่ในเขตเศรษฐกิจพิเศษของรัสเซียด้านตะวันออก เพื่อเป็นการสร้างฮับระบายสินค้าของเราเข้าสู่ยุโรปได้เร็วขึ้น ซึ่งจะช่วยแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจให้แก่พี่น้องประชาชนได้อีกทางหนึ่ง

“รัฐบาลในฐานะพี่ใหญ่ของครอบครัวประเทศไทยมีหน้าที่ต้องดูแลทุกข์สุขของพี่น้องประชาชนทุกคน รัฐจำเป็นต้องเข้าช่วยรับซื้อและแทรกแซงราคาผลผลิตเพื่อให้พี่น้องประชาชนสามารถดำรงชีพอยู่ได้ รัฐต้องช่วยอำนวยการวางแผนการบริหารจัดการสินค้าผลผลิตเพื่อการบริโภคภายในประเทศ และการระบายสินค้าผลผลิตที่เหลือออกสู่ต่างประเทศไม่ให้ตกค้าง การพิจารณาส่งเสริมการระบายสินค้าออกไปผ่านรัสเซีย เพื่อส่งต่อไปยังยุโรป สามารถลดเวลาและค่าใช้จ่ายในการขนส่งสินค้าทางเรือไปยังกลุ่มประเทศยุโรปได้ จึงเป็นแนวทางที่มีประโยชน์อย่างยิ่งต่อประเทศในหลายๆ ด้าน ทั้งต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและต่อผลประโยชน์แห่งชาติ ซึ่งรัฐบาลควรส่งเสริมอย่างเร่งด่วนต่อไป”

Advertisement