สลด! คนขับเหยียบแป้นผิดทำรถเอสยูวีพุ่งทะลุกำแพงออฟฟิศจีนชนรปภ.ดับ (มีคลิป)

เว็บไซต์ชางไฮอิสต์เผยแพร่คลิปวิดีโอจากกล้องวงจรปิดความยาว 10 วินาทีที่กำลังถูกส่งต่ออย่างแพร่หลายในโลกออนไลน์จีนเมื่อวันที่ 28 เมษายน เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 17.00 น.ของวันที่ 26 เมษายน โดยคลิปวิดีโอแสดงให้เห็นเหตุการณ์อันน่าตกตะลึงขณะที่รถเอสยูวีคันหนึ่งพุ่งมาจากด้านนอกอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยชนทะลุกำแพงเข้ามาด้านในอาคารสำนักงานแห่งหนึ่งที่มีคนอยู่ 3 คน โดยชายคนหนึ่งนั่งอยู่บนโซฟาที่หันหลังเข้าหากำแพงด้านที่ถูกชน อีกคนนั่งอยู่ที่โตะ และอีกคนดูเหมือนจะเดินไปเดินมาอยู่ในบริเวณใกล้เคียง ด้านปักกิ่งอีฟนิงนิวส์รายงานว่า เหตุการณ์ดังกล่าวนี้เกิดขึ้นที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งในกรุงปักกิ่ง โดยรถเอสยูวีคันดังกล่าวเกิดเสียการควบคุมและพุ่งชนกำแพงในลานจอดรถชั้นบี2 ทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย เป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยหญิงซึ่งอยู่บริเวณนั้น โดยข่าวระบุว่าเธอพยายามวิ่งหลบรถคันดังกล่าวแล้วแต่ไม่พ้น ขณะที่คนขับรถคันดังกล่าวและชาย 3 คน ในภาพจากกล้องวงจรปิดได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อยเท่านั้น รายงานข่าวอ้างพยานผู้เห็นเหตุการณ์ระบุว่า คนขับรถคันดังกล่าวที่เป็นผู้หญิงสวมรองเท้าส้นสูงดูเหมือนตั้งใจจะเหยียบเบรก แต่พลาดไปเหยียบคันเร่งแทน  

ยินดีช่วย! ชาวเน็ตจีนอาสาแก้ปัญหาหอยนางรมล้นเดนมาร์ก แห่เสนอตัวขอฟาดให้เรียบ

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ชาวเน็ตจีนผู้ใช้งานไมโครบล็อกเวยป๋อ เว็บไซต์เครือข่ายสังคมยอดนิยมของจีนต่างเสนอตัวขอเป็นอาสาสมัครช่วยแก้ปัญหาวิกฤตหอยนางรมในเดนมาร์ก ข่าวระบุว่า เมื่อวันที่ 24 เมษายนที่ผ่านมา สถานทูตเดนมาร์กในจีนได้โพสต์ข้อความผ่านบัญชีเวยป๋ออย่างเป็นทางการของทางสถานทูต เล่าถึงปัญหาหอยนางรมแปซิฟิกจากเอเชียที่เป็นสิ่งมีชีวิตสายพันธุ์แปลกปลอมซึ่งถูกนำเข้ามายังเดนมาร์กเมื่อราว 1 ทศวรรษที่แล้วกำลังแพร่ขยายพันธุ์อย่างรวดเร็วในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา จนมีจำนวนมากกว่าสายพันธุ์ท้องถิ่นถึงขั้นเป็นภัยอันตรายต่อและสิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศ โดยสถานทูตเดนมาร์กประจำกรุงปักกิ่งได้โพสต์ข้อความทีเล่นทีจริงขอคำแนะนำถึงวิธีแก้ปัญหาจากชาวเน็ตจีนด้วย ข่าวระบุว่า คำแนะนำถึงวิธีการแก้ปัญหาหลากหลายรูปแบบของชาวเน็ตจีนสร้างความประหลาดใจให้สถานทูตเดนมาร์กเป็นอย่างมาก โดยล่าสุดมีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นมากกว่า 14,000 ข้อความ บางรายแนะนำให้ขอความช่วยเหลือจากบริษัทจีนในการนำเข้าหอยนางรมเหล่านี้มาจากเดนมาร์ก ขณะที่บางส่วนระบุให้ออกวีซ่าชนิดพิเศษแบบเข้าประเทศได้หลายครั้ง ระยะเวลา 10 ปีและจัดทัวร์ให้ชาวจีนเดินทางไปนำหอยนางรมเหล่านี้กลับมา รายงานข่าวระบุว่า สถานทูตได้ปฏิเสธคำขอของนักกินอาหารชาวจีนรายหนึ่งที่ขอให้เขาเดินทางไปยังเดนมาร์กโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย โดยเขาให้สัญญาว่าจะจัดการกินหอยนางรมเหล่านี้ให้หมดเกลี้ยงในระหว่างที่เขาอยู่ในเดนมาร์ก อย่างไรก็ตาม สถานทูตเดนมาร์กในจีนให้สัญญาว่าจะส่งต่อคำแนะนำต่างๆ ให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายที่เกี่ยวข้องรับไปพิจารณาพร้อมยอมรับว่า ทางสถานทูตไม่คิดว่าการกินหอยนางรมเหล่านี้ให้หมดไม่ใช่วิธีการแก้ปัญหาที่ถูกต้อง

โทษหนัก! อัยการรัสเซียร้องศาลจำคุกบล็อกเกอร์ 3 ปีครึ่ง ฐานจับโปเกมอนในโบสถ์

สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า เมื่อวันที่ 28 เมษายน อัยการรัสเซียร้องขอให้ศาลลงโทษจำคุกบล็อกเกอร์รายหนึ่งที่จับโปเกมอนในโบสถ์เป็นเวลา 3 ปีครึ่ง ในคดีที่เรียกเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรงจากกลุ่มเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชน ข่าวระบุว่า บล็อกเกอร์คนดังกล่าวคือนายรุสลัน โซโคลอฟสกี ได้โพสต์คลิปวิดีโอบนเว็บไซต์ยูทูบเมื่อเดือนสิงหาคม 2558 ที่แสดงให้เห็นว่าเขาเล่นเกมโปเกมอนโกบนโทรศัพท์มือถือของตน ที่โบสถ์ออร์โธดอกซ์ ในเมืองเยกาเตรินเบิร์ก ทางตอนกลางของประเทศที่มีผู้รับชมคลิปดังกล่าวมากกว่า 1.7 ล้านครั้ง องค์การนิรโทษกรรมสากลแอมเนสตี้อินเตอร์เนชั่นแนล (เอไอ) ระบุว่า นายโซโคลอฟสกีที่ไม่ได้นับถือศาสนา ถือเป็นนักโทษทางความคิด ถูกจับกุมและตั้งข้อหา “ยั่วยุให้เกิดความเกลียดชัง” และ “เหยียบย่ำความเชื่อทางศาสนา” ภายใต้กฎหมายซึ่งเป็นที่ถกเถียงเป็นอย่างมาก ก่อนที่จะถูกนำตัวขึ้นพิจารณาคดี “ไม่มีเหตุผลที่จะปล่อยให้จำเลยหลุดรอดไปโดยที่ไม่ได้รับการลงโทษ” พนักงานอัยการของรัสเซียกล่าวต่อศาลระหว่างการพิจารณาคดี และว่า “ขอให้ศาลลงโทษจำคุกจำเลยจากความผิดทางอาญาทุกข้อหาทั้งหมดนี้เป็นเวลา 3 ปี 6 เดือน” ข่าวระบุว่า การปฏิบัติอย่างรุนแรงเกินกว่าเหตุต่อนายโซโคลอฟสกี ทำให้เกิดการเปรยบเทียบกับกรณีของพุสซีริออท วงดนตรีพังก์ร็อกที่ถูกตัดสินให้รับโทษจำคุกจากการแสดงที่โบสถ์มอสโกคาธีดรัล เมื่อปี 2555 ซึ่งคดีล่าสุดเป็นการเน้นย้ำให้เห็นถึงอำนาจอิทธิพลของศาสนจักรออร์โธดอกซ์ภายใต้การปกครองของประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ทั้งนี้ ศาลเปิดเผยว่าจะมีการพิพากษาตัดสินคดีของนายโซโคลอฟสกีในวันที่ 11 พฤษภาคมนี้

อังกฤษเฝ้าระวังเข้ม หลังสกัดแผนร้ายพร้อมรวบตัวผู้ต้องสงสัยได้อีก

สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานในวันศุกร์(28 เม.ย.)ว่า ฝ่ายความมั่นคงอังกฤษเพิ่มการเฝ้าระวังด้านความปลอดภัยในประเทศสูงขึ้น หลังจากเมื่อวันก่อนหน้าเจ้าหน้าที่สามารถทำลายแผนการก่อเหตุร้ายไว้ได้ จากการเปิดเผยของนายนีล บาซู รองผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติของอังกฤษ ที่แถลงในวันเดียวกันว่า อังกฤษกำลังเผชิญกับการเคลื่อนไหวของผู้ก่อการร้ายเพิ่มมากขึ้น โดยเมื่อวันพฤหัส(27 เม.ย.)ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมชายผู้ต้องสงสัยอายุ 27 ปี ที่ถูกจับกุมตัวใกล้กับอาคารรัฐสภา ซึ่งต้องสงสัยจะก่อเหตุร้าย โดยพบว่าพกพาอาวุธมีดอยู่ด้วย ไม่กี่ชั่วโมงหลังจากนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมอาวุธครบมือยังได้เข้าตรวจค้นพื้นที่ต้องสงสัยทางตอนเหนือของกรุงลอนดอน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการขยายผลการสอบสวนในการต่อต้านการก่อการร้าย โดยเจ้าหน้าที่ได้ยิงแก๊สซีเอสขณะจู่โจมเข้าไปและได้ยิงหญิงวัยรุ่นรายหนึ่งอายุประมาณ 20 ปีเศษจนรับบาดเจ็บสาหัสซึ่งขณะนี้พักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจยังจับกุมผู้ต้องสงสัยอีก 6 คนที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเชื่อว่าจะก่อภัยคุกคามร้ายแรง การยกระดับเฝ้าระวังภัยคุกคามรุนแรงของอังกฤษซึ่งมีขึ้นตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2557 และทางการอังกฤษยังคงระดับเฝ้าระวังนี้ไว้ไม่เปลี่ยนแปลงหลังจากเกิดเหตุโจมตีใกล้อาคารรัฐสภาอังกฤษเมื่อวันที่ 22 มีนาคมที่ผ่านมา ที่มีคนร้ายก่อเหตุขับรถพุ่งชนคนเดินถนนไม่เลือกหน้าบนสะพานเวสต์มินสเตอร์ ก่อนรถจะพุ่งชนประตูรัฐสภาอังกฤษ และคนร้ายหนีลงไปใช้มีดไล่แทงเจ้าหน้าที่ตำรวจจนเสียชีวิต 1 นาย ก่อนคนร้ายจะถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจยิงดับ ขณะที่การจับกุมชายผู้ต้องสงสัยรายนี้ที่พกพาอาวุธมีด ยังเกิดขึ้นห่างจากทำเนียบที่พักของนางเทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ไปเพียงไม่กี่เมตร จากข่าวระบุว่า การจับกุมมีขึ้นหลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจและสำนักข่าวกรองในประเทศ(เอ็มไอ5) ตามแกะรอยผู้ต้องสงสัยรายนี้มาระยะหนึ่งแล้ว การจับกุมและสกัดทำลายแผนการก่อเหตุร้ายดังกล่าวยังมีขึ้นในขณะที่อังกฤษกำลังจะมีการเลือกตั้งทั่วไปขึ้นในวันที่ 8 มิถุนายนที่จะถึงนี้

ไทยเตรียมเป็นเจ้าภาพจัดประชุม รมว.กต.อาเซียน-จีซีซีปลายปีนี้

นายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์หลังร่วมประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนและการประชุมอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อเตรียมการสำหรับการประชุมสุดยอดอาเซียนในวันที่ 29 เมษายนนี้ว่า ที่ประชุมได้ตกลงให้ไทยในฐานะประเทศผู้ประสานงานอาเซียน-คณะมนตรีความร่วมมือรัฐอ่าวอาหรับ(จีซีซี) เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมระดับรัฐมนตรีต่างประเทศขึ้นในราวปลายปีนี้ โดยจะมมีการปรึกษาหารือกันถึงช่วงเวลาที่เหมาะสมต่อไป ทุกประเทศพร้อมจะเข้าร่วมในการประชุมดังกล่าว ยิ่งในปัจจุบันที่ประเทศในตะวันออกกลางมีการปรับนโยบายให้มีความหลากหลายมากขึ้นจากที่ให้ความสำคัญกับเรื่องพลังงานและน้ำมันอย่างเดียวมาเป็นความร่วมมือทางเศรษฐกิจที่หลากหลายรูปแบบ จึงอยู่ที่อาเซียนว่าจะทำให้การประชุมดังกล่าวนี้เกิดผลได้แค่ไหน นายดอนกล่าวว่า บรรยากาศการหารือของรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนและการหารืออื่นๆ ที่เกี่ยวข้องในวันนี้เป็นไปด้วยดี ได้มีการพูดคุยกันเกี่ยวกับสถานการณ์ในภูมิภาคและประเด็นต่างๆ ในเรื่องของการสร้างประชาคมอาเซียนให้มีความั่นคงและก้าวเดินต่อไปข้างหน้า ปีนี้เป็นปีที่ครบ 50 ปีของการก่อตั้งอาเซียนและยังเป็นปีแรกของการเป็นประชาคมอาเซียน มีหลายเรื่องที่ต้องพิจารณาร่วมกันและเป็นสิ่งที่เราเห็นความสำคัญมาตลอดคือการทำให้ประชาชนเป็นศูนย์กลางของอาเซียน ขณะที่ประเด็นเรื่องสันติภาพและความมั่นคงก็เป็นประเด็นสำคัญเช่นกัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศกล่าวต่อว่า ในเรื่องแถลงการณ์ของรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนต่อกรณีคาบสมุทรเกาหลีนั้น อาเซียนเห็นว่าภูมิภาคนี้ไม่ควรมีนิวเคลียร์ ไม่ควรเป็นภูมิภาคที่มีความตึงเครียด หรือภูมิภาคที่จะเกิดปัญหาล่อแหลมที่จะบานปลาย จึงเรียกร้องให้เกาหลีเหนือปฎิบัติตามมติของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ และหวังว่าจะมีการพูดคุยกันเพื่อลดความตึงเครียดและนำไปสู่การแก้ปัญหาในที่สุด นายดอนยังกล่าวถึงการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน-สหรัฐสมัยพิเศษซึ่งจะจัดขึ้นในต้นเดือนพฤษภาคมนี้ว่า นอกจากจะพบกับนายเร็กซ์ ทิลเลอร์สัน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐแล้ว ยังจะมีการพบปะกับภาคธุรกิจ ฝ่ายความมั่นคง และยังอาจจะมีโอกาสได้พบกับนายเจมส์ แมททิส รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐอีกด้วย โดยขณะนี้กำลังอยู่ในระหว่างการจัดกำหนดนัดหมายต่างๆ สิ่งที่จะคุยคือเรื่องที่อยู่ในความสนใจของทั้งสองฝ่าย ความมั่นคงในภูมิภาค สถานการณ์ระหว่างประเทศ และความร่วมมือด้านอื่นๆ ซึ่งมีเรื่องการค้าการลงทุนเป็นสำคัญ ผู้สื่อข่าวถามถึงการหารือในประเด็นทะเลจีนใต้ นายดอนกล่าวว่า ที่ประชุมได้หารือกันว่าแนวทางการจัดทำประมวลการปฏิบัติในทะเลจีนใต้(เฟรมเวิร์คออฟซีโอซี)ว่ามีการเดินหน้าไปอย่างดี พยายามสนับสนุนให้ออกมาอย่างชัดเจนในกลางปีนี้ตามกรอบเวลาที่ได้คุยกันไว้ เพื่อเป็นพื้นฐานที่จะทำให้เกิดความไว้วางใจและความร่วมมือตามมา ซึ่งจะเป็นพื้นฐานให้ทะเลจีนใต้เป็นทะเลแห่งเสรีภาพด เสถียรภาพ ความร่วมมือ และการพัฒนาที่ยั่งยืนต่อไป

คองเกรสเล็งผ่านร่างงบประมาณชั่วคราวก่อนเส้นตาย ยืดเวลาถกถึงเดือนพ.ค. เลี่ยง ‘กัฟเวิร์นเมนต์ชัตดาวน์’

สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า เมื่อวันที่ 27 เมษายน บรรดาแกนนำพรรครีพับลิกันในสภาคองเกรสแสดงความมั่นใจว่า ร่างงบประมาณชั่วคราวที่จะนำมาใช้ในการดำเนินกิจการของรัฐเพื่อหลีกเลี่ยงการปิดทำการสำนักงานของรัฐบาลบางส่วนทั่วประเทศ หรือ “กัฟเวิร์นเมนต์ชัตดาวน์” จะผ่านการรับรองของสภาได้สำเร็จ โดยสภาคองเกรสที่พรรครีพับลิกันครองเสียงข้างมากยังคงประสบความยากลำบากในการพยายามบรรลุข้อตกลงในร่างงบประมาณฉบับสุดท้ายที่จะจัดสรรงบประมาณไปจนถึงวันสิ้นสุดปีงบประมาณปัจจุบันในวันที่ 30 กันยายน ให้ทันกำหนดเส้นตายหลังเที่ยงคืนของวันที่ 28 เมษายนนี้ตามเวลาท้องถิ่นในสหรัฐ แต่นายพอล ไรอัน ประธานสภาผู้แทนราษฎรจากพรรครีพับลิกัน เปิดเผยว่า ตนเชื่อมั่นว่า ร่างงบประมาณชั่วคราวที่ขยายเวลาไปจนถึงวันที่ 5 พฤษภาคมนี้จะช่วยให้สภาคองเกรสมีเวลาเพิ่มเติมในการเจรจารายละเอียดในร่างงบประมาณสุดท้ายเพื่อที่จะบรรลุข้อตกลง โดยให้หน่วยงานรัฐบาลสามารถดำเนินงานต่อไปได้ ซึ่งร่างงบประมาณชั่วคราวนี้จะต้องผ่านการลงมติของทั้งสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาก่อนวันที่ 29 เมษายนเพื่อหลีกเลี่ยงการชัตดาวน์ ทั้งนี้ พรรคเดโมแครตกับรีพับลิกันยังคงถกเถียงกันในประเด็นเร่งด่วนที่ทำเนียบขาวต้องการให้รวมอยู่ในร่างงบประมาณด้วย อาทิ เงินที่ใช้ในการสร้างกำแพงกั้นชายแดนระหว่างสหรัฐกับเม็กซิโกตามนโยบายของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และการเพิ่มงบประมาณด้านกลาโหม

เอลซัลวาดอร์ ประเทศแรกในโลก “ห้ามทำเหมืองโลหะ”

สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า เมื่อวันที่ 27 เมษายน ประเทศเอลซัลวาดอร์กลายเป็นประเทศแรกของโลกที่แบนการทำเหมืองโลหะ ซึ่งนักเคลื่อนไหวระบุว่าเป็นก้าวย่างที่สำคัญในการปกป้องสิ่งแวดล้อม สำหรับกฎหมายดังกล่าวได้สั่งห้ามการค้นหา สำรวจ แสวงหาประโยชน์ การสกัด หรือกระบวนการทำแร่โลหะใดๆ ในประเทศเอลซัลวาดอร์ ซึ่งได้รับการเห็นชอบจากสภาเมื่อเดือนมีนาคม และมีผลบังคับใช้หลังจากประธานาธิบดีซัลบาดอร์ ซานเชซ เซเรน ลงนาม โดยรัฐบาลเอลซัลวาดอร์ระบุว่า กฎหมายดังกล่าวจะช่วยปกป้องชุมชนยากไร้ในชนบทที่ได้รับอันตรายจากการทำเหมือง ด้านนายเมาริซิโอ เซอร์เมโน ประธานกลุ่มระบบนิเวศซัลวาดอร์ กล่าวว่า กฎหมายนี้เป็นกฎหมายที่จำเป็นสำหรับอุตสาหกรรมที่ไม่เคยจะนำมาซึ่งประโยชน์แก่ชุมชน และยังทำให้น้ำและสิ่งแวดล้อมเกิดเป็นมลพิษร้ายแรง ขณะที่กลุ่มไมนิ่งวอทช์ ระบุว่า หวังว่าการตรากฎหมายครั้งนี้ของเอลซัลวาดอร์จะเป็นตัวอย่างสำหรับประเทศอื่นๆในภูมิภาค