เมื่อวันที่ 20 มกราคม นายมาริษ กรัณยวัฒน์ ตัวแทนเครือข่ายผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้า “ลาขาดควันยาสูบ End Cigarette Smoke Thailand (ECST)” และเฟซบุ๊กเพจ “บุหรี่ไฟฟ้าคืออะไร” เปิดเผยกรณีมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ระบุว่า ผลการศึกษาของสาธารณสุขอังกฤษ (Public Health England: PHE) ไม่มีความน่าเชื่อถือและมีผลประโยชน์ทับซ้อนว่า “PHE รับทราบเรื่องนี้และได้ส่งอีเมลล์มายังเรายืนยันว่าบุหรี่ไฟฟ้ามีความปลอดภัยกว่าบุหรี่มวน พร้อมชี้แจงเพิ่มเติมว่ามาตรการควบคุมยาสูบในประเทศอังกฤษได้รับการยอมรับว่า เป็นแผนงานที่ดีที่สุดในยุโรปโดยแผนงานฯ ให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีและแนวทางใหม่ๆ ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการควบคุมและจัดการกับความเสี่ยงไปพร้อมกัน และพร้อมเดินทางมาชี้แจงกับรัฐสภาของไทยหากได้รับคำเชิญ”
นายมาริษ กล่าวต่อว่า เนื้อความในอีเมลล์จากนายมาร์ติน ดอคเรลล์ หัวหน้างานควบคุมยาสูบ สาธารณสุขอังกฤษ เป็นหน่วยงานด้านบริหารของกระทรวงสาธารณสุขอังกฤษ (Department of Health) ระบุว่า ข้อสรุปว่าบุหรี่ไฟฟ้าปลอดภัยกว่าบุหรี่ 95% นั้น เป็นการเปรียบเทียบกับควันที่เกิดจากการเผาไหม้ของบุหรี่มวน ซึ่งผลการศึกษาหลายฉบับชี้ให้เห็นตรงกันว่าสารพิษและความเสี่ยงของการใช้บุหรี่ไฟฟ้ามีน้อยมาก ผลวิจัยล่าสุดของนายไลอ้อน ชาแฮบ ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารด้านการแพทย์ Annals of Internal Medicine ศึกษาผลกระทบระยะยาวของการใช้บุหรี่ไฟฟ้าสรุปสอดคล้องกันว่าบุหรี่ไฟฟ้ามีความเสี่ยงต่อมะเร็งเพียง 0.5% เมื่อเทียบกับบุหรี่ปกติ หรือใกล้เคียงกับการเปลี่ยนไปใช้ผลิตภัณฑ์นิโคตินทดแทน เช่น แผ่นแปะนิโคติน ผลการศึกษาเหล่านี้ได้รับการสนับสนุนจากหลายองค์กรต่อต้านบุหรี่ไฟฟ้าที่ออกมายอมรับด้วยว่าบุหรี่ไฟฟ้าช่วยลดความเสี่ยงจากพิษภัยของบุหรี่ได้
นายมาริษ กล่าวอีกว่า ยืนยันว่าผู้ทำการวิจัยได้ทำหมายเหตุชัดเจนว่าตัวเลขประมาณการว่า “บุหรี่ไฟฟ้าปลอดภัยกว่า บุหรี่ทั่วไป 95%” เป็นการสรุปจากการศึกษาเอกสารวิชาการที่ได้รับการตรวจทานโดยผู้เชี่ยวชาญ (peer-reviewed) เกี่ยวกับความปลอดภัยของบุหรี่ไฟฟ้า ซึ่งรัฐบาลออสเตรเลียได้เผยแพร่เอกสารฉบับดังกล่าวเพื่อให้ผู้ที่สนใจเข้าไปศึกษาได้ ซึ่งสาธารณสุขอังกฤษได้ส่งข้อมูลจำนวนมากมาให้เราเพื่อยืนยันถึงการศึกษาและนโยบายลดอันตรายจากยาสูบของอังกฤษ และยังบอกด้วยว่าหากได้รับการเชิญจากรัฐสภาไทย ก็ยินดีที่จะเดินทางมาประเทศไทยเพื่อให้ข้อมูลจะได้เป็นประโยชน์ต่อการวางนโยบายควบคุมบุหรี่ไฟฟ้าในประเทศเรา เหมือนกับที่ได้เดินทางไปแชร์ข้อมูลกับหลายๆ ประเทศมาแล้วเช่นเกาหลีใต้ และไอร์แลนด์ เครือข่ายฯ จะส่งจดหมายฉบับนี้พร้อมกับเอกสารของทาง PHE ไปให้กับกระทรวงสาธารณสุขแล้ว

