Dear You : บทเรียนน้ำใจและคุณธรรม
ได้มีโอกาสไปชมภาพยนตร์เรื่อง “จดหมายรักถึงอาม่า” (Dear You) เสียงในฟิล์มภาษาจีนแต้จิ๋วดั้งเดิม ได้ข้อคิดเตือนสติ คนเราต้องมีน้ำใจและคุณธรรม ถือเป็นสุดยอดคำสอน คือสอนคนต้องมีน้ำใจและรักษาคุณธรรม ภาพยนตร์ที่ดี ไม่จำเป็นต้องมีเหตุการณ์ยิ่งใหญ่สำคัญที่มีผลกระทบระดับโลก และไม่จำเป็นต้องมีฉากอันตระการตาเสมอไป เพียงเรื่องราวของครอบครัว คนชราคนหนึ่ง และความทรงจำในอดีต ก็เพียงพอที่จะทำให้เรามีสติทบทวน “คนเราเกิดมาเพื่ออะไร” และ “เมื่อจากโลกนี้ไปเราควรทิ้งอะไรไว้เบื้องหลัง”
ภาพยนตร์ให้ความรู้สึกเช่นนั้น ดูผิวเผินเป็นเพียงจดหมายรักที่เขียนถึงอาม่า แต่ความจริงเสมอจดหมายที่เขียนถึงชีวิตของทุกคน เตือนให้ตระหนักว่า สิ่งที่ควรแก่การหวงแหนที่สุดมิใช่เงินทองหรือชื่อเสียง หากเป็นความรักในครอบครัว และความผูกพันระหว่างมนุษย์ สิ่งที่ประทับใจที่สุดคือสาธยาย “ความรักในครอบครัว” ด้วยคำพูดที่ทรงความหมาย เพราะความรักของครอบครัวมักเป็นเรื่องที่คนมองข้าม อาทิ คำถามไถ่สารทุกข์สุกดิบหนึ่งคำ อาหารหนึ่งมื้อ หรือความห่วงใย ก็คือความทรงจำที่ล้ำเลิศในชีวิต โดยเฉพาะผู้สูงอายุ มักให้ความสำคัญกับครอบครัว เก็บสิ่งที่ดีที่สุดไว้ให้ลูกหลาน แต่เมื่อยังเยาว์วัยมักคิดว่าเป็นเรื่องธรรมดา ถ้าวันหนึ่งเข้าใจความหมายอย่างแท้จริง อาจไม่มีโอกาสได้พูดคำว่า “ขอบคุณ” สิ่งที่ทำให้สะเทือนใจ จึงมิใช่เพียงความรักระหว่างหลานกับอาม่า ยังเป็นการเตือนให้รู้จัก “ความกตัญญูและการตอบแทนบุญคุณ”
ภาพยนตร์สอนว่า ความสัมพันธ์ในครอบครัวมิได้รอเราตลอดไป ผู้สูงอายุย่อมชราภาพตามกาล พ่อแม่ย่อมต้องจากไป และบางคำพูด หากวันนี้เราไม่พูด วันพรุ่งนี้อาจไม่มีโอกาสได้พูด สิ่งที่ควรคิดให้ลึกลงไปอีก คือคำว่า “น้ำใจและคุณธรรม” การเป็นคนมี “น้ำใจ” คือการรับรู้ความสุขและทุกข์ของผู้อื่น ส่วน “คุณธรรม” คือเมื่อผู้อื่นต้องการความช่วยเหลือ เราต้องไม่ลืมความสัมพันธ์และน้ำใจที่เคยมีต่อกันมาแต่เก่าก่อน ชีวิตของคนเราไม่สามารถพึ่งพาตนเองได้ตลอด ทุกคนเคยได้รับความช่วยเหลือจากผู้อื่น ไม่ว่าจะเป็นการเลี้ยงดูจากพ่อแม่ การสนับสนุนจากผู้ใหญ่ ความช่วยเหลือจากเพื่อน การอบรมสั่งสอนจากครู หรือผู้ที่เคยช่วยเหลือในยามลำบาก เมื่อพลิกฟื้นยืนตนขึ้นมา ก็ต้องจดจำคนที่เคยอยู่เคียงข้างเราในวันที่ชีวิตตกต่ำ
ที่สำคัญคือให้คติสอนใจเรื่องความ “กตัญญู” การดูแลบิดามารดามิได้หมายถึงเพียงการให้เงิน ซื้อสิ่งของเท่านั้น สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือการอยู่เป็นเพื่อน เพราะผู้สูงอายุ สิ่งที่ต้องการอาจเป็นเพียงโทรศัพท์หนึ่งครั้ง อาหารหนึ่งมื้อ เมื่อคนเราเข้าสู่วัยชรา ความต้องการทางวัตถุลดลง ความต้องการทางจิตใจจะมีมากขึ้น แต่คนมักพูดว่า “ยังมีวันพรุ่งนี้” ความจริง สิ่งเดียวที่มนุษย์สามารถควบคุมได้อย่างแท้จริงคือ “วันนี้” เท่านั้น
เมื่อยังเป็นหนุ่มสาว มักคิดว่ายังมีเวลาอีกมากที่จะกลับไปหาครอบครัว รอให้การงานมั่นคงแล้วจึงกลับบ้าน รอให้ว่างแล้วค่อยพูดคุย หรือรอเกษียณแล้วค่อยใช้เวลาอยู่กับบิดามารดา แต่ความเสียใจครั้งใหญ่ที่สุดของชีวิต หลายครั้งก็คือคำว่า “รอให้ถึงวันนั้น” ในที่สุดวันนั้นก็มาไม่ถึง
ด้วยเหตุนี้ “จดหมายรักถึงอาม่า” จึงมิได้เป็นเพียงเรื่องราวแห่งความทรงจำที่มีต่ออาม่า แต่ยังเป็นคำเตือนสำหรับทุกคนว่า อย่ารอให้สูญเสียไปก่อน แล้วจึงรู้จักคุณค่าของเหตุการณ์ที่มีอยู่
“น้ำใจและคุณธรรม” ที่ภาพยนตร์นำเสนอ เป็นพลังสำคัญที่ทำให้ครอบครัวและสังคมมีความอบอุ่น หากคนคิดถึงแต่ผลประโยชน์ส่วนตน ขาดไร้ความสัมพันธ์ แม้สังคมจะมั่งคั่งเพียงใด จิตใจของผู้คนอาจเต็มไปด้วยความโดดเดี่ยว จึงต้องมีความพร้อมที่จะช่วยเหลือกัน ครอบครัวจึงจะมีความอบอุ่น สังคมก็มีความสงบสุข
ดังนั้น สิ่งที่เราควรนำกลับไปด้วยจึงมิใช่เพียงความซาบซึ้งใจในภาพยนต์ หากเป็นทัศนคติที่สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง นั่นคือ “การเป็นคนต้องมีน้ำใจ การทำสิ่งใดต้องมีคุณธรรม” รู้จักขอบคุณผู้ที่มีบุญคุณ และยิ่งต้องรู้จักถนอมคนที่รักและห่วงใย เพราะชีวิตมิได้วัดกันว่าเรามีทรัพย์สินมากเพียงใด เงินทองอาจทิ้งสิ่งของไว้เบื้องหลัง ชื่อเสียงอาจทิ้งเรื่องราวไว้ในประวัติศาสตร์ แต่สิ่งที่สามารถอยู่ในหัวใจของผู้คนได้อย่างแท้จริง ก็คือ “ความมีน้ำใจและความจริงใจ” “จดหมายรักถึงอาม่า” จึงเปรียบเสมือนสายใยรักแห่งครอบครัว และสอนให้รู้จักทะนุถนอม บุญคุณต้องจดจำ ความสุขมิใช่ลูกหลานมีความสำเร็จ แต่เป็นการที่ยังจำพ่อแม่ได้
เพราะฉะนั้น ตราบใดที่ยังมีโอกาส จงใช้เวลาอยู่กับบิดามารดาให้มากขึ้น และต้องขอบคุณคนที่เคยช่วยเหลือเรา อย่าเก็บความรักที่ดีไว้สำหรับวันสุดท้าย และอย่าเก็บคำพูดที่สำคัญไว้ในใจจนไม่มีโอกาสได้พูด ชีวิตมีเพียงครั้งเดียว ความรักควรจริงใจ ความผูกพันควรรักษา การรู้จักกตัญญู รู้จักบุญคุณคน และรู้คุณค่าของเหตุการณ์ที่มีอยู่ คือคุณค่าที่มนุษย์ควรรักษาไว้ตลอดชีวิต

