อันโตนิโอ แบนเดอรัส เส้นเลือดหัวใจตีบ ผ่าตัดใส่ขดลวดเส้นเลือดหัวใจ 3 เส้น

เว็บยาฮู อ้าง อันโตนิโอ แบนเดอรัส ป่วยเส้นเลือดหัวใจตีบ โดยพระเอกรุ่นใหญ่ชาวสเปนวัย 56 ซึ่งมีผลงานภาพยนตร์ดังหลายเรื่อง อาทิ The Mask of Zorro, Philadelphia, Puss in Boots ให้สัมภาษณ์เปิดใจกับสื่อของสเปนเมื่อเร็วๆนี้ว่า เขาเพิ่งฟื้นตัวจากโรคหัวใจ ซึ่งเล่นงานเขาเมื่อปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมา แต่ตอนนี้ทุกอย่างปลอดภัยแล้ว จากข่าวว่า ก่อนหน้านี้ มีคนเห็นพระเอกรุ่นใหญ่เดินเข้าไปที่คลีนิกแห่งหนึ่งของสวิตเซอร์แลนด์ จึงทำให้เกิดข่าวลือเกี่ยวกับสุขภาพของเขา “ผมมีอาการหัวใจวายเมื่อวันที่ 26 มกราคม แต่ไม่ได้รุนแรงมาก และไม่ได้ก่อความเสียหายใดๆต่อสุขภาพ” อย่างไรก็ตาม พระเอกคนดังก็ว่า เขาได้เข้ารับการผ่าตัดใส่ขดลวดที่เส้นเลือดหัวใจ 3 เส้น ทั้งยังว่า อาการของเขาไม่ได้รุนแรง น่ากลัวเหมือนที่มีสื่อบางสื่อเขียนถึง จากข่าวว่า แบนเดอรัส ได้พูดถึงอาการป่วยของเขา ระหว่างไปร่วมงานเทศกาลภาพยนตร์ที่เมืองมาลากา บ้านเกิดของเขาที่สเปน เมื่อวันเสาร์ที่ 25 มีนาคม ที่เขาได้รับรางวัลศิลปินนักแสดงที่ประสบความสำเร็จสูงสุดในอาชีพ

คอนเสิร์ตสนุกในบ้าน อนาคตครอบครัวเดียวกัน

“มติชนประชาชื่น” เคยรายงานเรื่องมูลนิธิฉือจี้ไต้หวันในประเทศไทยแก่สาธารณะแล้วเมื่อไม่กี่ปีก่อน เป็นมูลนิธิสร้างสรรค์ประโยชน์กับสังคมอันน่าทึ่ง มีผู้เดินทางไปดูงานถึงที่แล้วไม่น้อย อาทิ หมอประเวศ วะสี กับนายแพทย์อีกหลายนาม พระไพศาล วิสาโล เขียนถึงอย่างนิยมยกย่อง ในงานบุญที่ผู้ปวารณาตัวเป็นอาสาสมัครขอบคุณบรรดาผู้ได้รับความช่วยเหลือ ว่าเป็นเหตุให้พวกตนมีโอกาสได้ทำกุศล มูลนิธิฉือจี้เริ่มเมื่อธรรมาจารย์เจิ้งเอี๋ยน เข้าสมาทานศีลแต่ปี 2506 แล้วไปปฏิบัติธรรมที่เมืองฮวาเหลียน หลังหมู่บ้านเจียหมิง จากนั้นจึงก่อตั้งมูลนิธิพุทธฉือจี้ไต้หวันขึ้นในปี 2509 ดำเนินชีวิตด้วยการพึ่งพาตนเองโดยยึดหลัก “วันใดไม่ทำงาน วันนั้นไม่ขอฉันอาหาร” เหตุที่ตั้งมูลนิธิขึ้น ก็หลังได้สนทนาธรรมกับแม่ชีคาทอลิกสามรูป จากโรงเรียนมัธยมไห่ซิง เมื่อแม่ชีได้กล่าวขึ้นก่อนกลับว่า “วันนี้ก็ได้เข้าใจแล้วว่า ความเมตตาของพระพุทธองค์นั้น ครอบคลุมถึงทุกสรรพชีวิตบนโลก ถือเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่มาก ทว่าความรักของพระเจ้าแม้จะจำกัดอยู่แค่มวลมนุษยชาติ แต่พวกเราได้สร้างโบสถ์ สร้างโรงพยาบาล ดูแลสถานสงเคราะห์คนชรา ได้ทำประโยชน์เพื่อสังคมนานัปการ แล้วพุทธศาสนาเล่า ได้อุทิศสิ่งใดเพื่อสังคมอย่างเป็นรูปธรรมบ้าง” ธรรมาจารย์ฟังแล้วอ้ำอึ้ง มิรู้จะตอบประการใด เนื่องจากพุทธศาสนิกชนส่วนมากมักปิดทองหลังพระ ต่างคนต่างทำบุญ ทำแล้วก็ไม่ต้องการออกนาม จึงตัดสินใจตั้งองค์กรการกุศลขึ้น สงเคราะห์คนยากไร้เป็นปฐม จากนั้นจึงเกิดโรงเรียน โรงพยาบาล แพทย์อาสาฉือจี้นานาชาติ ขยายโรงเรียนไปต่างประเทศ จนมาถึงประเทศไทย มีกิจกรรมการกุศลนานารูปแบบ ช่วยเหลือผู้คนอย่างกว้างขวาง นานที มูลนิธิจะจัดคอนเสิร์ตในหมู่คนครอบครัวเดียวกัน เพื่อร่วมพบปะและรับบริจาค เปิดโอกาสให้ผู้คนได้ทำกุศลแก่บุคคลที่ต้องการความช่วยเหลือ ปีนี้ […]

‘กอล์ฟ ฟักกลิ้งฮีโร่’ เผยบทเรียนสุดซึ้งจาก ‘คาถาหายตัว’ ที่ ‘ชูใจ’ สอน

หลายๆ ครั้ง ที่เรากำลังทุกข์ใจ มักพบว่าเราจะได้ข้อคิดและกำลังใจจากคนที่คาดไม่ถึงเสมอ ดังเช่น กอล์ฟ – ณัฐวุฒิ ศรีหมอก ที่ได้เล่าถึงบทเรียนหลังสูญเสียคุณพ่อไปอย่างไม่ทันตั้งตัว โดยได้จากการที่ลูกสาวตัวน้อย น้องชูใจ เล่นปิดตา ร่ายคาถาหายตัวกับทุกคนรอบตัว ผ่านทางเฟซบุ๊กและอินสตาแกรมส่วนตัว โดยเขาว่า “ชูใจมีคาถาหายตัวของเธอ เธอจะปิดตาตัวเอง แล้วเชื่อว่าทั้งโลกจะไม่เห็นเธอ โลกที่เธอไม่เห็นใครก็คือใครไม่เห็นเธอ เวลาเธอทำแบบนั้นพ่อ แม่ ย่า ยาย ก็จะแกล้งหากันจ้าละหวั่นว่าเธอหายไปไหน ร่ายคาถาพอให้ทุกคนงงซักพักเธอก็จะเปิดตา โผล่มาจ๊ะเอ๋ แล้วหัวเราะชอบใจที่แกล้งทุกคนได้ ช่วงที่พ่อผมเสีย ยอมรับตรงๆว่าผมอยากหายตัว หายตัวไปจากโลกใบนี้ หายตัวไปจากความรู้สึกผิด ไม่อยากรู้สึกอะไรอีกเลย ทั้งวันผมเอาแต่นั่งนิ่งๆ ครุ่นคิดเรื่องที่ผ่านมา ไม่พร้อมทำงานและพบเจอใคร วันหนึ่งในวันเหล่านั้น ชูใจก็เดินมาเล่นกับผม ผมฝืนเล่นกับลูกไปได้ซักพัก เธอก็เสกคาถาหายตัว ในระหว่างที่ผมแกล้งตกใจว่าเธอหายไปอีกแล้ว ตอนนั้นผมสังเกตว่าแท้จริงแล้วในการบริกรรมคาถาหายตัวของเธอ เธอไม่ได้หลับตาปี๋ เธอหรี่ตา แอบมองผ่านช่องนิ้วมือที่เธอกางไว้ เพื่อดูพฤติกรรมฮาๆของคนที่เธอแกล้ง โลกใบนี้ คาถาหายตัวไม่มีจริง ไม่มีที่ซ่อนตัวให้ความทุกข์ในใจ ต่อให้หลับตาอยู่ในความมืดแสนดำ หนีไปไกลแสนไกล ตัวตนเรายังคงอยู่บนโลก ความทุกข์ก็ยังเห็นเรายืนปิดตาอยู่แบบนั้น หลบหลีกสิ่งที่ต้องเผชิญไปไม่พ้น แต่ลูกกำลังสอนให้ผมหรี่ตา […]

ช็อก! ทีมงาน The Momentum ประกาศ “อำลา” ตั้งแต่ 31 มี.ค.

ทำเอาหลายคนถึงกับงงกันไป หลังจากเว็บไซต์ The Momentum สื่อออนไลน์น้องใหม่มาแรง ประกาศผ่านหน้าเพจเฟซบุ๊กว่า ทีมงานขอตัดสินใจลาออกยกทีม โดยจะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 เมษายนนี้เป็นต้นไป และหลังจาก 31 มีนาคม คอนเทนต์ใดๆบนเว็บไซต์จะไม่ได้มาจากทีมงานเดิมอีกต่อไป โดยบนเว็บไซต์ของ The Momentum มี “บทบรรณาธิการสุดท้าย” ระบุว่า ถึง คุณผู้อ่านที่รัก บทความที่คุณกำลังอ่านอยู่นี้คือบทความสุดท้ายของผมในฐานะบรรณาธิการบริหาร The Momentum บทบรรณาธิการแรกของผมถูกโพสต์ในเว็บไซต์ The Momentum วันที่ 10 ตุลาคม 2559 ถือเป็นคอนเทนต์ลำดับที่ 1 ที่แนะนำตัวกับคุณผู้อ่าน ไม่น่าเชื่อว่าผ่านไปไม่กี่เดือน ผมต้องมาเขียนบทบรรณาธิการอำลา ว่ากันอย่างรวบรัด, ผมและทีมงานทุกชีวิตตัดสินใจลาออกจาก The Momentum แล้ว โดยจะเริ่มมีผลตั้งแต่วันที่ 1 เมษายนเป็นต้นไป นั่นหมายความว่า หลังจากวันที่ 31 มีนาคม ทุกคอนเทนต์ทั้งบทความที่คุณได้อ่าน วิดีโอที่คุณได้ดู หรือพอดแคสต์ที่คุณได้ฟัง จะไม่ได้มาจากทีมงานของผมอีกต่อไป นี่เป็นการตัดสินใจที่ยากที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิตของผม จะไม่ให้ลำบากใจได้อย่างไร […]

ดู ‘อีตั้น’ ลูก ‘หมิว ลลิตา’ เดินแฟชั่น หล่อทะลุแคตวอล์ก!!

ต้องบอกว่าเชื้อไม่ทิ้งแถวจริงๆ โดยอีตั้น-ศักดิเดช ศศิประภา ลูกชายคนเล็กวัน 14 ปี ของหมิว-ลลิตา ปัญโญภาส ได้หันมาชิมลางในวงการบันเทิงแล้ว ด้วยการขึ้นแคตวอล์กเดินแฟชั่นให้แบรนด์ Fri27Nov.ของชนะชัย จรียะธนาในงาน Bangkok International Fashion Week 2017 เมื่อวานนี้ (26 มี.ค.) งานดีขนาดไหน ไปดูกันเลย งานนี้แม่หมิวพร้อมผองเพื่อนพร้อมใจกันไปเชียร์ถึงขอบเวที ขณะที่พ่อก้อง-นรบดี ก็มาแสดงขอบคุณอุ๋ม-อาภาศิริ นิติพน ผู้เป็นครูสอน แถมยังฝากให้ช่วยดันหลาน ส่วนฝั่งคุณครูนั้นเห็นงานของลูกศิษย์แล้ว ก็บอกเลยว่า ‘Good job Eton’     ขอบคุณภาพจากชนะชัย จรียะธนา และ@rpasiri

‘อีเอฟเอ็ม’ ย้ายไปอยู่คลื่น ‘104.5’ ส่วน ‘ชิล เอฟเอ็ม’ เลิกออกอากาศผ่านวิทยุ หันทำออนไลน์แทน

เรียกเสียงฮือฮาทีเดียว เมื่อวันนี้ (27 มีนาคม) เหล่าดีเจของคลื่น 94 อีเอฟเอ็ม ได้แจ้งแฟนๆ ให้ทราบว่าทางคลื่นจะย้ายจากคลื่น 94.0 เมกะเฮิร์ตซ์ ไปเป็นคลื่น 104.5 เมกะเฮิร์ตซ์แทน เริ่ม 1 เมษายนนี้ อย่างเช่น ดีเจต้นหอม – ศกุนตลา เทียนไพโรจน์  ที่บอกไว้ว่า “เปลี่ยนคลื่นห้ามเปลี่ยนใจ เคป๊ะ? พุธทอร์ค 3-5ทุ่ม ดีเจต้นหอม ดีเจ@lollipop_pimp ดีเจ@loukgolflg“ อย่างไรก็ตามการย้ายอีเอฟเอ็มไปอยู่ที่คลื่น 104.5 ทำให้หลายคนเกิดสงสัยว่า แล้วคลื่นชิล เอฟเอ็ม ที่เคยอยู่คลื่นนี้จะย้ายไปไหน ‘มติชนออนไลน์’ จึงสอบถามไปยัง ฉอด – สายทิพย์ มนตรีกุล ณ อยุธยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานธุรกิจ จีเอ็มเอ็ม มีเดีย ซึ่งเจ้าตัวขอให้สัมภาษณ์ในช่วงเย็นต่อสื่อมวลชน ถึงอย่างนั้นมีรายงานว่า ชิล เอฟเอ็ม จะไม่ออกอากาศผ่านทางคลื่นวิทยุอีกต่อไป แต่จะเปลี่ยนไปออกอากาศทางเว็บไซต์ออนไลน์แทน โดยดีเจดังๆ ของคลื่นก็จะย้ายไปจัดที่อีเอฟเอ็มแทน ส่วนของชิล เอฟเอ็มจะเป็นดีเจหน้าใหม่ๆ โดยนั้นค่อนข้างสอดคล้องกับโฆษณาของชิล เอฟเอ็ม ทั้งนี้ชิล เอฟเอ็ม […]

‘โหน่ง ชะชะช่า’ โพสต์เศร้า “เมื่อผ่านเหตุการณ์สักอย่างหนึ่ง ชีวิตสอนให้รู้ว่ามีไม่กี่คนที่จะอยู่เคียงข้างเรา”

เรียกความสนใจของผู้คนในสังคมเป็นอย่างมาก สำหรับกรณีเมื่อสัปดาห์ก่อน เดียร์ – กิตติภูมิ ลูกชายคนโตของตลกชื่อดัง โหน่ง ชะชะช่า – ชูศักดิ์ เอี่ยมสุข ควบเก๋งรถบีเอ็มดับบลิวรุ่น 218i สีขาว ทะเบียนป้ายแดง ศ 8859 กรุงเทพมหานคร ชนกับรถเก๋งมิตซูบิชิแลนเซอร์สีขาว ทะเบียน กจ 5946 ปทุมธานี ย่านคลอง 9 ถนนรังสิต-นครนายก ทำให้ นายพรพิชิต นฤนาทมนตรี คู่กรณีเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ซึ่งโหน่งก็ได้รับผิดชอบเป็นเจ้าภาพงานศพ รวมถึงพาลูกชายไปขอขมา และแสดงความรับผิดชอบต่อครอบครัวผู้เสียชีวิตอย่างเต็มที่ อย่างไรก็ตามล่าสุดเมื่อวานที่ผ่านมา (26 มีนาคม) โหน่ง ชะชะช่า กลับโพสต์ภาพข้อความทำนองตัดพ้อในอินสตาแกรม nong_chachacha เป็นข้อความว่า “เมื่อเราผ่านเหตุการณ์อะไรมาสักอย่างหนึ่ง ชีวิตมันจะสอนให้เราให้รู้ว่า… “มีไม่กี่คนหรอก ที่จะอยู่เคียงข้างเรา ไม่ว่าเราจะทุกข์แค่ไหน และไม่ว่าจะสุขแค่ไหน” นอกจากนี้เขายังใส่รูปอีโมติคอนใต้ภาพเป็นรูปร้องไห้ด้วย “😭” โดยภาพดังกล่าวก็ได้มีแฟนๆ เข้าไปให้กำลังใจกันมากมาย ซึ่งหลายคนได้เข้ามาชื่นชมความรับผิดชอบของโหน่งที่มีต่อคู่กรณี ส่วนอีกไม่น้อยเชื่อว่าจะมีสิ่งดีๆ ตามมาต่อจากนี้แน่นอน ไม่ว่าโหน่งจะเศร้าเรื่องอะไร ‘มติชนออนไลน์’ ก็ขอเป็นอีกกำลังใจให้สู้ๆ จ้า   ขอบคุณภาพประกอบจากอินสตาแกรม nong_chachacha 

ส่องภาพแฟนมีทติ้งของ ‘หมาก’ ที่จัดเต็มทั้งร้อง-เล่น แถมชวนแฟนคลับสวมบทนางเอกสุดฟิน!

ทำเอาแฟนคลับฟินกันไปถ้วนหน้า เมื่อพระเอกหนุ่ม หมาก – ปริญ สุภารัตน์ จัดงานแฟนมีทติ้งโดยใช้ชื่อว่า “Seven Steps นับ 7 with Mark Prin” ไปเมื่อวานนี้ (26 มี.ค.) ที่ Bazaar Thearter ชั้น C สวนลุมไนท์บาร์ซ่า (รัชดา)  เพื่อเป้นการขอบคุณแฟนคลับที่ติดตามผลงานและเป็นกำลังใจให้เขามาตลอด 7 ปีในวงการบันเทิง งานนี้หมากก็จัดเต็มทั้งร้องทั้งเล่นเอาใจแฟนกันเต็มที่ นอกจากนี้ยังมีเกมสนุกๆ ที่ให้แฟนคลับผู้โชคดีขึ้นมาสวมบทบาทเป็นนางเอกละครของเขาอีกด้วย ซึ่งสาวๆ ทุกคนก็เต็มที่เพื่อให้สมบทบาทที่สุด จนหมากยังยอมใจจนต้องบอกว่า “แฟนคลับผมมาเต็มทุกคนครับ” และที่พิเศษสุดๆ คือการเซอร์ไพรส์ของคุณพ่อและคุณแม่ของเขาที่บินตรงจากเชียงใหม่เพื่อมาให้กำลังใจลูกชาย เล่นเอาเจ้าตัวปลื้มปริ่มน้ำตาคลอเลยทีเดียว วันนี้ มติชนออนไลน์ ก็มีภาพบรรยากาศสนุกๆ สุดฟินในงานมาฝากกัน เริ่มด้วยเกมสนุกๆ ตามหานางเอกของหมาก     ต่อด้วยโชว์การร้องเพลงที่ใกล้ชิดกับแฟนคลับทุกที่นั่งแบบสุดๆ   ปิดท้ายด้วยความประทับ และเซอร์ไพรส์จากคุณพ่อคุณแม่ เป็นแฟนมีทติ้งที่สนุกครบทุกอารมณ์ ฟินถึงใจจริงๆ จ้า   ขอบคุณภาพจาก  mark_prin

The Museum of Innocence… รอยทรงจำอันหวานหอมและขมปร่า

The Museum of Innocence คือผลงานของ ออร์ฮาน ปามุก (Orhan Pamuk) ที่ทำให้แฟนคลับอย่างเราช็อกมาก เพราะไม่คิดมาก่อนเลยว่าปามุกจะสามารถเขียน “นวนิยายรัก” ที่สร้างความสั่นไหวระดับเกิน 8 ริกเตอร์ในหัวใจได้ขนาดนี้ สั่นสะเทือนในระดับที่ทำให้อ่านนวนิยายหนา 618 หน้าจนจบได้ภายในคืนเดียว จากการผูกเรื่องของปามุกในระดับวางไม่ลง โดยไม่มีการข้ามแม้แต่คำหนึ่งคำใดไปเลย ที่ผ่านมาในการรับรู้ทั่วไป ผลงานที่เป็นเสมือนภาพจำของนักเขียนรางวัลโนเบลชาวตุรกีผู้นี้ มักจะเชื่อมโยงและวิพากษ์วิจารณ์ความคิด ความเชื่อ และวิถีทางสังคม การเมือง ศาสนา ความขัดแย้งในตุรกีอยู่เสมอ เพราะแม้ว่าโดยพื้นเพของปามุกจะเติบโตในครอบครัวชาวออตโตมันที่มั่งคั่ง เป็นชาวตุรกีชนชั้นกลางระดับสูงซึ่งมีโอกาสทางสังคมมากกว่าชาวเคิร์ดหรือชาวอาร์เมเนียน แต่เขากลับเห็นถึงความทุกข์ยากของชาวเคิร์ดและชาวอาร์เมเนียนที่ถูกกดขี่ข่มเหงในสถานะของชนกลุ่มน้อยตลอดเวลา เขาถ่ายทอดมุมมองเหล่านั้นออกมาในงานเขียนหลายเรื่อง รวมถึงนวนิยายเล่มดังที่ได้รับการแปลเป็นภาษาอังกฤษอย่าง “My Name is Red, The Other Colors” รวมถึง “Snow (หิมะ)” ซึ่งว่าด้วยการปะทะกันระหว่างความเชื่อของเป็นรัฐฆราวาสและการยึดถือกฎหมายอิสลามในแบบรัฐอิสลามซึ่งเป็นปัญหาทางการเมืองภายในของตุรกี ที่ “สนพ.บทจร” เพิ่งจะพิมพ์ออกมาหมาดๆ ด้วย วิถีคิดและการทำงานแบบนี้ แม้ว่าจะทำให้ปามุกมีปัญหากับรัฐบาลตุรกีอย่างสม่ำเสมอ และถูกต่อต้านจากกลุ่มอนุรักษนิยมในตุรกีที่มองว่าสิ่งที่ปามุกทำคือการทำลายวิถีชีวิตตามจารีตประเพณีที่สืบต่อกันมา และการขุดคุ้ยเรื่องราวในอดีตเกี่ยวกับฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวเคิร์ดและชาวอาร์เมเนียนของปามุกนั้น ก็เป็นรอยแผลที่หลายคนไม่อยากให้เปิดปากแผล แต่ในปี 2006 […]

สวยสะกดสายตา! ‘แอฟ ทักษอร – แต้ว ณฐพร’ ร่วมอัญเชิญพระเกี้ยวในงาน ‘จุฬาฯ 100ปี’

จบลงไปอย่างงดงามและประทับใจ สำหรับงาน ‘จุฬาฯ 100ปี : ศตวรรษแห่งความภูมิใจ’ ที่จัดขึ้นเมื่อช่วงเย็นวานนี้ (26 มีนาคม) ณ สนามหน้าพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระปิยมหาราช และ สมเด็จพระมหาธีรราชเจ้า จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยช่วงหนึ่งในหลายช่วงประทับใจและถูกพูดถึงอย่างมากในโลกออนไลน์ก็คือ ขบวนอัญเชิญพระเกี้ยว และเครื่องสักการะ ๔ ภาคจากการแสดงสื่อผสมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ ชุด “จุฬาฯ ๑๐๐ ปี : ศตวรรษแห่งความภูมิใจ” โดย แอฟ – ทักษอร เตชะณรงค์ นิสิตเก่าคณะนิเทศศาสตร์ ผู้อัญเชิญพระเกี้ยวในงานฟุตบอลประเพณี ครั้งที่ 55 และแต้ว – ณฐพร เตมิรักษ์  นิสิตเก่าคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ผู้อัญเชิญพระเกี้ยวในงานฟุตบอลประเพณีครั้งที่ ๖๖ และนี่คือภาพการอัญเชิญพระเกี้ยวของทั้งคู่ในครั้งนี้ที่สวยสะกดสายตาในชุดไทย เริ่มจากแอฟ ทักษอร รุ่นน้อง แต้ว ณฐพร ประชันความงามที่แทบแยกไม่ออกว่าใครเป็นใคร เพราะความสวยคล้ายคลึงกัน ปิดท้ายกับแต้ว แอฟ และหน่อง – อรุโณชา ภาณุพันธุ์ ประธานฝ่ายผลิตสื่อผสม นับเป็น 2 ผู้อัญเชิญพระเกี้ยวที่ไม่ว่าจะเรียนจบมากี่ปี ความงดงามก็ยังสวยตราตรึงเสมอ   ขอบคุณภาพประกอบจากอินสตาแกรม nong_arunosha taew_club mrmanapat @taklongkukkik