ดอลลาร์อ่อนค่าสุดรอบ4เดือนเทียบเงินสกุลหลัก หลัง ‘ทรัมป์’ ล้มเหลวผลักดันกม.ประกันสุขภาพ

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า เงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงมากที่สุดในรอบเกือบ 4 เดือน เมื่อเทียบกับเงินสกุลอื่นในตะกร้าเงินเมื่อวันที่ 27 มีนาคม จากความกังวลที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับการคาดการณ์ที่ไม่ค่อยดีนัก ในเรื่องนโยบายกระตุ้นงบประมาณรายจ่ายภาครัฐของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ หลังจากที่เขาล้มเหลวในการผลักดันร่างกฎหมายปฏิรูประบบประกันสุขภาพของตนเอง การไร้ความสามารถที่จะผลักดันคำมั่นสัญญาในการหาเสียงเลือกตั้งถือเป็นความล้มเหลวครั้งใหญ่ของนายทรัมป์ ประธานาธิบดีจากพรรครีพับลิกันที่พรรคของเขาครองเสียงข้างมากในสภาคองเกรส ส่งผลให้เกิดข้อกังขาว่า นายทรัมป์จะสามารถผลักดันการปฏิรูปภาษีและกระตุ้นการใช้งบประมาณรายจ่ายภาครัฐได้อย่างที่หวังไว้หรือไม่ เงินดอลลาร์ร่วงลง 0.5 เปอร์เซ็นต์ในวันดังกล่าวนี้ เมื่อเทียบกับตะกร้าเงินสกุลหลักอื่นๆ ที่ใช้ในการวัดความแข็งแกร่งในภาพรวม โโยดัชนีของเงินดอลลาร์อยู่ที่ 99.038 ซึ่งถือเป็นระดับต่ำที่สุดนับตั้งแต่เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายนปีที่แล้ว 3 วันหลังจากที่นายทรัมป์ชนะการเลือกตั้งชิงตำแหน่งประธานาธิบดี ก่อนหน้านี้ ดัชนีของค่าเงินดอลลาร์ทำสถิติแตะระดับสูงสุดในรอบ 14 ปีที่ ใกล้เคียง 104.0 เมื่อต้นเดือนมกราคมที่ผ่านมา จากการที่ความคาดหวังถึงการกระตุ้นเศรษฐกิจขนานใหญ่ของนายทรัมป์ของบรรดานักลงทุนอยู่ในระดับสูงสุด เงินดอลลาร์ร่วงลงมากกว่า 1 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับเงินเยนสู่ระดับอ่อนค่าสุดนับตั้งแต่วันที่ 18 พฤศจิกายนเป็นต้นมา เงินฟรังก์สวิสแข็งค่าสุดในรอบ 4 เดือนครึ่งเมื่อเทียบกับดอลลาร์ เงินยูโรแข็งค่าสุดนับแต่ 8 ธันวาคมเป็นต้นมา ส่วนเงินปอนดืสเตอร์ลิงอังกฤษแข็งค่าสุดในรอบ 7 สัปดาห์เมื่อเทียบกับดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์บางส่วนระบุว่า นักลงทุนอาจรับสัญญาณที่ผิดจากความพ่ายแพ้ในการผลักดันร่างกฎหมายของนายทรัมป์ โดยนำไปเชื่อมโยงกับโอกาสประสบความสำเร็จในการผลักดันนโยบายทางเศรษฐกิจ

โปรโมชั่นแหวกแนว โรงแรมในสวีเดนมอบสิทธิพิเศษให้ลูกค้าที่ ‘หย่า’ ขอรับเงินค่าห้องพักคืนได้!

เอเอฟพี รายงานว่า โรงแรมเดอะ คันทรีไซด์ ของสวีเดน ประกาศเมื่อวันอาทิตย์ที่ 26 มีนาคมว่า โรงแรมมีข้อเสนอมอบสิทธิ์พิเศษ ให้แก่แขกของโรงแรมที่หย่าขาดกับคู่สมรสภายในระยะเวลา 1 ปีนับจากวันที่เข้าพักในโรงแรม สามารถมาขอรับเงินค่าห้องพักคืนได้ แอนนา แมดเซน ประชาสัมพันธ์โรงแรมคันทรีไซด์ให้สัมภาษณ์เอเอฟพี ถึงโปรโมชั่นที่ดูรุนแรง สุดโต่งนี้ว่า มีจุดประสงค์เพื่อ” ให้ผู้คนมีความเข้าใจ และคิดให้ดีก่อนจะตัดสินใจแต่งงาน ร่วมชีวิตกับใครว่าเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องคิดไตร่ตรองให้ดี ก่อนที่มันจะสายเกินไป ” จากข่าวว่า ลูกค้าที่มีความคิดว่าจะหย่าภายในระยะเวลา 12 เดือน และต้องการขอรีฟันด์ ขอรับเงินคืน เพียงยื่นเอกสารการหย่าต่อเจ้าหน้าที่โรงแรมเพื่อขอรับคืนค่าห้องพักคืน โดยสามารถขอรับเงินค่าห้องพักคืนได้สูงสุดเพียง 2 คืนเท่านั้น และต้องเป็นคู่สามีภรรยาที่แต่งงานกันอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และเข้าพักห้องเดียวกันเท่านั้น  

อันโตนิโอ แบนเดอรัส เส้นเลือดหัวใจตีบ ผ่าตัดใส่ขดลวดเส้นเลือดหัวใจ 3 เส้น

เว็บยาฮู อ้าง อันโตนิโอ แบนเดอรัส ป่วยเส้นเลือดหัวใจตีบ โดยพระเอกรุ่นใหญ่ชาวสเปนวัย 56 ซึ่งมีผลงานภาพยนตร์ดังหลายเรื่อง อาทิ The Mask of Zorro, Philadelphia, Puss in Boots ให้สัมภาษณ์เปิดใจกับสื่อของสเปนเมื่อเร็วๆนี้ว่า เขาเพิ่งฟื้นตัวจากโรคหัวใจ ซึ่งเล่นงานเขาเมื่อปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมา แต่ตอนนี้ทุกอย่างปลอดภัยแล้ว จากข่าวว่า ก่อนหน้านี้ มีคนเห็นพระเอกรุ่นใหญ่เดินเข้าไปที่คลีนิกแห่งหนึ่งของสวิตเซอร์แลนด์ จึงทำให้เกิดข่าวลือเกี่ยวกับสุขภาพของเขา “ผมมีอาการหัวใจวายเมื่อวันที่ 26 มกราคม แต่ไม่ได้รุนแรงมาก และไม่ได้ก่อความเสียหายใดๆต่อสุขภาพ” อย่างไรก็ตาม พระเอกคนดังก็ว่า เขาได้เข้ารับการผ่าตัดใส่ขดลวดที่เส้นเลือดหัวใจ 3 เส้น ทั้งยังว่า อาการของเขาไม่ได้รุนแรง น่ากลัวเหมือนที่มีสื่อบางสื่อเขียนถึง จากข่าวว่า แบนเดอรัส ได้พูดถึงอาการป่วยของเขา ระหว่างไปร่วมงานเทศกาลภาพยนตร์ที่เมืองมาลากา บ้านเกิดของเขาที่สเปน เมื่อวันเสาร์ที่ 25 มีนาคม ที่เขาได้รับรางวัลศิลปินนักแสดงที่ประสบความสำเร็จสูงสุดในอาชีพ

“อัยการ” เล็งออกหมายจับ “ปาร์ค กึน-เฮ” อดีตประธานาธิบดีเกาหลีใต้

อัยการเกาหลีใต้เตรียมยื่นเรื่องต่อศาลเพื่อออกหมายจับน.ส.ปาร์ค กึน-เฮ อดีตประธานาธิบดีเกาหลีใต้ที่ถูกขับออกจากตำแหน่งในวันที่ 27 มีนาคมนี้ หลังน.ส.ปาร์ค ต้องถูกสืบสวนกรณีทุจริตในกรณีอื้อฉาวเกี่ยวกับการใช้อำนาจในทางที่ผิด อัยการเกาหลีใต้ออกแถลงการณ์ระบุว่า ข้อหาใช้อำนาจในทางที่ผิดอย่างร้ายแรงและรับสินบนจากบริษัทเอกชนในฐานะประธานาธิบดี หรือฝ่าฝืนสิทธิและเสรีภาพในการบริหารบริษัท และทำข้อมูลลับของรัฐรั่วไหลล้วนเป็นกรณีร้ายแรงทั้งสิ้น “เวลานี้มีการเก็บหลักฐานไว้แล้วเป็นจำนวนมากแต่ผู้ถูกกล่าวหายังคงปฏิเสธข้อกล่าวหาส่วนใหญ่และมีความเสี่ยงที่จะเกิดการทำลายหลักฐานในอนาคต” แถลงการณ์ระบุ และว่า มันจะเป็นการขัดกับหลักการของความยุติธรรมหากน.ส.ปาร์คไม่ถูกจับกุม รายงานระบุว่า หากศาลเขตตอนกลางของกรุงโซล อนุมัติหมายจับ น.ส.ปาร์ค จะกลายเป็นอดีตผู้นำเกาหลีใต้คนที่ 3 ที่ถูกจับกุมในกรณีทุจริตในประเทศที่มีเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับที่ 4 ของเอเชีย ประเทศซึ่งการเมืองและเศรษฐกิจมีความใกล้ชิดกันอย่างมาก ทั้งนี้น.ส.ปาร์ค ถูกศาลตัดสินให้ต้องถูกขับออกจากตำแหน่งเมื่อต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ส่งผลให้น.ส.ปาร์ค ไร้ซึ่งเอกสิทธิ์คุ้มครองในฐานะประธานาธิบดี และการดำเนินคดีน.ส.ปาร์ค ถือเป็นความต้องการของประชาชนที่ออกมารวมตัวกันประท้วงบนท้องถนนนับล้านคน ด้านนางชเว ซุน-ซิล คนสนิทลับๆของน.ส.ปาร์ค ที่เป็นใจกลางของเรื่องอื้อฉาวทั้งหมดอยู่ระหว่างการถูกไต่สวนในกรณีกดดันให้บริษัทเกาหลีใต้บริจาคเงินมูลค่า 70 ล้านดอลลาร์สหรัฐหรือราว 2,400 ล้านบาทให้กับมูลนิธิที่ นางชเว ใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตัว ขณะที่น.ส.ปาร์ค ถูกตั้งข้อหาเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดกับนางชเว ในการยื่นข้อเสนอความช่วยเหลือของรัฐบาลให้กับบริษัทที่ส่งเงินให้นางชเว ในจำนวนนี้รวมไปถึงผู้บริหารซัมซุงอย่าง อี แจ-ยอง ผู้ที่ถูกจับกุมเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาในข้อหาติดสินบน นอกจากนี้ น.ส.ปาร์คยังเจอกับข้อกล่าวหาว่า ปล่อยให้ ชเว ผู้ที่จบการศึกษาระดับมัธยมเท่านั้นมายุ่งเกี่ยวกับกิจการของประเทศซึ่งรวมไปถึงการแต่งตั้งโยกย้ายเจ้าหน้าที่ระดับสูง ขณะที่น.ส.ปาร์ค ลูกสาวของอดีตผู้นำเกาหลีใต้อย่างปาร์ค จุง-ฮี […]

รุมสวดยับ “ยูไนเต็ดแอร์ไลน์ส”ห้ามเด็กหญิงใส่เลกกิ้งขึ้นเครื่อง

สายการบินยูไนเต็ดแอร์ไลน์สของสหรัฐถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักผ่านสื่อสังคมออนไลน์หลังห้ามเด็กหญิง 2 รายขึ้นเครื่องบินเนื่องจากใส่กางเกงเลกกิ้ง เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นบนเที่ยวบินที่เดินทางออกจากเมืองเดนเวอร์ไปยังเมืองมินนิอาโปลิสในช่วงเช้าของวันที่ 26 มีนาคม ที่ผ่านมา ตามเวลาท้องถิ่น โดยเจ้าหน้าที่ของสายการบินได้บังคับให้เด็กหญิงซึ่งหนึ่งในนั้นมีอายุเพียง 10 ขวบเปลี่ยนเครื่องแต่งตัวหรือใส่กระโปรงทับเลกกิ้ง ขณะที่ยูไนเต็ดแอร์ไลน์สชี้แจงว่าเด็กหญิงทั้งสองรายเดินทางด้วยตั๋วเครื่องบินที่มีรายละเอียดระบุเกี่ยวกับเครื่องแต่งกาย เนื่องจากเป็นตั๋วที่สายการบินที่ออกให้กับลูกจ้างหรือผู้ที่ได้รับสิทธิ์ตามที่สายการบินอนุญาต ทั้งนี้ตามรายละเอียดของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นพบว่ามีเด็กหญิง 5 คนที่ถูกห้ามไม่ให้ขึ้นเครื่องเนื่องจากสวมเล็กกิ้ง โดยเด็กหญิง 3 ใน 5 รายได้รับอนุญาตให้ขึ้นบินหลังใส่กระโปรงทับเลกกิ้ง แต่เด็กหญิงอีก 2 รายที่เหลือถูกห้ามไม่ให้เดินทาง อย่างไรก็ดีคำชี้แจงของสายการบินดูจะไม่เป็นที่ถูกใจของคนจำนวนมาก โดยเฉพาะนักเคลื่อนไหวต่างๆ ซึ่งตั้งคำถามว่าสายการบินจะต้องคอยตรวจตราเสื้อผ้าของผู้โดยสารหญิงตั้งแต่เมื่อใด เพราะเลกกิ้งเป็นเครื่องแต่งกายตามปกติของเด็กๆ มานานกว่า 10 ปีแล้ว

ผู้นำฝ่ายค้านรัสเซียถูกรวบตัว หลังนำขบวนประท้วงต่อต้านคอร์รัปชั่นทั่วประเทศ

สำนักข่าวเอเอฟพีและรอยเตอร์รายงานว่า เมื่อวันที่ 26 มีนาคม นายอเล็กซี นาวาลนี ผู้นำฝ่ายค้านรัสเซีย ถูกจับกุมตัวหลังนำการประท้วงต่อต้านการคอร์รัปชั่นในกรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย เพื่อเรียกร้องให้นายดมิทรี เมดเวเดฟ นายกรัฐมนตรีรัสเซียลาออกจากตำแหน่ง เจ้าหน้าที่ตำรวจเผยว่ามีผู้ประท้วงถูกควบคุมตัวเพียงแค่ที่กรุงมอสโกถึงกว่า 500 ราย แต่องค์กรสิทธิมนุษยชนระบุว่ามีผู้ถูกควบคุมตัวที่มอสโกไม่น้อยกว่า 700 ราย ทางการรัสเซียระบุว่าการประท้วงส่วนใหญ่ไม่ชอบด้วยกฏหมาย เนื่องจากมีการจัดชุมนุมโดยไม่ได้รับอนุญาตจากทางการ ด้านนายนาวาลนีประกาศผ่านเว็บไซต์ว่า มีการวางแผนที่จะจัดการประท้วงใน 99 เมืองทั่วประเทศแต่เจ้าหน้าที่ใน 72 เมืองไม่อนุญาตให้มีการจัดการชุมนุม อย่างไรก็ดียังคงมีการชุมนุมในเมืองใหญ่ใหญ่หลายแห่งนอกกรุงมอสโก อาทิ เซนต์ปีเตอร์สเบิร์กและวลาดิวอสสต๊อก ซึ่งมีรายงานการจับกุมผู้ประท้วงเช่นกัน การประท้วงครั้งนี้คาดว่านับเป็นครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่การประท้วงต่อต้านรัฐบาลในปี 2554-2555 โดยมีผู้เข้าร่วมชุมนุมทั่วประเทศหลายพันคน เฉพาะแค่ที่กรุงมอสโกแห่งเดียวก็มีผู้ประท้วงมากถึง 7,000-8,000 คน การชุมนุมประท้วงดังกล่าวเกิดขึ้นเนื่องจากนายนาวาลนีเรียกร้องให้มีการชุมนุมทั่วประเทศหลังจากที่เขาเผยแพร่รายงานซึ่งอ้างว่านายเมดเวเดฟเป็นเจ้าของแมนชั่น เรือยอทช์ รวมถึงไร่องุ่นซึ่งมากเกินกว่าเงินเดือนที่ได้รับในฐานะนายกรัฐมนตรี ด้านโฆษกของเมดเวเดฟระบุว่าข้อกล่าวหาดังกล่าวเป็นการโฆษณาชวนเชื่อเพื่อโจมตีนายกรัฐมนตรี

‘บัวแก้ว’ช่วยน้องมิน สาวไทยป่วยกระทันหันที่เกาหลีใต้ กงสุลเข้าเยี่ยม

วันที่ 26 มี.ค. น.ส.บุษฎี สันติพิทักษ์ อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงความคืบหน้าในการช่วยเหลือ น.ส.ระภีภรณ์ นาสะอ้าน หรือน้องมิน อายุ 25 ปี บัณฑิตสาวมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยที่ไปเที่ยวประเทศเกาหลีใต้ แล้วเกิดล้มป่วยกะทันหันนั้น ล่าสุดสถานเอกอัครราชทูตไทยประจำประเทศเกาหลีใต้ ได้ประสานงานสอบถามรายละเอียดของน้องมิน ซึ่งตอนนี้อยู่ในห้องไอซียูของโรงพยาบาลเซอเวอร์เร่น เหตุเกิดขึ้นที่คลับที่ฮงแอ ประมาณ ตี 1 โดยน้องมินไปเที่ยวและเกิดเป็นลม ได้เรียกรถพยาบาลมา แต่ปัญหาคือหัวใจหยุดเต้นใช้เครื่องปั้มหัวใจขึ้นมา โดยใช้เวลา 20 นาที ซึ่งทางการแพทย์ถือว่านานมาก แต่ตอนนี้หัวใจกลับมาเต้นปรกติแล้ว แต่อาการยังไม่ดีนัก โดยยังคงต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ และมีอาการของปอดอักเสบแทรกซ้อน อย่างไรก็ตามแพทย์ให้การดูแลอย่างใกล้ชิด ต้องเฝ้าดูอาการต่อ ด้านฝ่ายกงสุลจะไปเยี่ยมที่โรงพยาบาล ส่วนแม่ของน้องมินจะมาเซ็นรับสภาพหนี้ที่สถานทูต และพาน้องมินกลับบ้าน โดยคุณพ่อจะไปรับผู้ป่วย ทั้งนี้ทางสถานทูตมีแนวทางเรื่องการเงินอยู่แล้ว และได้แจ้งครอบครัวของน้องมินเกี่ยวกับเรื่องนี้เรียบร้อย โดยสถานทูตประสานงานเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด