หน้าแรก Uncategorized น.1 แถลงจับแก...

น.1 แถลงจับแก๊งลักรถ ยังหนีอีก 2 จ่อออกหมายจับ ‘ผู้หมวด’ บก.จร.เอี่ยว

28.05.18 | 15:11 น.

เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) พล.ต.ต.ภาณุรัตน์ หลักบุญ รอง ผบช.น. พล.ต.ต.กฤตธาพล ยี่สาคร รอง ผบช.น. พล.ต.ต.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.อิสเรศ ปาลาพงศ์ ผกก.สส.3 บก.สส.บช.น. พ.ต.ท.ธนากร อ่อนทองคำ รอง ผกก.สส.3 บก.สส.บช.น. แถลงจับกุมนายวีรวัฒน์ จันทร์กลาง อายุ 36 ปี พร้อมของกลางรถยนต์ 16 คัน ประกอบด้วย รถโตโยต้า รุ่นฟอร์จูนเนอร์ 3 คัน รถกระบะ 4 คัน รถเก๋ง 8 คัน และรถตู้แวน 1 คัน รถ จยย. 7 คัน ชุดสว่านไฟฟ้า 1 ชุด แผ่นป้ายทะเบียน 9 แผ่น เอกสารคู่มือประจำรถ 10 ชุด แผ่นเพลทแสดงหมายเลขเครื่องและหมายเลขตัวถังรถ 9 แผ่น แผ่นเพลทที่ยังไม่ตอกหมายเลข 40 แผ่น และอะไหล่รถหลายรายการ จับกุมได้ที่บ้านเลขที่ 2/23 หมู่ 12 ต.บางพลีใหญ่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ

พล.ต.ท.ชาญเทพกล่าวว่า สืบเนื่องจาก 1 ปีที่ผ่านมา บช.น.รับแจ้งรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีโก้ หายไปกว่า 80 คัน ตำรวจสืบทราบว่ามีแก๊งคนร้ายมีพฤติการณ์ตระเวนโจรกรรมรถยนต์ในเขตกรุงเทพมหานคร จ.สุพรรณบุรี จ.สระแก้ว และ จ.สมุทรปราการ จึงหาข่าวและรวบรวมพยานหลักฐานทราบว่ากลุ่มคนร้ายนำรถที่โจรกรรมมาไปซุกซ่อนที่ใด ต่อมาวันที่ 26 พฤษภาคม นำหมายศาลอาญา เข้าตรวจค้นบ้านพักที่คนร้ายนำรถที่ลักมาไปซุกซ่อน 9 จุด ในเขตพื้นที่ จ.สระแก้ว จ.สมุทรปราการ จ.นนทบุรี จ.สุพรรณบุรี จ.ปทุมธานี ตรวจยึดรถของกลางที่ลักมาจากผู้เสียหาย 2 คัน รถยนต์ที่ใช้ก่อเหตุ 5 คัน และรถที่เกี่ยวข้องกับคดีอีก 9 คัน พร้อมจับกุมนายวีรวัฒน์ จันทร์กลาง ส่วนผู้ร่วมขบวนการอีก 2 ราย คือนายสุชาติ รอดหงส์ทอง และนายรุ่งโรจน์ นาคเกษม หลบหนี

สอบสวนนายวีรวัฒน์รับสารภาพว่า แก๊งของตนมีจำนวน 3 คน มีนายสุชาติ ทำหน้าที่เป็นหัวหน้าแก๊ง คอยติดต่อรับงานจากกลุ่มนายหน้า ส่วนตนทำหน้าที่เป็นคนขับรถตระเวนหารถที่เป็นเป้าหมายในการลักทรัพย์ และนายรุ่งโรจน์ทำหน้าที่ตัดสัญญาณกันขโมย เปิดล็อกประตู และสตาร์ตเครื่องรถที่ลัก ทั้งนี้ ก่อนเริ่มงานผู้จ้างวานจะจ่ายเงินมัดจำให้กับกลุ่มเป็นจำนวนเงิน 5,000 บาท จากนั้นพวกตนจะออกตระเวนหาลักทรัพย์รถยนต์ที่จอดไว้ในที่ลับตา หรือตามหมู่บ้านที่ไม่มี รปภ. เมื่อลักรถยนต์ ออกมาแล้วจะนำไปซุกซ่อนไว้ที่อู่รถย่าน อ.บางกรวย จ.นนทบุรี และเปลี่ยนแปลงสภาพภายนอกเพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ก่อนจะส่งต่อรถไปที่อู่รถยนต์ใน อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี ซึ่งรับสวมซากรถที่เกิดอุบัติเหตุ จากนั้นจะนำรถที่สวมซากแล้วไปขายในตลาดรถมือสอง เต็นท์รถ หรือนำไปโพสต์ขายตามเพจเฟซบุ๊ก โดยบอกว่าเป็นรถหลุดจำนำราคาถูก ซึ่งการขายแบบรถหลุดจำนำจะทำให้ได้ราคามากกว่าการขายแบบรถลักมา ซึ่งหากผู้ที่ซื้อมาแล้วจะไม่สามารถโอนเล่มทะเบียนได้ หรือส่งขายให้กับประเทศเพื่อนบ้าน (กัมพูชา, ลาว, พม่า) เมื่อขายรถให้ลูกค้าได้แล้ว จะรับค่าตอบแทนสำหรับรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีโก้ คันละประมาณ 150,000-200,000 บาท และรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นฟอร์จูนเนอร์ ค่าตอบแทนคันละ 200,000-350,000 บาท

ตรวจสอบพบว่า นายวีรวัฒน์เคยมีประวัติถูกดำเนินคดีในข้อหาลักทรัพย์รถยนต์, ชิงทรัพย์ และยาเสพติด ส่วนผู้ต้องหาที่ยังหลบหนีอยู่ คือนายสุชาติ มีประวัติถูกดำเนินคดีเกี่ยวกับยาเสพติด และนายรุ่งโรจน์ ถูกดำเนินคดีเกี่ยวกับยาเสพติด เพิ่งพ้นโทษมาเมื่อต้นปี 2560 ทั้งนี้ จากการตรวจสอบเงินหมุนเวียนในกลุ่มดังกล่าวมีประมาณ 60-70 ล้านบาท โดยตำรวจจะประสาน ปปง. เพื่ออายัดทรัพย์ต่อไป

เบื้องต้นแจ้งข้อหานายวีรวัฒน์ ร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำความผิดหรือพาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อให้พ้นการจับกุม นำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย และจะติดตามผู้ต้องหาที่เหลือมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

Advertisement

รายงานข่าวแจ้งว่า จากการขยายผลสามารถตรวจยึดของกลางรถแวน ยี่ห้อเบนซ์ ทะเบียน ฮล 9678 กรุงเทพมหานคร จากบ้านเลขที่ 98/47หมู่ 1 ต.บึงยี่โถ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี พบของกลางเป็นสมุดใบสั่งกองบังคับการตำรวจจราจร รหัส 7612 ซึ่งเป็นของเจ้าหน้าที่ตำรวจยศ ร.ต.ท. สังกัด บก.จร. ตรวจสอบพบว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจคนดังกล่าวเป็นผู้ร่วมขบวนการด้วย โดยทำหน้าที่เป็นผู้สั่งออเดอร์และโอนเงินให้กับกลุ่มผู้ต้องหาครั้งละ 5,000 บาท ก่อนออกไปตระเวนลักรถ และรับซื้อรถที่ลักมา จากการสอบสวน ร.ต.ท.คนดังกล่าว รับว่าสั่งออเดอร์โอนเงินล่วงหน้าไปจำนวน 5 คัน ซึ่งอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อเสนอศาลอนุมัติออกหมายจับต่อไป