เมื่อค่ำที่ 12 พฤษภาคมที่ผ่านมา นายธานี ทองภักดี รองปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ได้เป็นเจ้าภาพจัดงานเลี้ยงรับรองและอาหารค่ำ ในโอกาสฉลองความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-สหรัฐอเมริกา ครบรอบ 185 ปี ณ Nai Lert Park Heritage Home โดยมีทายาทแฝดสยามอิน-จัน รุ่นที่ 4 และรุ่นที่ 5 จำนวน 14 คน ซึ่งเดินทางมาจากเมืองเมาท์แอรี มลรัฐนอร์ทเคโลไรนา สหรัฐอเมริกา มาเยี่ยมบ้านเกิดของบรรพบุรุษ ที่จ.สมุทรสงคราม เข้าร่วมงานในฐานะแขกเกียรติยศด้วย ท่ามกลางบรรยากาศเป็นไปด้วยความรู้สึกอบอุ่นและมิตรภาพ ที่ผูกพันกันในหมู่ชาวไทยและชาวอเมริกัน เป็นไปตามความตั้งใจของกรมอเมริกาและแปซิฟิกใต้ กระทรวงการต่างประเทศ ที่ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมความร่วมมือและความเข้าใจอันดีระหว่างประชาชนทั้งสองฝ่าย
ภายในงาน มีบุคคลสำคัญ 70 คน จากหลากหลายสาขาอาชีพ อาทิ พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค นายบัณฑิต อึ้งรังษี ผู้แทนภาคธุรกิจไทยและสหรัฐฯ ซึ่งนักลงทุนในสหรัฐฯ อาทิ ซีพี ไทยเบฟ ไทยซัมมิท เชฟรอน อินโดรามา นางจีระนันท์ พิตรปรีชา และ น.ส.อัญชลี จงคดีกิจ นอกจากนี้มีการแสดงภาพถ่ายและหนังสือพิมพ์เกี่ยวกับแฝดสยามอิน-จัน อายุกว่า 170 ปี และหลักฐานที่ชัดเจนว่าแฝดสยามอิน-จัน นับเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงและมีสถานภาพที่ดีในสังคมอเมริกันในยุคสมัยที่บุคคลทั้งสองยังมีชีวิตอยู่ เป็นครั้งแรกในประเทศไทย โดยได้รับการอุปการคุณจาก ม.ล.ธีรพันธุ์ ทวีวงศ์ ให้กระทรวงการต่างประเทศขอยืมมาจัดแสดง
ในโอกาสนี้นายธานี ทองภักดี รองปลัดกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวเน้นย้ำว่า ชาวไทยและอเมริกันในหลากหลายสาขาอาชีพต่างมีส่วนร่วมในการเสริมสร้างพลวัตของความร่วมมือทวิภาคีให้ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง และสร้างสรรค์ โดยบุคคลสำคัญชาวไทยและอเมริกันที่มาร่วมงานต่างมีศักยภาพที่จะช่วยกันผลักดันให้ความสัมพันธ์ ไทย-สหรัฐฯ ใกล้ชิด แน่นแฟ้นและเอื้อประโยชน์ระหว่างกันยิ่งขึ้น
ขณะที่นายกลินท์ ที เดวีส์ เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศไทย กล่าวถึงความสำคัญของเรื่องราวแฝดสยามอิน-จัน ซึ่งนับเป็นการเริ่มต้นแห่งความสัมพันธ์ภาคประชาชนระหว่างกัน โดยเห็นว่าแฝดสยามฯเป็นที่รู้จัก และได้รับการยอมรับนับถือในระดับสากล เกี่ยวกับความสามารถในการประกอบอาชีพและการสร้างครอบครัวตามแบบ American dream พร้อมทั้งชื่นชมความพยายามของฝ่ายไทยในการกระชับความสัมพันธ์ภาคประชาชน ซึ่งเป็นพลังขับเคลื่อนสำคัญของความสัมพันธ์ไทย-สหรัฐฯในทุกมิติ
ขณะที่ ครอบครัวบังเกอร์ กล่าวแสดงความขอบคุณกระทรวงการต่างประเทศที่เชิญมาเป็นแขก และหลายหน่วยงานที่จัดการต้อนรับอย่างสมบูรณ์อบอุ่น ทั้งนี้ครอบครัวบังเกอร์เติบโตในอเมริกัน อยู่ในวงการหลากหลายอาชีพ การเดินทางมาเยือนบ้านเกิดของบรรพบุรุษครั้งนี้ จะเป็นการกระชับความสัมพันธ์อย่างต่อเนื่องต่อไป และหวังว่าจะเป็นประโยชน์ต่อทุกฝ่าย นอกจากนี้ยังรู้สึกภูมิใจที่ครอบครัวบังเกอร์ได้มีส่วนในการกระชับความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-สหรัฐฯ ครบรอบ 185 ปี ในปี 2561ด้วย
นายคันฉัตร ตันเสถียร ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม เปิดเผยว่า เพื่อสานต่อความสัมพันธ์ของทายาทแฝดสยามอิน-จันกับชาวสมุทรสงคราม ภายในสัปดาห์หน้า จะเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมประชุมหารือแนวทางการดำเนินงานต่างๆ ใน 3 ประเด็น คือ 1.การสืบหาทายาทแฝดอิน-จันในประเทศไทย ซึ่งแม้เป็นเรื่องยาก เนื่องจากอิน-จัน เกิดในช่วงรัชกาลที่ 2 ยังไม่มีนามสกุล การจะตามหาญาติที่ไม่มีนามสกุล ซึ่งเกิดมากว่า 200 ปี แต่ต้องพยายามทำให้ให้ดีที่สุด เรื่องนี้จังหวัดต้องระมัดระวังและรอบคอบอย่างมาก เพื่อป้องกันผู้ไม่หวังดีมาแอบอ้างเป็นทายาทแฝดอิน-จัน หากเป็นไปได้ขอให้ครอบครัวบังเกอร์ ทำเอกสารพร้อมแนบอัตลักษณ์บุคคลของทายาทแฝดอิน-จัน ผ่านกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนต่างๆ มายังกระทรวงมหาดไทยส่งต่อมายังจังหวัดสมุทรสงคราม เพื่อให้ดำเนินการตามหาทายาทของแฝดอิน-จันในประเทศไทยถูกต้องที่สุด
“2.การหารือถึงการยกระดับความสัมพันธ์ของเมืองเมาทม์แอร์รี มลรัฐนอร์ทเคโลไรนา สหรัฐอเมริกา กับจังหวัดสมุทรสงคราม ราชอาณาจักรไทย ซึ่งจังหวัดจะประสานกระทรวงมหาดไทย และ กระทรวงการต่างประเทศ เป็นผู้พิจารณาต่อไป 3.ด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดสมุทรสงคราม จะมีการรวบรวมข้อมูลการท่องเที่ยวที่สำคัญในด้านต่างๆ ทั้งการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม การท่องเที่ยวเชิงวิถีชุมชน การท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ เป็นต้น เพื่อส่งต่อให้ครอบครัวบังเกอร์นำไปเผยแพร่ในสหรัฐอเมริกา เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดสมุทรสงครามและประเทศไทยในอนาคตต่อไป” นายคันฉัตร กล่าว

