หน้าแรก Uncategorized ภารกิจ 14 วัน...

ภารกิจ 14 วันแรกของ ‘ปู่มหาธีร์’ ที่ควรเอาเยี่ยงอย่าง กำจัดทุจริตและกู้วิกฤตศรัทธา

25.05.18 | 15:05 น.

“มหาธีร์ โมฮัมหมัด” นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย นอกจากจะทำสถิติเป็นผู้นำที่มาจากการเลือกตั้งขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี ด้วยอายุ 92 ปี ที่อายุมากที่สุดในโลกแล้ว เหนืออื่นใด อยากให้ลองมาติดตามไทม์ไลน์ของปู่มหาธีร์กัน ตั้งแต่นำแนวร่วมฝ่ายค้านชนะการเลือกตั้งครั้งประวัติศาสตร์ เมื่อ 9 พ.ค. 61 เป็นอย่างไรกันบ้าง


โดยอีก 1 วันถัดมา มหาธีร์เข้าพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่งเป็นนายกฯอย่างเป็นทางการ

12 พ.ค. ปู่มหาธีร์เคยประกาศไว้ก่อนเลือกตั้งว่าจะขุดรากถอนโค่นนาจิบที่โกงกินบ้านเมืองขึ้นบัญชีดำ ก็เดินหน้าทันทีด้วยการสั่งห้ามบินออกนอกประเทศ ทำให้ทริปไปอินโดนีเซียของนาจิบกับภรรยาที่เชื่อว่าน่าจะหลบหนีมากกว่าก็สะดุดลงทันที ชนิดไม่ต้องเกรงอกเกรงใจกันแม้จะรักกันยิ่งกว่าลูกในไส้กันมาก่อนก็ตาม

17 พ.ค. นาจิบแทบไม่เหลือที่ยืน มหาธีร์ส่งตำรวจเข้าตรวจค้นบ้านพักหาหลักฐานเชื่อมโยงเรื่องการทุจริตในเงินกองทุนเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติมาเลเซีย รวมกว่า 700 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือ 22,400 ล้านบาท และยังค้นแหลกที่พักสุดหรู รวมถึงคอนโดและที่พักอื่นๆ รวม อีก 4 แห่ง นอกจากได้หลักฐาน ยังได้ข้าวของแบรนด์หรูของฝ่ายภริยาอีกมากมาย ชนิดใช้กันชาตินี้จนถึงชาติหน้าอย่างสบายๆ

Advertisement

มหาธีร์ยังเรียกประชุมคณะรัฐมนตรีหรือครม.ชุดใหม่ เมื่อ 23 พ.ค.61 ก่อนจะเคาะมติ “โดนใจ” คนมาเลเซีย ด้วยการลดเงินเดือนทีมครม.ลงทั้งหมด 10% แจ้งว่าเพื่อช่วยลดภาระหนี้สินที่รัฐบาลต้องแบกไว้สูงเกิน 1 ล้านล้านริงกิต หรือประมาณ 8 ล้านล้านบาท คิดเป็น 65% ของผลิตภัณฑ์มวลรวม (GDP) ของประเทศ และจากนี้กำลังประเมินว่าจะลดเงินเดือนข้าราชการระดับสูงเป็นลำดับต่อไป
การลดเงินเดือนให้ประชาชนเห็นเป็นตัวอย่างเพื่อแสดงให้เห็นว่าครม.จะต้องเป็นฝ่ายเสียสละก่อน เมื่อดูรายได้ของนายกฯ มาเลเซีย ได้ตกเดือนละ 22,827 ริงกิต หรือประมาณ 184,000 บาท รองนายกรัฐมนตรี 18,168 ริงกิต หรือ 146,450 บาท รัฐมนตรีว่าการกระทรวง 14,907 ริงกิต หรือ 120,260 บาท และรัฐมนตรีช่วยว่าการฯ 10,848 ริงกิต หรือ 87,480 บาท

หากนับเอาวันที่มหาธีร์เข้าสาบานตนจนถึงการประชุมครม.เพื่อลดเงินเดือนใช้เวลาเพียง 14 วันเท่านั้น ได้ทำอะไรไปมากมาย ในยามที่ต้องลดรายจ่ายหนี้สินประเทศลงมา ก็จะไม่มีการตอบแทนใครๆ เป็นกรณีพิเศษ ภารกิจของการเข้ามาเป็นนายกฯไม่แตกต่างอะไรกับการกอบกู้ประเทศใหม่อีกครั้งหนึ่ง

จากนี้ไปเตรียมเอาโครงการระดับยักษ์ต้องใช้เม็ดเงินมหาศาลจากรัฐบาลสมัยนาจิบมาทบทวนกันใหม่ อันไหนจำเป็นก็เดินหน้าต่อ เพราะประเทศก็ต้องพัฒนาอย่างมีเป้าหมาย ที่เหลือมีทั้งยุติโครงการและชะลอไว้ก่อน รวมทั้งจะมีมาตรการอีกมากมายออกมาล้วนเกี่ยวข้องกับการลดการใช้งบประมาณที่ไม่ถูกต้องหรือยังไม่ควรมีเกิดขึ้นในยามที่ประเทศเผชิญกับวิกฤตเศรษฐกิจ

ขณะเดียวกัน รัฐบาลของมหาธีร์ยังโชว์ความนิ่งในการแก้ไขสถานการณ์ โดยเฉพาะความผันผวนของน้ำมันในตลาดโลกที่เส้นกราฟพุ่งขึ้นอย่างเดียวไม่มีตกปาเข้าไปกว่า 70 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ไม่จำเป็นต้องผลักภาระราคาน้ำมันที่สูงขึ้นซ้ำเติมประชาชนทันที หากแต่ยังคงราคาน้ำมันหน้าปั๊มไว้เหมือนเดิมทุกประการ

เหล่านี้ ล้วนแต่เป็นเรื่อง “ส่วนรวม” ทั้งสิ้น ไม่ต้องมะงุมมะงาหรา สิ่งที่ปู่มหาธีร์ทำเหมือนการปฏิรูปประเทศอย่างหนึ่งให้เข้าสู่เส้นทางที่ควรจะเป็นอย่างรวดเร็ว เหมือนรู้แต่แรกแล้วว่า ควรจะต้องทำอะไรก่อนหลัง ไม่มีพรรคพวกให้ต้องเกรงใจ หรือตอบแทนใดๆ กับใครเป็นกรณีพิเศษ

อย่างนี้สิที่นักการเมืองควรเอามาศึกษาให้เป็นเยี่ยงอย่าง อย่าลืมว่าประชาชนล้วนเลือกเข้ามาทั้งสิ้น