ทนายความของผู้ต้องหา คดีฉ้อโกงประชาชน บริษัทเมจิกสกิน เตรียมหลักทรัพย์ 5แสน-1ล้านบาท ยื่นประกันในชั้นศาล พร้อมตั้งข้อสังเกต ทำธุรกิจเข้าข่ายฉ้อโกงอย่างไร เชื่อถูกกลั่นแกล้งเพราะขัดแย้งผลประโยชน์ทางธุรกิจ
ความคืบหน้าคดีกองบังคับการสืบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บก.สส.บช.น.) นำกำลังเข้าตรวจค้นและจับกุมเครือข่ายบริษัทเมจิก สกิน จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องสำอาง อาหารเสริม ไม่ได้รับอนุญาต สินค้าไม่ได้คุณภาพตามที่กล่าวอ้าง และปลอมเครื่องหมาย อย.(สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา) มีผู้ต้องหา 8 คน สามารถควบคุมได้แล้ว 6 คน ประกอบ ด้วย 1.นางวรรณภา พวงสน หัวหน้าทีม 2.นายกร พวงสน ทำหน้าที่ดูแลการเงิน 3.นายกสิทธิ์ วรชิงตัน 4.นายไมยสิทธิ์ สว่างธรรมรัตน์ ทำหน้าที่จัดโรงเรียนสอนรวย สำหรับฝึกอบรมการขาย 5.นายพิร์นิธิ ติรณวัตถุภรณ์ ทำหน้าที่เป็นผู้วางกลยุทธ์ 6.นางสาวตรีชฎา ใจสบาย ขณะที่นางสาวธนัญพรรธน์ บุญโญสิทธิ์ และนางสาวมธุรส แดงสัมฤทธิ์ ทำหน้าที่ผู้สั่งผลิตและเป็นเจ้าของยี่ห้อสินค้า อยู่ระหว่างหลบหนี นอกจากนี้เมื่อตำรวจได้เข้าตรวจโรงงานพบว่ามีการผลิตปุ๋ยควบคู่ไปด้วยนั้น
เมื่อวันที่ 23 เมษายน ที่กองบังคับการปราบปราม นาย กิจจา อาลีอิสเฮาะ ทนายความของนางวรรณภา พวงสน และนายกร พวงสน ผู้ต้องหาในคดีฉ้อโกงประชาชน เครือข่ายบริษัทเมจิคสกิน เปิดเผยภายหลังเข้าเยี่ยมผู้ต้องหาว่า ผู้ต้องหายังคงต้องสงสัยในข้อหาฉ้อโกงประชาชนที่พนักงานสอบสวนแจ้งข้อกล่าวหา ว่ามีพฤติการณ์เข้าข่ายได้อย่างไร เพราะการทำธุรกิจ เป็นการซื้อขายขาด ทั้งนี้ทนายความชี้แจงว่า จุดที่ทำให้เป็นคดีความเกิดขึ้น เนื่องจากข้อเท็จจริงของผลิตภัณฑ์ในเครือเมจิกสกิน มีสลากหลังกล่องที่ระบุที่อยู่การผลิต ไม่ตรงกับ โรงงานที่ผลิตจริง พร้อมอ้างว่า คณะกรรมการอาหารและยา มีคำสั่งมาก่อนหน้านี้ว่า ส่วนผสมของผลิตภัณฑ์ไม่ได้มีสารอันตราย และสั่งให้ดำเนินการแก้ไขแล้ว แต่มาถูกดำเนินคดี หลังมีการโพสต์บนเพจเฟซบุ๊ก และเชื่อว่า เป็นการกลั่นแกล้งกันทางธุรกิจ ที่มีผลประโยชน์ขัดแย้งกัน
ทั้งนี้ได้เตรียมหลักทรัพย์เป็นเงินสด ไว้ขอปล่อยตัวชั่วคราวผู้ต้องหาในชั้นศาล รายละ 500,000 -1,000,000 บาท โดยหลังจากนี้จะเตรียมแจ้งความกลับผู้ที่ทำให้ได้รับความเสียหายและเสื่อมเสียชื่อเสียง
ทนายความ ระบุด้วยว่า มั่นใจในลูกความของตนเอง เพราะที่ผ่านมาตนเองทำงานด้านสิทธิมนุษยชน หากลูกความทำผิดจริง คงไม่เข้ามารับทำคดีนี้

