กสศ. จับมือสมาคมฟุตบอลฯ เปิดตัว “หลักสูตรจักรวาลวิทยาฟุตบอล”

20.08.26 | 17:36 น.

20 สิงหาคม 2569 ณ สนามกีฬา สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) จับมือสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เปิดตัว “หลักสูตรจักรวาลวิทยาฟุตบอล” นวัตกรรมการศึกษาที่ยืดหยุ่นซึ่งเปลี่ยนสิ่งที่เด็กรักให้เป็นเส้นทางการเรียนรู้ ผลักดันแนวทางเทียบโอนประสบการณ์จากการฝึกซ้อมเป็นหน่วยกิต เปิดทางเลือกใหม่ให้เด็กนอกระบบกว่า 6 แสนคน และกลุ่มเสี่ยงอีก 1.3 ล้านคน ให้สามารถเรียนรู้ควบคู่การพัฒนาศักยภาพด้านกีฬาและต่อยอดสู่เส้นทางอาชีพ ภายในงานมีการลงนามความร่วมมือ โดยมี นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธาน พร้อมด้วย ดร.สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม ดร.ชาญวิทย์ ผลชีวิน อุปนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ และ ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการ กสศ. รวมถึงเครือข่ายภาคีเข้าร่วม


นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า กีฬาและการศึกษาเป็นรากฐานพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ช่วยสร้างวินัยและทักษะชีวิต สอดคล้องกับนโยบายรัฐที่มุ่งพัฒนาทักษะกีฬาเพื่อสร้างโอกาส หัวใจสำคัญคือทำให้ทักษะกีฬาเดินคู่กับการศึกษาผ่านกระบวนการวัดผลที่ยืดหยุ่น และจัดทำแนวทางเทียบโอนผลการเรียนรู้ (Credit Bank) เราไม่ได้มุ่งเพียงสร้างนักฟุตบอลอาชีพ แต่อุตสาหกรรมกีฬายังต้องการบุคลากรอีกหลากหลาย นี่จึงเป็นการเปิด Career Pathway นำไปสู่การสร้างรายได้ (Learn to Earn) โดยกระทรวงฯ พร้อมสนับสนุนทุนการศึกษา การฝึกซ้อม และวิทยาศาสตร์การกีฬาอย่างเต็มที่

Advertisement

ดร.ชาญวิทย์ ผลชีวิน อุปนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ กล่าวว่า ต้องขอบคุณ คุณนวลพรรณ ล่ำซำ นายกสมาคมฯ ที่มอบหมายให้ดำเนินการร่วมกับ กสศ. พัฒนาหลักสูตรนี้ตลอด 6 เดือน สอดคล้องกับยุทธศาสตร์สมาคมฯ ในการสร้าง “พลเมืองฟุตบอล” หากเปลี่ยนสนามให้เป็นห้องเรียน ฟุตบอลจะพาเด็กกลุ่มเสี่ยงกลับสู่การเรียนรู้ สมาคมฯ จะร่วมขับเคลื่อน 4 ด้าน ได้แก่ ออกแบบและรับรองหลักสูตร พัฒนาครูผู้ฝึกสอน เปิดโอกาสต่อยอดสายอาชีพ และสนับสนุนทรัพยากร พร้อมเตรียมเชื่อมเยาวชนสู่ระบบ FIFA Talent Scouting และ FA Thailand Education Hub

ดร.สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวเสริมว่า หลักสูตรนี้เป็นตัวอย่างของนวัตกรรมการศึกษาที่ยืดหยุ่น เด็กที่รักฟุตบอลไม่ควรต้องเลือกระหว่างเรียนกับเล่นกีฬา แต่ควรมีระบบที่ช่วยพัฒนาสิ่งที่รักไปพร้อมการศึกษา สอดคล้องกับนโยบาย Thailand Zero Dropout Plus ภายใต้แนวคิด All for Education ที่รัฐบาลพร้อมแก้ไขข้อจำกัดเชิงระบบ สร้างหลักประกันให้เด็กไทยเข้าถึงการศึกษาที่ยืดหยุ่นตามบริบทชีวิต

ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการ กสศ. กล่าวว่า ประเทศไทยมีเด็กกลุ่มเสี่ยงหลุดและหลุดจากระบบรวมเกือบ 2 ล้านคน ซึ่งหลายคนรักฟุตบอล ฟุตบอลจึงเป็นสะพานเชื่อมพาเด็กกลับสู่การเรียนรู้ กสศ. จึงร่วมกับสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ศูนย์การเรียนปัญญากัลป์ และ สพฐ. พัฒนาหลักสูตรที่เชื่อมความรู้ฟุตบอลเข้ากับวิชาการ ผ่าน 3 กลุ่มวิชา คือ พื้นฐานและการสื่อสาร วิชาเฉพาะด้านสปอนเซอร์ และพัฒนาทักษะในสนาม เช่น วิชา “บอลปัง แบรนด์เปย์” ปัจจุบันมีโรงเรียนกว่า 200 แห่งเตรียมนำหลักสูตรไปใช้

การลงนามครั้งนี้มุ่งขับเคลื่อน 3 ด้านสำคัญ คือ 1) พัฒนาหลักสูตรและระบบเทียบโอนหน่วยกิต 2) สร้างความพร้อมให้บุคลากรและสถานศึกษา และ 3) ดูแลลดการหลุดออกจากระบบผ่านการติดตามและมอบทุนการศึกษา เพื่อร่วมกันเปลี่ยนสิ่งที่เด็กถนัดให้เป็นการเรียนรู้ที่มีคุณค่า เปิดประตูแห่งโอกาส และสร้างเส้นทางชีวิตใหม่ให้เด็กไทยได้อย่างแท้จริง