หน้าแรก บทความ ดัชนีคุณภาพชี...

ดัชนีคุณภาพชีวิตคนไทย อัตราการพิการและฐานะเศรษฐกิจจังหวัด

17.09.26 | 13:02 น.

คุณภาพชีวิตประชาชนเป็นหนึ่งในเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนที่ยอมรับทั่วโลก หน่วยงานระดับพื้นที่ (จังหวัด) ก็ให้ความสนใจน้อมนำมาเป็นตัวชี้วัด ในเมืองไทยของเรามีความก้าวหน้าการจัดทำข้อมูลคุณภาพชีวิตโดยสำนักงานสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ร่วมกับส่วนราชการอื่นๆ พัฒนาดัชนี HAI (Human Advancement Index) หนึ่งในดัชนีวัดคืออัตราการพิการเป็นรายจังหวัด ได้จากสถิติจดทะเบียนผู้พิการทั่วประเทศ ข้อดีของข้อมูลชุดนี้คือสามารถวิเคราะห์เปรียบเทียบระหว่างจังหวัดและข้ามมิติเวลาสิบปี (2558-2567) ซึ่งน่าสนใจจึงทำงานวิจัยเล็กๆ พร้อมข้อสังเกตและวิจารณ์ตามสมควรโดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อการจัดสรรทรัพยากร (งบประมาณและกำลังคน) ลงพื้นที่จังหวัดที่ด้อยโอกาสหรือความเปราะบางสูง


องค์การสหประชาชาติภายใต้โครงการ UNDP ได้ริเริ่มพัฒนาดัชนีการพัฒนามนุษย์ตั้งแต่ปี ค.ศ.1990 เป็นต้นมา นักวิชาการที่ทำงานเบื้องหลังคือ Mahbub ul Haq และ Amartya Sen ต่อมาทุกประเทศได้น้อมนำแนวคิดนี้ไปเป็นดัชนีวัดการพัฒนา ช่วยให้มีข้อมูลเปรียบเทียบข้ามทวีป/ประเทศและข้ามกาลเวลา ในเมืองไทยของเรา สนง.สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเป็นแกนกลางจัดทำโดยประมวลข้อมูลจากส่วนราชการอื่นๆ และเปิดให้ประชาชนดาวน์โหลดมาวิเคราะห์ได้สะดวก ในที่นี้นำสถิติร้อยละคนพิการรายจังหวัดมาวิเคราะห์เปรียบเทียบ รูปภาพที่ 1 แสดงความสัมพันธ์ระหว่างอัตราการพิการและฐานะเศรษฐกิจจังหวัด (GPP per capita ค่าล้อก) ในปี 2567 พร้อมข้อสังเกตความสัมพันธ์ในทางลบ หมายถึงจังหวัดที่ฐานะเศรษฐกิจดี-อัตราการพิการมีแนวโน้มลดลง ค่าเฉลี่ยการพิการเท่ากับ 3.5 หมายถึง ในประชากร 1,000 คน มีผู้พิการ 35 คน โดยมีข้อสังเกตความแตกต่างระหว่างจังหวัด เส้นประ 2 เส้นประบนหมายถึงจังหวัดที่อัตราการพิการเกินกว่า 45 คนต่อพันคน โดยสังเกตว่า จังหวัดลำพูนอัตราพิการสูงสุด 60 คนต่อ
พันคน

เส้นประล่างหมายถึงจังหวัดที่อัตราการพิการต่ำ น้อยกว่า 30 คนในพันคน ตัวอย่างเช่น ภูเก็ต กรุงเทพมหานคร ระยอง

รูปภาพที่ 1 ภาพตัดขวางอัตราการพิการและฐานะเศรษฐกิจจังหวัด

Advertisement

เพื่อแสดงตัวอย่างเปรียบเทียบ ตารางที่ 1 เรียงลำดับจังหวัดตามอัตราการพิการ (น้อยไปมาก) และวัดอัตราการเปลี่ยนแปลงในรอบสิบปี พร้อมข้อสังเกตว่า อัตราการพิการเพิ่มขึ้นทุกจังหวัด เพียงแต่มากน้อยแตกต่างกัน และข้อสังเกตในกลุ่มบนที่อัตราการพิการสูงส่วนใหญ่ในภาคเหนือและภาคอีสานของเรา

ข้อสังเกตและวิจารณ์ หนึ่ง ในที่นี้เราไม่ได้พยายามจะค้นหาสาเหตุของอัตราการพิการ ซึ่งเข้าใจว่ามีผลงานวิจัยจำนวนมาก เพียงตั้งข้อสังเกตว่าฐานะเศรษฐกิจจังหวัดน่าจะเป็นสาเหตุหนึ่งที่ช่วยลดความเสี่ยงการพิการอาจจะเพราะการกินดีอยู่ดี ทำงานในที่ปลอดภัย หรืออื่นๆ สอง การศึกษาของผู้ปกครองเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ช่วยลดพฤติกรรมที่ลดความเสี่ยง เช่น การดูแลตนเองระหว่างตั้งครรภ์ สถิติการพิการจำแนกออกเป็น ก) พิการโดยแต่กำเนิด และ ข) พิการภายหลังส่วนใหญ่เกิดจากปัญหาสุขภาพเมื่อสูงวัย สาม ความจริงนักวิจัยต้องการค้นหาสถิติการทำงานของคนพิการด้วย อยากนำสถิติเปรียบเทียบเป็นรายจังหวัด ปัจจุบันทั่วโลกสนับสนุนให้นายจ้างงานจ้างคนพิการเข้าทำงานตามลักษณะงานที่เหมาะสม โดยรัฐบาลให้แรงจูงใจลดอัตราภาษีสำหรับสถานประกอบนิติบุคคลหากสืบค้นข้อมูลได้จะนำมาเผยแพร่ในโอกาสต่อไป สี่ ตามหลักอุดมคติการจัดสรรทรัพยากร (งบประมาณและกำลังคน) ควรดำเนินการตามนโยบายไม่ทอดทิ้งใครไว้ข้างหลัง-นักวิจัยได้เตรียมการสืบค้นข้อมูลจาก open government data เพื่อนำมาทดสอบข้อสันนิษฐานว่า จังหวัดที่เปราะบางหรือด้อยโอกาส (วัดจากดัชนี HAI) ได้รับการจัดสรรทรัพยากรของกรมที่มากกว่าจังหวัดมีปัญหาน้อย คณะกรรมาธิการงบประมาณและสมาชิกรัฐสภาคงจะให้ความสำคัญต่อการจัดสรรทรัพยากรภาครัฐ เมื่อได้รับข้อมูลแล้วจะนำมารายงานสาธารณะในโอกาสต่อไป

ดิเรก ปัทมสิริวัฒน์ อุมาพร บึงมุม
จุไรลักษณ์ เอี้ยวพันธ์ กุลธิดา สมศรี