หน้าแรก บทความ บูลลี่ เหยื่อ...

บูลลี่ เหยื่อ ความสูญเสีย ตีแผ่บาดแผลทางกายและใจ ใครคือผู้ชนะ

20.08.26 | 13:43 น.

ปัจจุบันการบูลลี่เป็นปัญหาที่นอกจากเราจะรับรู้ผ่านข่าวสารแล้ว ภาพยนตร์ซีรีส์ ทั้งต่างประเทศ และในประเทศไทย ดิฉันได้ดูภาพยนตร์เรื่อง Liverleaf (2018) หรือในชื่อญี่ปุ่นว่า Misumisou และซีรีส์ไทยเรื่อง เด็กใหม่ (Girl From Nowhere) มีธีมหลักเกี่ยวกับการบูลลี่ในโรงเรียนและความรุนแรง Girl From Nowhere ตัวละครหลักคือ “แนนโน๊ะ” เด็กสาวลึกลับที่เป็นตัวแทนของการเปิดโปงความจริง แนนโน๊ะย้ายเข้าไปตามโรงเรียต่างๆ เพื่อทำหน้าที่เป็น “ตัวกระตุ้น” ให้คนที่มีความโลภ ความริษยา หรือความรับผิดชอบทางศีลธรรมที่บกพร่อง ได้แสดงความจริงออกมาและรับผลของการกระทำ แนนโน๊ะเป็นตัวแทนที่ทำให้เกิดกรรมที่ตามมาของการกระทำด้านมืด การสั่งสอน ตีแผ่ความจริง และทดสอบศีลธรรม เสียดสี สะใจ เหนือจริง ลึกลับและมีอารมณ์ตลกร้ายที่เชื่อมโยงกับกรรมตามสนองตามระดับความชั่วร้ายที่เหยื่อถูกกระทำ
ดังนั้น Girl From Nowhere จึงมีความเชื่อมโยงกับเรื่องกฎแห่งกรรมตามหลักศาสนาพุทธ อย่างน้อยก็เป็นผลจากการไม่รักษาศีล 5 ข้อ ที่เป็นพื้นฐานที่กำกับพฤติกรรมของชาวพุทธ Liverleaf “วัฏจักรความรุนแรงที่ไม่สิ้นสุด ผลกระทบของการบูลลี่ และการไร้ซึ่งความหวัง” เรื่องนี้ไม่ใช่แค่หนังล้างแค้นเพื่อความสะใจ แต่เป็นการตีแผ่บาดแผลทางจิตใจของมนุษย์อย่างโหดร้าย อีกหนึ่งธีมสำคัญคือความล้มเหลวของสังคมผู้ใหญ่ ทั้งครูประจำชั้นที่อ่อนแอ กลัวนักเรียน และหลีกเลี่ยงปัญหา รวมถึงพ่อแม่ที่ไม่ใส่ใจหรือบีบคั้นลูก ความเหงาและการโดดเดี่ยวในเมืองหิมะที่ห่างไกลทำให้เด็กๆ ผลักตัวเองเข้าสู่โลกที่ไร้ศีลธรรมเพราะไม่มีผู้ใหญ่คอยชี้นำ จุดเด่นที่สุดของ Liverleaf คือการไม่มี “ผู้ชนะ” หรือ “ความสะใจต่อผลลัพธ์ที่สาสมอย่างแท้จริง” ในการแก้แค้น หนังแสดงให้เห็นว่าแม้ตัวเอกของเรื่อง Haruka จะลงโทษทุกคนที่ทำร้ายเธอได้ แต่ความแค้นไม่ได้ช่วยเยียวยาบาดแผล ไม่ได้นำครอบครัวกลับมา และสุดท้ายทุกคนก็ต้องจมสู่ความพังทลายทั้งทางจิตใจและสูญเสียชีวิต


เหตุการณ์ความรุนแรงในโรงเรียนตามที่ได้รับทราบจากสื่อ ดังเช่นเหตุการณ์เร็วๆ นี้ที่มีการนำอาวุธไปยิงคนในโรงเรียน หากเป็นจริงตามที่ได้รับทราบจากสื่อต่างๆ สาเหตุเกิดจากการบูลลี่และอาจจะถูกละเลยจากผู้ใหญ่ในการดูแลใส่ใจ ดังที่ปรากฏในภาพยนตร์เรื่อง Liverleaf ทำให้ผู้ถูกกระทำเป็นเหยื่อครั้งแล้วครั้งเล่าจนเลือกที่จะกระทำความรุนแรงเพื่อยุติการต้องอดทนต่อบาดแผลในใจ ในทางสังคมวิทยาเรื่องราวที่เกิดขึ้นปรากฏการณ์บูลลี่สามารถอธิบายได้ด้วย ภาวะไร้บรรทัดฐาน (Anomie) ตามแนวคิดของ Emile Durkheim ซึ่งเป็นภาวะที่สังคมมีลักษณะการพังทลาย หรือความสับสนของบรรทัดฐาน ค่านิยม และศีลธรรมทางสังคม ทั้งในระดับตัวบุคคลและในระดับสังคม Durkheim อธิบายว่าการเปลี่ยนแปลงทางสังคมหรือเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ผู้คนรู้สึกขาดการเชื่อมโยง แปลกแยก หรือไร้ซึ่งจุดมุ่งหมายในชีวิตอย่างไร ผลกระทบมักเชื่อมโยงกับความรู้สึกสับสน ไร้ทิศทาง ความสิ้นหวังในระดับบุคคลและเกิดพฤติกรรมเบี่ยงเบน (Deviant Behavior) เพิ่มขึ้นที่นำไปสู่พฤติกรรมความรุนแรง หากวิเคราะห์ผลกระทบในระดับบุคคลฝ่ายผู้กระทำการบูลลี่อาจจะต้องการเหนือผู้อื่นแสดงอำนาจ การข่มขู่เพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งที่ต้องการเช่นเงินที่ตอบสนองวัตถุนิยม ไร้ศีลธรรมและการไม่เคารพกฎหมาย การกระทำนี้จะเกิดซ้ำๆ ตราบใดที่ได้รับการตอบสนองในสิ่งที่ต้องการ สำหรับระดับบุคคลที่เป็นผู้เหยื่อ ตามที่เห็นในภาพยนตร์และซีรีส์ทั้งสองเรื่องสะท้อนให้เห็นว่าในความเป็นจริงของสังคมมีการแก้แค้น อีกนัยหนึ่งแสดงให้เห็นการประท้วงและการส่งเสียงให้สังคมรับรู้การเป็นเหยื่อ ทั้งนี้พฤติกรรมของทั้งผู้กระทำและผู้ถูกกระทำได้รับอิทธิพลจากการเรียนรู้ทางสังคมโดยเฉพาะทั้งจากกลุ่มเพื่อนหรือสมาชิกขององค์กร ส่วน Social Media กลายเป็นชุมชนบนพื้นที่สื่อดิจิทัลหรือแพลตฟอร์มบนอินเตอร์เน็ตของกลุ่มคนที่สนใจเรื่องเดียวกันสามารถแบ่งปันข้อมูลทั้งในเชิงบวกและเชิงลบที่เป็นอีกสาเหตุให้เกิดการเลียนแบบพฤติกรรมเบี่ยงเบน ในระดับสังคมการบูลลี่แสดงให้เห็นการปฏิสังสรรค์หรือความสัมพันธ์ทางสังคมในระดับครอบครัว ระดับโรงเรียน หรือองค์กรลักษณะอื่นๆ ที่เป็นไปในทางที่ล่มสลาย นำไปสู่พฤติกรรมในเชิงลบ

ดิฉันในฐานะนักสังคมวิทยาและมานุษยวิทยามองว่าหน้าที่ของคติชนรูปแบบสมัยใหม่ภาพยนตร์และซีรีส์ ได้สื่อสารความเป็นจริงในสังคม เราจึงไม่สามารถเพิกเฉยกับการพยายามสื่อสารตีแผ่ปัญหาสังคมเหล่านี้ ควรมีกฎหมายเฉพาะสำหรับการบูลลี่ที่มีลักษณะเฉพาะของลักษณะดังกล่าว หรือมีข้อกฎหมายที่ครอบคลุมอยู่แล้วประเด็นนี้นักกฎหมายคงต้องช่วยกันวิเคราะห์เพื่อให้ภาครัฐนำไปช่วยแก้ปัญหาต่อไป การจำกัดการเข้าถึง Social Media ของเยาวชนเช่นเดียวกับหลายๆ ประเทศในยุโรปอาจเป็นสิ่งที่ประเทศไทยอาจจะต้องพิจารณาใช้กลยุทธ์นี้หรือไม่เพื่อลดความเสี่ยงการเกิดพฤติกรรมเบี่ยงเบนของทั้งผู้กระทำและเหยื่อการบูลลี่ การฝึกอบรมครูอาจารย์หรือบุคลากรองค์กรลักษณะอื่นๆ ด้วยเพื่อการแก้ปัญหาการบูลลี่ในสถานศึกษาหรือสถานที่ทำงาน ซึ่งจะให้เป็นสถานที่ที่เราต้องใช้ชีวิตอยู่ทุกวันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เหล่านี้เป็นสถานที่ปลอดภัยในการทำงาน โดยเฉพาะด้านจิตใจ ซึ่งมีผลต่อสุขภาพทางกายเช่นกัน

อีกทั้งดิฉันเชื่อว่าการเคารพความเท่าเทียมท่ามกลางความหลากหลายของคนในสังคม ถึงแม้การรับมือกับปัญหาการบูลลี่จะยากที่จะทำให้หมดไปอย่างแท้จริง อย่างไรก็ตามดิฉันหวังว่าเหตุการณ์เหล่านี้จะลดน้อยลงในสังคมไทยที่มีพุทธศาสนาเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต

Advertisement