หน้าแรก บทความ ยุทธการ 18 หั...

ยุทธการ 18 หัวเมือง : ถ้อยคำ สำนวน กระบวน เลื่อน เคลื่อนพลิก ภาษา ความคิด

19.08.26 | 12:14 น.
ยุทธการ 18 หัวเมือง : ถ้อยคำ สำนวน กระบวน เลื่อน เคลื่อนพลิก

ความผิดเพี้ยนอันเนื่องแต่ “ยอดคำเท่” อันหลุดจากปากของโจโฉหลังจากสังหารครอบครัวของลิแปะเฉียแล้ว
ได้รับความกระจ่างมากยิ่งขึ้นโดย ชัชวนันท์ สันธิเดช
สมแล้วกับเป็น “แฟนพันธุ์แท้” ยุทธนิยายเรื่อง “สามก๊ก” สมแล้วกับที่ประมวลสิ่งที่รอบรู้มานำเสนอผ่านหนังสือ “นามานุกรมสามก๊ก” ฉบับแฟนพันธุ์แท้
สมบูรณ์อย่างทัดเทียมกับของ สังข์ พัธโนทัย
และสามารถตอบคำถามให้กับความกังขาในการนำเสนอสามก๊กตามขนบอันมาจากล่อกวนตงได้อย่างดี
เหมือนกับที่ โกวิท ตั้งตรงจิตร ตอบคำถามแทนล่อกวนตง
กล่าวสำหรับการพิสูจน์ทราบความเที่ยงตรงแห่งการถอดความคำประกาศของโจโฉ
หากนำที่ปรากฏเป็นสำนวนไทยมาศึกษาก็จะมีความกระจ่าง


จากรายละเอียดอันล่อกวนตงสอดสวมเข้าไปในยุทธนิยายเรื่องสามก๊ก เมื่อมีการแปลออกมาเป็นภาษาอังกฤษหรือภาษาไทย
จึงถอดพิมพ์ออกมาอย่างที่เราเห็น
ฉบับ เจ้าพระยาพระคลัง (หน) อันถือว่าเป็นฉบับคลาสสิกในภาษาไทย ระบุถ้อยคำอันโจโฉกล่าวกับตันก๋งว่า
“ท่านว่าฉะนี้ก็ชอบกลอยู่
แต่ว่าธรรมดาเกิดมาทุกวันนี้ย่อมจะรักษาตัวมิให้ผู้อื่นคิดร้ายได้ เราจึงทำการครั้งนี้”
และเมื่อ “ยาขอบ” เขียน “สามก๊กฉบับวณิพก”
ในตอน “โจโฉ ผู้ไม่ยอมให้โลกทรยศ” ก็ถอดความโดยอิงประโยคจากภาษาอังกฤษประกอบ
นั่นก็คือ I would rather betray the world than let the
World betray me. นั่นก็คือ ท่านพูดของท่านก็ถูกแต่ข้าพเจ้ากล่าวแล้วกลัวผู้ใหญ่บ้านกำนันจะไล่เลียะเรา
“หลักของข้าพเจ้ามีอยู่ว่า ข้าพเจ้าสมัครทรยศโลกมากกว่ายอมให้โลกทรยศข้าพเจ้า”
นี่ย่อมส่งอิทธิพลเป็นอย่างสูง

เห็นได้จากเมื่อ วรรณไว พัธโนทัย แปลและเรียบเรียง “สามก๊ก” ฉบับแปลใหม่ตีพิมพ์ออกมาเมื่อเดือนมกราคม 2521
บนฐานคิดอันปรากฏผ่าน “คำนำ” ชัดเจน
“โดยที่ผมยังไม่เคยพบหนังสือใดซึ่งวิเศษทั้งท้องเรื่องและสำนวนโวหารเท่ากับหนังสือสามก๊กที่ ‘หลอกว้านจง’ เป็นผู้เรียบเรียงในภาษาจีนและเบรวิตต์ เทเลอร์ เป็นผู้แปลเป็นภาษาอังกฤษ
และเนื่องจากได้พบความบกพร่องมากมายเหลือเกินในคำแปลภาษาไทยฉบับ เจ้าพระยาพระคลัง (หน)
ผมจึงตัดสินใจมุมานะ
แปลเรื่องสามก๊กจากต้นฉบับภาษาจีนของหลอกว้านจงออกมาเป็นภาษาไทยให้ตรงตามต้นฉบับภาษาจีน
และบิดาของผม คือ คุณสังข์ พัธโนทัย
ก็ได้ใช้ความพยายามช่วยขัดเกลาภาษาเพื่อรักษาสำนวนของเจ้าพระยาพระคลัง (หน) ไว้อย่างสุดความสามารถ”
นั่นย่อมสะท้อนความมุ่งมั่นของวรรณไว พัธโนทัย

ถึงอย่างไรความมุ่งมั่นของ วรรณไว พัธโนทัย ก็ดำเนินไปบนเส้นทางเดียวกันกับความมุ่งมั่นของ แพทย์หญิงกัลยา สุพันธุ์วณิช
นั่นก็คือ อยู่ในกรอบของ “หลอกว้านจง”
“เรื่องราวสามก๊กแต่เดิมเล่ากันเป็นนิยายพื้นบ้าน เล่าปากเปล่ากันเป็นตอนๆ ไป มีการเสริมเติมต่อกันไปเรื่อยๆ
แล้วแต่ใครว่า” เป็นบทสรุปของ แพทย์หญิงกัลยา สุพันธุ์วณิช
“ว่ากันว่า สามก๊กของหลอกว้านจงมีจริงเจ็ดส่วน มีแต่งเติมสามส่วน เขียนอภินิหารสร้างตัวละคร เพิ่มสีสัน ใส่สีตีไข่ให้ดูน่าอ่าน
เช่นการสร้างเป็นเทพให้กวนอวี่ (กวนอู) สร้างภาพว่าจูเก่อเหลียง (จูกัดเหลียง ขงเบ้ง) ฉลาดเลอเลิศไม่มีใครเทียม จื่อหลง (จูล่ง) เก่งกาจสามารถ ทั้งทรรศนะของหลอกว้านจงเองก็มีความคิดเอนเอียงไปทางสนับสนุนก๊กหลิวเป้ย (เล่าปี่)
อ้างว่าสืบเชื้อสายจากฮั่นจิ่งตี้ อดีตบรรพกษัตริย์ฮั่น
จึงมีการแต่งเติมเรื่องราวก๊กหลิวเป้ยจนเกินเลยเรื่องจริงไปมาก ทั้งๆ ที่ในประวัติศาสตร์จริงก๊กนี้เป็นก๊กที่เล็ก
และมีบทบาทน้อยที่สุดในสามก๊ก”

Advertisement

บนฐานความเชื่อต่อหลอกว้านจงและต่อการแปลผ่านสำนวน เจ้าพระยาพระคลัง (หน) ว่าผิดพลาดคลาดเคลื่อนไปจากความจริงในประวัติศาสตร์
ท่าทีของ สังข์ พัธโนทัย แจ่มชัด
เมื่อเรียบเรียงหนังสือ “พิชัยสงครามสามก๊ก” ก็ถึงกับไม่กล่าวถึงตันก๋งให้เป็นที่ปรากฏ
ไม่มีแม้กระทั่งใน “นามานุกรมสามก๊ก”
อย่าได้แปลกใจที่ ไม่ว่าหนานกงเผอ ไม่ว่าหวังเสียวเหล่ย ไม่ว่าอู้หม่านหลานเจียงซึ่งเป็นรุ่นใหม่ รุ่นหลัง
ก็ไม่ปรากฏบทบาทของตันก๋ง
ขณะที่ ยศไกร ส.ตันสกุล เมื่อเรียบเรียงเรื่องราวของลิโป้ กับเหล่าขุนศึกและยอดคนนอกสามก๊กก็ทำหมายเหตุในบทว่าด้วยตันก๋ง
ก็นำเสนอผ่าน 2 ข้อสรุปสำคัญ
1 ในวรรณกรรม ตันก๋งเป็นคนช่วยเหลือโจโฉให้หนีรอดเมื่อครั้งโจโฉหนีตายจากตั๋งโต๊ะแล้วถูกจับกุมตัว
แต่ในประวัติไม่ได้บ่งบอกไว้เช่นนั้น
2 ในวรรณกรรม มีฉากสำคัญที่โจโฉสังหารล้างบ้านลี้แปะเฉียทั้งครอบครัว ในบันทึกประวัติโจโฉเองก็มีพูดถึงเรื่องนี้ไว้
แต่ไม่ได้บอกว่าตันก๋งแยกตัวจากโจโฉในเหตุการณ์นั้น
ในประวัติ ตันก๋งทำงานกับโจโฉกระทั่งแปรพักตร์ไปเข้ากับลิโป้ในเหตุการณ์ที่โจโฉบุกชีจิ๋ว

จากนี้จึงเห็นได้ว่า ข้อมูลอันปรากฏผ่านนวนิยายเรื่อง “ชีวิตรักของโจโฉ” สำนวนห นานกงเผอ อัน สุทธิพล นิติธาดา เรียบเรียง
สอดรับและใกล้เคียงกับข้อมูล อัน ชัชวนันท์ สันธิเดช ตรวจสอบจากเอกสาร
สอดรับและใกล้เคียงกับเมื่อ ยศไกร ส.ตันสกุลนำเอาจดหมายเหตุสามก๊กมาเทียบเคียงกับฉบับของหลอกว้านจง
1 ไม่ปรากฏบทบาทตันก๋งต่อโจโฉที่เมืองจงพวน
1 การตัดสินใจออกจากลั่วหยางของโจโฉด้วยการปฏิเสธตำแหน่งทางการทหาร
เพราะไม่ยอมรับใช้ตั๋งโต๊ะ
หากอ่านหนังสือ “ตำราพิชัยสงครามสามก๊ก” ซึ่ง สังข์ พัธโนทัย เรียบเรียงโดยอิงหลักฐานจากฉบับภาษาอังกฤษ
เส้นทางของโจโฉเมื่อออกจากลั่วหยางก็ไปหาอ้วนเสี้ยว

สําแดงให้เห็นว่า เป้าหมายอย่างแท้จริงของโจโฉก็คือต้องการไปรวบรวมและสร้างกำลังเพื่อต่อสู้กับตั๋งโต๊ะ
ปณิธานนี้ของโจโฉแน่วแน่และมั่นคง
การติดตามการเคลื่อนไหวของโจโฉจึงต้องดำเนินต่อไปทั้งในเชิงวรรณกรรม และในเชิงประวัติศาสตร์