หน้าแรก บทความ ดุลยภาพ ดุลยพ...

ดุลยภาพ ดุลยพินิจ : การฟื้นฟูการปฏิบัติธรรม สมัยปีกึ่งพุทธกาล-2540 (จบ) โดย ตีรณ พงศ์มฆพัฒน์

18.06.21 | 14:46 น.
จิตรกรรมฝาผนังพระอุโบสถวัดโพธิ์บางโอ บางกรวย นนทบุรี พระพุทธเจ้าเสด็จพร้อมพระอรหันตสาวก ประทานรอยพระพุทธบาทบนสุวรรณบรรพต

ก่อนปีกึ่งพุทธกาลกองทัพธรรมสายหลวงปู่มั่น ภูริทัตตเถระมีความมั่นคงมากในแถบอีสานและภาคเหนือ วัดป่าสาลวันและวัดบูรพารามยังเป็นศูนย์กลางหลักในการอบรมการปฏิบัติ

เมื่อเข้าใกล้ปีกึ่งพุทธกาลหลวงปู่เทสก์ เทสรังสี ยังประจำที่ภูเก็ต พังงา และกระบี่ เป็นเวลานานจนถึงปี 2508 ท่านจึงไปประจำที่วัดถ้ำขามและวัดหินหมากเป้ง หลวงพ่อลี ธัมมธโร และหลวงปู่กงมา จิรปุญโญ ได้เผยแผ่ธรรมปฏิบัติแถบจันทบุรีระยะหนึ่ง จากนั้นหลวงปู่กงมาได้ไปสร้างสำนักปฏิบัติที่วัดดอยธรรมเจดีย์ หลวงพ่อลีจัดตั้งวัดอโศการามที่สมุทรปราการ หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน สร้างวัดป่าบ้านตาด และหลวงปู่ชา สุภัทโท สร้างวัดหนองป่าพง ทั้งหมดล้วนเป็นสำนักปฏิบัติธรรมที่สำคัญถึงสมัยปัจจุบัน

การมีวัดอโศการามเป็นการสร้างฐานใหม่ของพระป่าในเมืองซึ่งทำให้มีแหล่งพำนักและแสดงธรรมของพระภิกษุสายวัดป่าเพิ่มขึ้นจากเดิมที่มีที่วัดบรมนิวาส วัดปทุมวนาราม วัดเทพศิรินทร์ วัดบวรนิเวศวิหาร วัดสัมพันธวงศ์ วัดโสมนัสวรวิหาร วัดมกุฏกษัตริยารามและวัดพระศรีมหาธาตุ หลวงพ่อลีเป็นพระอาจารย์ที่เป็นที่พึ่งในการปฏิบัติได้อย่างมาก ท่านแนะนำอานาปานสติที่แตกต่างจากอานาปานสติสมาธิที่สำนักดั้งเดิมปฏิบัติสืบทอดมา

เมื่อกำเนิดวัดอโศการาม หลวงปู่ฝั้น อาจาโร ได้แวะเวียนเข้ามาพำนักได้มากขึ้น พระอาจารย์วิริยังค์ สิรินทโร ก็ได้สานต่อด้วยการก่อตั้งวัดธรรมมงคลให้เป็นหลักทั้งด้านการศึกษาและการปฏิบัติ จากนั้นพระอาจารย์วิริยังค์ได้ก่อตั้งวัดใหม่เสนานิคมโดยมีหลวงปู่หลอด ปโมทิโต เป็นเจ้าอาวาส

วัดเหล่านี้สามารถรองรับพุทธศาสนิกชนแถบเมืองหลวงซึ่งศรัทธาในปฏิปทาของพระภิกษุที่สงบสำรวมและมีวินัยเคร่งครัดตลอดจนสามารถเป็นที่พึ่งอย่างดีแก่อุบาสกอุบาสิกาที่สนใจในธรรมปฏิบัติ สาธุชนเชื่อมั่นมากขึ้นว่าความเคร่งครัดในธรรมวินัย พระอริยสงฆ์และพระนิพพานล้วนมีจริง เกิดการนิมนต์พระอาจารย์อาวุโสจากป่าเข้าเมืองมากขึ้น

Advertisement

ต่อมาหลวงพ่อลี ธัมมธโร ได้ละสังขารในปี 2504 ผู้สนใจธรรมปฏิบัติจำนวนมากจึงขาดที่พึ่งสำคัญไป หลวงปู่สิม พุทธาจาโร ช่วยรักษาการที่วัดอโศการามไม่นานก็ต้องไปดูแลวัดสุทธาวาส และด้วยปัญหาสุขภาพท่านจึงไปประจำที่วัดถ้ำผาปล่อง ส่วนหลวงพ่อเฟื่อง โชติโก ก็ต้องไปประจำที่วัดมกุฏกษัตริยารามและวัดธรรมสถิต ระยอง

จิตรกรรมฝาผนังพระอุโบสถวัดปทุมวนาราม
แหล่งศึกษาธรรมของภิกษุสามเณรจากมณฑลอีสาน-อุบลในอดีต
มีกุฏิสองชั้นและเคยมีกระต๊อบปฏิบัติในป่าข้างวัด

 

ช่วงนี้เป็นระยะที่ชนชั้นกลางทั่วไปในเขตเมืองหลวงเริ่มรู้จักและสนใจการปฏิบัติตามแนวทางของพระสงฆ์สายวัดป่า พระอาจารย์ที่เป็นศิษย์สายหลวงปู่มั่นก็มีเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้การชี้แนะการปฏิบัติเป็นไปอย่างกว้างขวางมากขึ้น
ธรรมยุติกนิกายเดิมเน้นจตุรารักขกรรมฐาน อันได้แก่ พุทธานุสติ เมตตาภาวนา อสุภะ และมรณานุสติ เมื่อหลวงปู่มั่นกลับจากถ้ำสาริกา ท่านเน้นหนักมากขึ้นที่กรรมฐานห้าและธาตุสี่รวมทั้งให้ความสำคัญกับมหาสติปัฏฐานสูตรด้วย ศิษย์สายของท่านจึงมักสอนกรรมฐานห้าและการพิจาราณากายว่าเป็นธาตุและอสุภะ เช่นหลวงปู่หลุย จันทสาโร หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี หลวงปู่ฝั้น อาจาโร หลวงปู่สิม พุทธาจาโร หลวงปู่หลอด ปโมทิโต หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน หลวงปู่เจี๊ยะ จุนโท พระอาจารย์จวน กุลเชฏโฐ และหลวงพ่อพุธ ฐานิโย เป็นต้น การมีคำกำกับลมหายใจมักใช้คำว่า “พุทโธ” และ “ผมขนเล็บฟันหนัง” ซึ่งการเดินจงกรมก็มักใช้คำกำกับเดียวกัน จนเมื่อผ่านข้อปฏิบัติเบื้องต้นแล้วก็แยกการปฏิบัติตามลำดับขั้นและความเหมาะสมต่อไป

ส่วนการสอนที่เน้นอานาปานสติมีที่วัดหนองป่าพงของหลวงปู่ชา สุภัทโท อย่างไรก็ตามในช่วงท้ายของระยะนี้หลวงพ่อทิวา อาภากโร ซึ่งเป็นศิษย์ของหลวงปู่หลุย จันทสาโร ก็สอนให้เจริญควบคู่ทั้งสติ สมาธิ และปัญญา ในแนวของวิปัสสนากรรมฐาน

การเร่งรัดความเจริญทางวัตถุในยุคเร่งรัดการพัฒนาเป็นปัจจัยที่สนับสนุนกระแสค่านิยมที่เน้นแสงสีและรายได้ ความเจริญและแหล่งบริการของรัฐมีการกระจุกตัวมากขึ้นจนเกิดการหลั่งไหลจากต่างจังหวัดเข้ามาหางานทำในเมืองหลวง

การโยกย้ายประชากรโดยเฉพาะอย่างยิ่งจากพื้นที่อีสานมีส่วนขยายความต้องการแหล่งธรรมในแถบที่มีความเจริญทางเศรษฐกิจและเป็นที่อยู่อาศัยของชาวบ้านทั่วไป ประชาชนเหล่านี้มีความศรัทธาในพระพุทธศาสนาเป็นพื้นฐานอยู่แล้ว แต่ความรับรู้เกี่ยวกับธรรมปฏิบัติและแก่นพุทธธรรมถูกทอดทิ้งมาเป็นเวลานาน ความสนใจในหมู่ชนชั้นกลางเริ่มกลับมามีมากขึ้นทั้งงานเชิงความรู้ การบรรยายธรรมและนิตยสารแนวทิพยอำนาจ

การบรรยายธรรมที่มีการเผยแผ่ในวงกว้างและมีความสนใจรองรับอย่างดี ได้แก่ การบรรยายธรรมของหลวงพ่อพุทธทาสภิกขุ อาจารย์เสถียร โพธินันทะ และพระสงฆ์กรรมฐานหลายรูป การบรรยายของพระอาจารย์กรรมฐานสะท้อนถึงการปฏิบัติธรรมที่แพร่หลายอย่างมาก

ความสนพระทัยในธรรมปฏิบัติในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มีผลต่อความสนใจในหมู่ประชาชนในวงกว้างอย่างมากด้วย พระองค์พร้อมสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และพระบรมวงศานุวงศ์ทรงเข้าหาพระกรรมฐานมากมายหลายท่าน

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงปฏิบัติธรรมเป็นประจำ ซึ่งคาดว่าทรงปฏิบัติมาตั้งแต่กลางทศวรรษ 1970 พระองค์ทรงเริ่มด้วยอานาปานสติสมาธิโดยอาศัยการนับเลขกำกับและทรงเจริญสมถวิปัสสนาถึงฌาน ส่วนสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงอาศัยการสวดมนต์เป็นกิจวัตร

ช่วงทศวรรษ 1970 เป็นช่วงที่เศรษฐกิจเริ่มมีความเป็นเมืองและกระจุกตัวที่กรุงเทพฯ อย่างมาก วิถีชีวิตเปลี่ยนแปลงไปในทางตึงเครียด แข่งขัน และเป็นทุกข์กับสภาพการจราจรที่คับคั่งและเป็นพิษอย่างหฤโหด ช่วงนี้ได้เกิดวิกฤตการณ์น้ำมันโลกต่อเนื่องจนถึงทศวรรษ 1980 ซึ่งทำให้ภาวะค่าครองชีพสูงขึ้นด้วย เหล่านี้อาจเป็นสภาพเศรษฐกิจและสังคมที่ส่งผลให้ชนชั้นกลางส่วนหนึ่งต้องการความสงบทางจิตใจ

หลวงพ่อพุธ ฐานิโย กล่าวไว้เมื่อปี 2525 ว่ามีการแสวงหาครูอาจารย์เพื่อชี้แนะการปฏิบัติสมาธิภาวนากันอย่างมาก แต่บางทีการแนะนำก็อาจไม่ตรงตามแนวทางแห่งพระพุทธศาสนา

แนวโน้มในลักษณะเดียวกันนี้ได้เกิดขึ้นในระดับนานาชาติด้วยเช่นกัน มีชาวต่างประเทศเดินทางเข้ามาศึกษาการปฏิบัติและบวชมากขึ้น มีพระอาจารย์ที่สำคัญได้รับนิมนต์ไปชี้แนะการปฏิบัติ รวมทั้งเริ่มมีพระปฏิบัติหลายท่านไปประจำและสอนการปฏิบัติในต่างประเทศ

หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน เริ่มรับศิษย์ชาวต่างชาติในปี 2506 หลวงปู่ชา สุภัทโท เริ่มรับศิษย์ชาวต่างชาติในปี 2510 และก่อตั้งวัดป่านานาชาติในปี 2518 หลวงพ่อปัญญา นันทภิกขุ เป็นเจ้าอาวาสที่ชิคาโกในปี 2515 หลวงปู่บุญฤทธิ์ ปัณฑิโต ไปประจำยาวที่ออสเตรเลียตั้งแต่ปี 2516 หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน เยือนอังกฤษ ปี 2517 หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี เยือนสิงคโปร์ ออสเตรเลียและอินโดนีเซียในปี 2519-20 หลวงปู่ชา สุภัทโท เดินทางไปสร้างวัดที่อังกฤษในปี 2520 ซึ่งทำให้เกิดวัดป่าขึ้นในปี 2522 หลวงพ่อเขมธัมโมประจำที่อังกฤษตั้งแต่ปี 2520 หลวงพ่อเฟื่อง โชติโก เริ่มเยือนฮ่องกงในปี 2522 หลวงพ่อแป้น ธัมธโร เดินทางไปเยือนอินเดีย ปี 2524 หลวงพ่อทิวา อาภากโร ไปประจำยาวที่เยอรมนีตั้งแต่ปี 2524 พระอาจารย์สุเมโธจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติที่วัดอมราวดีในปี 2527 หลวงพ่อสนอง กตปุญโญ จำพรรษาที่อินเดียในปี 2524 และที่อังกฤษในปี 2531 หลวงพ่อไพรินทร์ สิริวัฑฒโน จำพรรษาที่อังกฤษราวปี 2527 หลวงพ่อทูล ขิปปปัญโญ เริ่มเยือนสหรัฐอเมริกาในปี 2530 หลวงพ่อเจฟฟรีย์ก่อตั้งวัดและปักหลักที่ซานดิเอโกในปี 2534 ฯลฯ

ในประเทศตะวันตก ทศวรรษ 1960 เป็นช่วงที่เริ่มมีชาวทิเบตและเวียดนามอพยพเข้าไปมาก จากนั้นก็มีชาวกัมพูชาตามไปในทศวรรษ 1970 ช่วงดังกล่าวนี้ความคิดแบบเซน มหายานและวัชรยานได้รับความสนใจมาก ความโดดเด่นอยู่ที่ท่านทะไล ลามะ ส่วนท่านติช นัท ฮันห์ ได้ริเริ่มชุมชนเจริญสติที่ฝรั่งเศสในปี 2518 และมีงานเขียนที่จุดประกายความคิดของชาวตะวันตก พุทธเถรวาทมีส่วนได้รับความสนใจจากผู้ที่มีความรู้ความสนใจอยู่บ้างแล้วตามไปด้วย หลวงพ่อพุทธทาสภิกขุนับว่าเป็นพระภิกษุชาวไทยที่มีชื่อเสียงอย่างยิ่งในวงการศึกษาทางพระพุทธศาสนาของโลก

ความโดดเด่นของพุทธเถรวาทในดินแดนตะวันตกเริ่มมีชัดเจนมากในทศวรรษ 1970 ซึ่งหลักใหญ่เป็นผลมาจากความรับรู้ระดับสากลที่มีมากขึ้นและจากการเผยแผ่ของพระภิกษุชาวตะวันตกที่มาบวชในศรีลังกา พม่าและไทย พระภิกษุจำนวน
มากได้เดินทางกลับสู่ดินแดนมาตุภูมิหรือออกเผยแผ่ธรรมยังประเทศต่างๆ ศิษย์ฆราวาสที่กลับประเทศไปประกอบอาชีพก็มีบทบาทมากเช่นกัน

ท่านอาจารย์โกเอ็นก้าเป็นอาจารย์กรรมฐานที่มีบทบาทสูงในอินเดียและอีกถึง 93 ประเทศ ท่านโยกย้ายจากย่างกุ้งไปอินเดียในปี 2512 ส่วนในประเทศไทยท่านเริ่มเผยแผ่ในปี 2530 และจัดตั้งศูนย์ธรรมกมลาราวปี 2536 ท่านอบรมสติปัฏฐานหมวดอานาปานสติและเวทนานุปัสสนาที่สืบทอดต่อมาจากอาจารย์อูบาขิ่นในสายของพระอาจารย์เลดีสยาดอ

โดยรวมแล้วในช่วงระยะปีกึ่งพุทธกาลถึงราวปี 2540 เป็นช่วงที่การปฏิบัติธรรมได้รับการฟื้นฟูและขยายตัวในเขตเมืองและในระดับสากลอย่างมากท่ามกลางกระแสวัตถุนิยมและความรู้สมัยใหม่

ภายในประเทศมีแนวการปฏิบัติเบื้องต้นที่หลากหลายซึ่งช่วยให้บุคคลได้เข้าถึงลำดับธรรมตามจริตและจุดมุ่งหมายของตน มีการขยายกว้างสู่ชนทุกชั้นและสู่ฆราวาสทั่วไปโดยไม่จำกัดอยู่กับผู้สูงวัย ซึ่งมักเข้าหาความสงบและธรรมในยามที่เสื่อมถอยจากชีวิตทางโลกแล้ว

การฟื้นฟูการปฏิบัติธรรมที่เจริญมากขึ้นเหล่านี้เป็นทางเลือกสำหรับสังคมที่แวดล้อมด้วยกระแสวัตถุนิยม มิได้มาจากการส่งเสริมของรัฐหากแต่มาจากการรับรู้ที่กว้างขวางของสาธุชนเอง