ลือหึ่ง! บอดี้การ์ด’มือปลอม’ คุ้มครอง’ทรัมป์’วันสาบานตน สุดท้ายปริศนาไขกระจ่าง

หลัง “โดนัลด์ ทรัมป์” ประธานาธิบดีคนใหม่ของสหรัฐ สร้างประวัติศาสตร์เป็นผู้ไม่มีประสบการณ์ทางการเมืองคนแรก เข้าพิธีสาบานตนไปเมื่อวันที่ 20 มกราคมที่ผ่านมา สร้างประเด็นถกเถียงพูดคุยในโลกออนไลน์อย่างต่อเนื่อง ล่าสุด จุดสนใจตกไปอยู่ที่ “บอดี้การ์ด” ศีรษะล้านนายหนึ่งที่คอยคุมเชิงอารักขา “ทรัมป์” ในวันดังกล่าวที่ถูกชาวเน็ตตั้งขอสังเกตว่า เป็นบอดี้การ์ด ที่ใช้เทคนิคการซ่อนอาวุธภายใต้เสื้อโค้ตและอำพรางด้วย “มือปลอม” ที่อยู่ภายนอก โดยภาพของบอดี้การ์ดคนดังกล่าวถูกแชร์ไปในโลกออน์ไลน์เป็นวงกว้าง ล่าสุดเว็บไซต์ “ทาสก์แอนด์เพอร์โพส” ได้ไขข้อข้องใจดังกล่าวถึงการโพสต์ตั้งข้อสังเกตถึง “ทฤษฎีสมคบคิด” ที่ถูกแชร์กันเป็นวงกว้างในอินเตอร์เน็ตดังกล่าวว่า “เป็นเรื่องราวที่ถูกกุขึ้น” อีกเรื่องหนึ่งเท่านั้น ด้วยการโพสต์คลิปวิดีโอ ภาพเหตุการณ์ในวันเดียวกันที่แสดงให้เห็นมือของ “บอดี้การ์ด” คนดังกล่าวที่มีรูปร่างหน้าตาราวกับ “เอเจนท์47” จากภาพยนตร์เรื่องฮิตแมนนั้น เป็นมือจริงๆ ที่สามารถขยับไปมาได้ตามปกติ ชมคลิป คลิปเต็ม

บัวแก้วชี้ สอท.โตเกียวทราบเรื่องหญิงไทยถูกจับ เร่งประสานทางการญี่ปุ่นติดตามความคืบหน้า

ตามที่ได้มีการรายงานข่าวว่า ตำรวจญี่ปุ่นได้จับกุมหญิงไทยคนหนึ่ง ที่เมืองยานากิ อ.นูมาตะ จ.กุมมะ ทางตอนเหนือของกรุงโตเกียว พร้อมชาวกัมพูชาและชาวญี่ปุ่น ในข้อหาเป็นผู้ว่าจ้างให้ทำงานอย่างผิดกฎหมาย ในคดีที่เกี่ยวข้องกับการค้าประเวณี พร้อมได้ควบคุมตัวหญิงไทยจำนวน 10 คน (อายุ 21-34 ปี) โดยใน 8 คนได้พำนักอยู่ใน ญี่ปุ่น เกินกว่าที่ทางการอนุญาต พร้อมหญิงชาวกัมพูชา 7 คนนั้น (อ่านข่าวคลิก ตร.ญี่ปุ่นทลายแก๊งค้ากาม รวบ 3 ผู้ต้องสงสัย-มีหญิงไทยอยู่ด้วย ขยายผลตรวจค้นพบสาวไทยนับสิบตกเป็นเหยื่อ) ล่าสุด เมื่อวันที่ 24 มกราคมที่ผ่านมา นายเสข วรรณเมธี อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ระบุว่า สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโตเกียว ได้ทราบข่าวดังกล่าวแล้ว แต่ในชั้นนี้ยังไม่ได้รับการติดต่อขอรับความช่วยเหลือทางกงสุลจากหญิงไทย อย่างไรก็ดี สถานเอกอัครราชทูตฯจะประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของญี่ปุ่น เพื่อติดตามความคืบหน้าในเรื่องดังกล่าวอย่างใกล้ชิดต่อไป

ลงนามแล้ว “ทรัมป์” ยุติเป็นภาคี “ทีพีพี” โวแรงงานมะกันได้ประโยชน์

นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ลงนามยุติการเป็นภาคีในข้อตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก หรือทีพีพี ตามที่ประกาศไว้ในช่วงการรณรงค์หาเสียงแล้ว โดยทีพีพีซึ่งมีชาติสมาชิกรวม 12 ประเทศ ถือเป็นหนึ่งในมรดกชิ้นสำคัญภายใต้นโยบายหันกลับมาให้ความสำคัญกับเอเชียอีกครั้งหนึ่งของอดีตประธานาธิบดีบารัค โอบามา ทรัมป์กล่าวขณะลงนามยกเลิกความตกลงว่า สิ่งที่เขากำลังทำคือสิ่งที่ยิ่งใหญ่สำหรับแรงงานชาวอเมริกัน อย่างไรก็ดีการลงนามคำสั่งของทรัมป์ถูกมองว่าเป็นการกระทำในเชิงสัญลักษณ์มากกว่าเนื่องจากสหรัฐยังไม่ได้ให้สัตยาบันในทีพีพีเพราะยังคงมีความแตกต่างทางความคิดอยู่มากในสภาคองเกรส นอกจากนี้ทรัมป์ยังลงนามในคำสั่งระงับการให้ความช่วยเหลือกับองค์กรเอกชนต่างชาติหรือองค์กรในประเทศที่ให้การช่วยเหลือด้านการทำแท้ง เขายังได้ลงนามระงับการว่าจ้างลูกจ้างของรัฐบาลกลางในองค์กรที่ไม่ใช่องค์กรทางทหารอีกด้วย ทรัมป์ยังได้พบกับผู้นำของบริษัทต่างๆ ที่ทำเนียบขาวโดยสัญญาว่าจะปรับลดภาษีสำหรับบริษัทลงจาก 35% เหลือ 15-20% และปรับลดกฎระเบียบต่างๆ ลงมากกว่า 75% หากบริษัทเหล่านี้คงตำแหน่งงานไว้ในสหรัฐ ซึ่งท่าทีดังกล่าวส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์ร่วงลงไปอีก

เผย’ทรัมป์’จ่อเซ็นคำสั่งฉีกข้อตกลงทีพีพี

สำนักข่าวซีเอ็นเอ็นรายงานเมื่อวันจันทร์ที่ 23 ม.ค.ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐอเมริกา จะลงนามในคำสั่งภายในวันจันทร์ ที่จะเป็นการทำให้การยุติการเข้าร่วมเป็นภาคีในข้อตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก หรือทีพีพี ของสหรัฐที่มีการเจรจากันไว้ในสมัยรัฐบาลอดีตประธานาธิบดีบารัค โอบามา มีผลบังคับใช้ ซึ่งการลงนามในคำสั่งดังกล่าวจะถือเป็นความเคลื่อนไหวแรกของนายทรัมป์ ในฐานะประธานาธิบดีสหรัฐคนใหม่ ที่จะทำตามวาจาที่ตนเองได้ลั่นเอาไว้ในระหว่างการรณรงค์หาเสียงว่าจะคว่ำข้อตกลงทีพีพี ที่นายทรัมป์ประณามว่าเป็นตัวทำลายผลประโยชน์ของสหรัฐ

‘ปธน.ทรัมป์’ปลื้ม’โอบามา’ทิ้งจ.ม.ไว้ให้ในห้องรูปไข่ ลั่นจะทะนุถนอมอย่างดี อุบบอกสื่อเขียนอะไร

สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า ก่อนที่จะร่วมพิธีสาบานตนรับตำแหน่งของคณะเจ้าหน้าที่ระดับสูงประจำทำเนียบขาว ที่ทำเนียบขาวในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี.เมื่อวันอาทิตย์ที่ 22 ม.ค.ที่ผ่านมา นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาคนใหม่ กล่าวอย่างปลาบปลื้มกับผู้สื่อข่าวว่า ตนได้รับจดหมายที่ดีมากจากนายบารัค โอบามา อดีตประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ซึ่งทิ้งไว้ให้เขาในห้องทำงานรูปไข่ ในทำเนียบขาว “ผมเพิ่งเข้าไปในห้องทำงานรูปไข่และพบจดหมายที่ดีมากฉบับนี้จากประธานาธิบดีโอบามา” ประธานาธิบดีทรัมป์กล่าว และว่า “เป็นสิงที่ดีมากจริงๆ ที่เขาทำในสิ่งนี้และเราจะทะนุถนอมสิ่งนั้นไว้ เราจะรักษาไว้ และเราจะไม่บอกแม้กระทั่งสื่อว่าในจดหมายนั้นเขียนอะไร” ทรัมป์กล่าวพร้อมชูซองจดหมายให้ดูก่อนจะสอดเก็บใส่กระเป๋าเสื้อไป ถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่ประธานาธิบดีสหรัฐที่กำลังจะพ้นจากตำแหน่ง จะทิ้งจดหมายเขียนบอกกล่าวถึงสิ่งที่อยากฝากเอาไว้ให้กับประธานาธิบดีคนใหม่ที่จะเข้ามารับไม้ต่อในการบริหารประเทศ โดยจดหมายที่อดีตประธานาธิบดีจอร์จ เอช.ดับเบิลยู.บุช จากพรรครีพับลิกัน ทิ้งไว้ให้แก่อดีตประธานาธิบดีบิล คลินตัน จากพรรคเดโมแครต ที่ก้าวขึ้นมารับช่วงต่อบริหารประเทศในปี ค.ศ.1993 ถูกมองว่าเป็นจดหมายที่มีถ้อยความงดงามฉบับหนึ่งของอดีตผู้นำสหรัฐ ซึ่งตอนหนึ่งระบุว่า “ความสำเร็จของคุณในตอนนี้คือความสำเร็จของประเทศเรา ผมเป็นกำลังใจให้คุณอย่างเต็มที่ ขอให้โชคดี” อดีตประธานาธิบดีบุชยังเขียนเตือนอดีตประธานาธิบดีคลินตันด้วยว่า “จะมีช่วงเวลาที่หนักอึ้งมากๆ ที่เสียงวิพากษ์วิจารณ์ที่เกิดขึ้นจะยิ่งทำให้ยุ่งยากมากขึ้น ซึ่งคุณไม่อาจคิดว่ามันยุติธรรม”

ถึงฆาต! สตั๊นท์แมนถูกยิงดับขณะเข้าฉากถ่ายเอ็มวี ตำรวจเชื่อเป็นอุบัติเหตุ

สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า นักแสดงรายหนึ่งถูกยิงเสียชีวิตขณะอยู่ระหว่างการถ่ายทำมิวสิกวิดีโอที่มีการใช้ปืนเป็นอุปกรณ์ประกอบฉากในบาร์แห่งหนึ่งที่เมืองบริสเบน ประเทศออสเตรเลีย เมื่อวันที่ 23 มกราคม ตำรวจเชื่อว่าเหตุการณ์ที่นักแสดงคนดังกล่าวในวัย 20 กว่าปีถูกยิงเข้าที่หน้าอกจนเสียชีวิตเป็น “อุบัติเหตุในที่ทำงาน” แต่เปิดเผยด้วยว่ามีการเปิดฉากสอบสวนคดีอาญาในกรณีนี้แล้ว ทอม อาร์มิตต์ สารวัตรสอบสวนของสำนักงานตำรวจรัฐควีนส์แลนด์ เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า “ฉากดังกล่าวถ่ายทำโดยกำหนดให้นักแสดงหลายคนใช้อาวุธ โดยผู้เสียชีวิตเป็นหนึ่งในนักแสดงของฉากนี้” สารวัตรอาร์มิตต์เปิดเผยด้วยว่า ทีมงานในการถ่ายทำมิวสิกวิดีโอชุดนี้ได้พยายามทำปฏิบัติการช่วยฟื้นคืนชีพ (ซีพีอาร์) ให้กับนักแสดงคนดังกล่าวแล้ว แต่ไม่สำเร็จ และเขาเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ทั้งนี้ ตำรวจไม่ได้เปิดเผยชื่อของนักแสดงหรือวงดนตรีที่มีส่วนเกี่ยวข้องในเหตุการณ์นี้ อย่างไรก็ตาม เว็บไซต์เอบีซีนิวส์ รายงานว่า นักแสดงคนดังกล่าวคือโจฮันน์ ออฟเนอร์ วัย 28 ปี ซึ่งเป็นนักแสดงแทนในฉากเสี่ยงอันตราย หรือสตั๊นท์แมน ชาวเมืองโกลด์โคสต์ โดยออฟเนอร์เสียชีวิตขณะถ่ายทำมิวสิกวิดีโอของ “บลิสส์ เอ็น เอโซ” วงดนตรีแนวฮิปฮอปของออสเตรเลีย ที่บรูกลินสแตนดาร์ดบาร์ บนถนนอีเกิลเลน ในเมืองเมลเบิร์น ด้านฝ่ายจัดการของวงบลิสส์ เอ็น เอโซ ออกแถลงการณ์ยืนยันข่าวการเสียชีวิตของนักแสดงคนดังกล่าวขณะถ่ายทำมิวสิกวิดีโอให้กับทางวง โดยระบุว่าทางวงไม่ได้อยู่ร่วมในการถ่ายทำด้วยขณะเกิดเหตุ อย่างไรก็ตาม ทีมงานในการถ่ายทำมิวสิกวิดีโอและฝ่ายจัดการของวงให้ความร่วมมือกับตำรวจในการสอบสวนกรณีนี้อย่างเต็มที่ ข่าวระบุว่า ก่อนหน้านี้วงบลิสส์ เอ็น เอโซ ได้ประกาศหานักแสดงที่จะมารับบทเป็นนักธุรกิจ […]

ตร.ญี่ปุ่นทลายแก๊งค้ากาม รวบ 3 ผู้ต้องสงสัย-มีหญิงไทยอยู่ด้วย ขยายผลตรวจค้นพบสาวไทยนับสิบตกเป็นเหยื่อ

เมื่อวันที่ 23 มกราคม สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานอ้างการเปิดเผยของตำรวจญี่ปุ่นระบุว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุมผู้ต้องสงสัย 3 คน เป็นชายชาวญี่ปุ่น 2 คน และผู้หญิงไทย 1 คน ในคดีค้ากามที่มีผู้หญิงชาวกัมพูชาหลายคนตกเป็นเหยื่อ และยังพบผู้หญิงไทยอีก 10 คน ที่อาจตกเป็นเหยื่อของแก๊งค้ากามแก๊งนี้ด้วย โฆษกตำรวจญี่ปุ่นเปิดเผยว่า ผู้ต้องสงสัยทั้ง 3 คนนี้อยู่ในความควบคุมตัวของเจ้าหน้าที่ หลังจากถูกกล่าวหาว่าบังคับให้ผู้หญิงชาวกัมพูชา 7 คน อายุระหว่าง 20-36 ปี ค้าประเวณีในประเทศญี่ปุ่น ขณะที่ยังมีผู้ต้องสงสัยอีกหลายคนที่หลบหนีไปได้ โดยเจ้าหน้าที่สามารถช่วยเหลือผู้หญิงที่ตกเป็นเหยื่อค้ากามเหล่านี้ออกมาได้จากร้านอาหารแห่งหนึ่งในจังหวัดกุนมะ ทางตะวันตกเฉียงเหนือของกรุงโตเกียว เมื่อเดือนธันวาคมปีที่่ผ่านมา หลังจากเหยื่อรายหนึ่งได้โพสต์เฟซบุ๊คร้องขอความช่วยเหลืออย่างสิ้นหวัง การจู่โจมเข้าตรวจค้นจับกุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจญี่ปุ่นนอกจากจะมีขึ้นที่ร้านอาหารต้องสงสัย เจ้าหน้าที่ยังบุกตรวจค้นบ้านพักของกลุ่มผู้ต้องสงสัยทั้งหมด จนทำให้พบผู้หญิงไทยอีก 10 คนที่อาจตกเป็นเหยื่อด้วย ซึ่งมีอายุระหว่าง 21-34 ปี โฆษกตำรวจญี่ปุ่นระบุอีกว่า ผู้หญิงหลายคนยังถูกจับกุมในข้อหาอยู่เกินกำหนดในระยะเวลาอนุญาตหรืออยู่เกินวีซ่า แต่หากทันทีที่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบว่าพวกเขาเหล่านี้เป็นเหยื่อของการค้ามนุษย์ ก็จะได้รับการปล่อยตัวไป ด้านเว็บไซต์แคมโบเดียเดลีอ้างสื่อญี่ปุ่นระบุว่า ตำรวจญี่ปุ่นในจังหวัดกุนมะจับกุมผู้ต้องสงสัย 3 คน คือนายฮิซาโอะ วาตานาเบะ อายุ 44 ปี […]