“นายกฯ” โต้ปมล็อกสเปกโซลาร์ประชาชน ชี้ยังอยู่ขั้นตอนประมูล ลิสต์รายชื่อบริษัทยังไม่ใช่ผู้ได้งาน ลากเสียง “ไม่มี” ปมเรียกหัวคิว ขู่ “ใครทำผมก็หักคอ” บอกสื่อจะถามอะไร กรองก่อน
เมื่อเวลา 12.45 น. วันที่ 2 พ.ย. ที่ รพ.หนองคาย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงโครงการโซลาร์เพื่อประชาชน หลังมีข้อวิจารณ์ว่ามีการซ่อนเงื่อนไขการล็อกสเป็ก พบ 60 บริษัทมีที่อยู่ซ้ำกัน และพบว่าอีก 120 บริษัท มีชื่อผู้ถือหุ้นสลับกัน ว่า อย่าเพิ่งไปตกใจกับรายชื่อหรือจำนวนบริษัท เพราะบางคนระบุว่ามี 100 กว่าบริษัทก็น้อยไป ควรเปิดกว้างมากกว่านี้ บางคนก็บอกว่า 60 บริษัทเยอะไป พูดได้หมดเลย เวลาที่มีการประมูลงาน ไม่เคยเห็นเกินแค่ 20-30 ราย ตราบใดที่มีเวนเดอร์ลิสต์ และตอนนี้รายชื่อที่ปรากฏ คือ ผู้ที่มีสิทธิ์ซื้อซองประมูล เป็นบริษัทที่มีการจดทะเบียนสามารถซื้อซองและแสดงความสนใจในการประมูลได้ ไม่ใช่ผู้ที่จะได้งานไปเลย
เมื่อถามว่า นายกรัฐมนตรีต้องเข้าไปดูคุณสมบัติเองหรือไม่ หากมีรายชื่อซ้ำ อาจจะต้องเลือกบริษัทใดบริษัทหนึ่ง นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ต้องดูว่ามีข้อห้ามด้วยหรือไม่ ตนไม่ทราบว่ามีข้อห้ามหรือไม่ เพราะบริษัทเป็นนิติบุคคล ต้องไปดูหากเขียนว่า กรรมการห้ามไขว้กันก็ไม่ได้ เพราะบริษัทเหล่านี้มีสเป็กหลัก และยังมีสเป็กเฉพาะเจาะจงอีก โดยกรมบัญชีกลางเป็นผู้ตั้ง

“ส่วนใหญ่หากจะมีการร้องเรียนก็ต้องดูสเป็กเฉพาะเจาะจงนี่แหละ หากเขียนไม่เข้าท่าหรือเอื้อประโยชน์ให้ใคร ซึ่งตนยืนยันแล้วว่าสมัยตนไม่มี ไม่กล้า แต่สมัยก่อนตนไม่รู้ แต่สมัยผมไม่มี เพราะผมไม่เอาเรื่องพวกนี้ ทุกหน่วยงานพอผมเอ๊ะปุ๊บ เขารู้ว่าผมรู้ You know that I know that you know that I know”
เมื่อถามถึงกรณีการตั้งข้อสังเกตว่ามีการหักหัวคิวบริษัทรายย่อย นายกรัฐมนตรีลากเสียงว่า “ไม่มี ถ้าใครทำผมก็หักคอ แค่นั้นแหละ”
ทั้งนี้ ก่อนที่นายกรัฐมนตรีจะขึ้นรถได้หันมาถามรายละเอียดกับผู้สื่อข่าวกรณีการหักหัวคิว ผู้ประกอบการรายย่อยก่อนจะให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมว่า ตอนนี้ยังไม่ตกผลึกเรื่องของราคา แล้วจะมีการหักหัวคิวได้อย่างไร ประชาชนเป็นผู้เลือกเวนเดอร์เอง ดังนั้นสื่อมวลชนจะถามอะไรต้องกรอง ก่อนจะย้ำว่าจะมีการหักหัวคิวได้อย่างไร เพราะยังไม่เริ่มเลย แต่ถ้ามีก็เอาตาย
ผู้สื่อข่าวจึงถามต่อว่า นายกรัฐมนตรีไม่คิดว่าการตรวจสอบก่อนเป็นเรื่องดีเหรอ นายกรัฐมนตรีย้ำว่า ตรวจสอบมาแล้ว มีการสกรีนจากผู้ว่าฯ การไฟฟ้า มีคณะกรรมการ มีรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยกำกับดูแลอยู่ ตนไม่คิดว่าคนเหล่านี้ไม่ทำสิ่งที่ไม่ดี เพราะโครงการนี้เป็นโครงการที่มีคนจับตาดูไม่รู้เท่าไร และไม่ใช่โครงการที่สร้างทีเดียวแล้วเลิก นี่ทำทั้งปี และเกี่ยวข้องกับประชาชนล้านหลังคาเรือน
ดังนั้น ไม่สามารถซ่อนได้อยู่แล้ว ทุกอย่างต้องทำได้ด้วยความสุจริต โปร่งใส และมีเงินของรัฐบาลอีก 50,000 บาท แล้วจะปล่อยให้เกิดการทุจริตได้อย่างไร และยังมีเงินของประชาชนอีก ดังนั้นเราต้องรักษาประโยชน์ให้ดีที่สุด
เมื่อถามว่า ขณะนี้มีการพุ่งเป้ามาที่นายกรัฐมนตรีโดยตรง นายอนุทินกล่าวว่า อย่างที่บอกตอนนี้เหมือนกระต่ายตื่นตูม ตนเองไม่ได้มองอะไรทั้งสิ้น มองแค่ว่าคนที่ได้งาน ได้งานอย่างถูกต้องและเป็นธรรม ดูไม่ยากหรอก ขณะเดียวกันก็กำกับดูแลอย่างใกล้ชิดด้วย

