ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ในรอบศตวรรษ คณะกรรมการรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพประจำปี 2026 ประกาศให้ผู้รับรางวัลคือ นาวี พิลไลย์ (Navi Pillay) ผู้พิพากษาศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ
สาเหตุมหาอำนาจแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตน ใช้กำลังข่มเหงประเทศที่อ่อนแอกว่า ละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ ส่งผลให้โลกย้อนกลับสู่ยุคกฎหมายป่าเถื่อน ผู้แข็งแกร่งเป็นฝ่ายกำหนดชะตาของผู้อ่อนแอ แม้แต่ศาลอาญาระหว่างประเทศ (ICC) ก็ยังเผชิญมาตรการคว่ำบาตรและแรงกดดัน การที่คณะกรรมการโนเบลมอบรางวัลสันติภาพในครั้งนี้ จึงเป็นการตอกย้ำความสำคัญของกฎหมายระหว่างประเทศ แต่คณะกรรมการไม่ได้แสดงจุดยืนสนับสนุน ICC และยังดูห่างเหินต่อข้อถกเถียงเรื่องการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในกาซา จึงเห็นว่า เมื่อเผชิญหน้ากับบางประเทศ คณะกรรมการก็ยังขาดความกล้าที่จะวิพากษ์
นาวี พิลไลย์ อายุ 85 ปี อดีตทนายความด้านสิทธิมนุษยชนชาวแอฟริกาใต้ อดีตข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ และอดีตผู้พิพากษาศาลอาญาระหว่างประเทศ ผู้ซึ่งได้รับการยกย่องเกี่ยวกับความพยายามในการส่งเสริมหลักนิติธรรมระหว่างประเทศและปกป้องสิทธิมนุษยชน ตลอดจนบทบาทสำคัญในการผลักดันให้มีการดำเนินคดีอาชญากรรมสงคราม อาชญากรรมต่อมนุษยชาติ และอาชญากรรมฆ่าล้างเผ่าพันธุ์
คณะกรรมการโนเบลนอร์เวย์ยกย่องว่า เธอเป็นผู้พิทักษ์หลักกฎหมายระหว่างประเทศ ผู้สร้างความหวังให้แก่ผู้ที่ผิดหวังกลับมามีความหวังบ้าง ขณะที่โลกกำลังโน้มเอียงไปสู่การเมืองแห่งอำนาจ
แถลงการณ์ของคณะกรรมการโนเบลยอมรับว่า “ระเบียบระหว่างประเทศบนพื้นฐานกติกาไม่เคยสมบูรณ์ และมหาอำนาจมักหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบในทางปฏิบัติ ผลของการนำกฎหมายระหว่างประเทศมาใช้ในแต่ละกรณีอาจแตกต่างกัน ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับว่าใครเป็นผู้เสียหายและใครเป็นผู้ถูกกล่าวหา
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ข้อกล่าวหาเกี่ยวกับอาชญากรรมสงครามที่สหรัฐ และพันธมิตรก่อขึ้นในอิรัก อัฟกานิสถาน และพื้นที่อื่น ไม่เคยนำขึ้นสู่การพิจารณาในศาลระหว่างประเทศ มีข้อวิจารณ์มาตลอดในประเด็นมุ่งดำเนินคดีกับประเทศเล็กในแอฟริกาหรือประเทศที่เป็นปฏิปักษ์กับชาติตะวันตก แต่กลับไม่เอาผิดประเทศค่ายตะวันตก และดูเหมือนว่าคณะกรรมการโนเบลตระหนักถึงข้อครหานี้ จึงยอมรับข้อจำกัดและความไม่สมบูรณ์ของระบบดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ระเบียบโลกที่ยึดถือกติกาย่อมดีกว่าระเบียบที่ตัดสินกันด้วยกำลังเพียงอย่างเดียว เช่นเดียวกับโลกที่มีกฎหมายระหว่างประเทศย่อมดีกว่าโลกที่ไร้กฎเกณฑ์ การพิจารณาคดีและการบังคับใช้กฎหมายระหว่างประเทศจึงต้องมีความเป็นธรรมมากยิ่งขึ้น ประเทศโลกใต้จำเป็นต้องร่วมมือกันอย่างเป็นเอกภาพ เพื่อผลักดันระบอบประชาธิปไตยในความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และต้องทำให้ระเบียบโลกบนพื้นฐานกติกามิใช่กลไกที่ให้ความสำคัญกับผลประโยชน์และจุดยืนของชาติตะวันตก
คณะกรรมการโนเบลระบุว่า โลกปัจจุบันเผชิญสงครามและความขัดแย้งอย่างต่อเนื่อง กฎหมายระหว่างประเทศจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อสันติภาพและความมั่นคง การมอบรางวัลครั้งนี้สามารถสื่อสารได้ว่า หากคณะกรรมการต้องการแสดงจุดยืนสนับสนุนสถาบันตุลาการระหว่างประเทศที่กำลังเผชิญการโจมตีจากมหาอำนาจ ก็สามารถมอบรางวัลให้แก่สถาบันเหล่านั้นได้เช่นกัน การที่ถ้อยแถลงไม่ได้แสดงการสนับสนุน ICC อย่างเปิดเผย ย่อมทำให้เกิดข้อสงสัยว่าคณะกรรมการกังวลว่าจะทำให้ทำเนียบขาวไม่พอใจ
ยิ่งไปกว่านั้น รายงานของคณะสอบสวนอิสระแห่งสหประชาชาติที่ “นาวี พิลไลย์” เป็นผู้นำ มีข้อสรุปว่าอิสราเอลก่อการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในกาซา แต่ประธานคณะกรรมการโนเบลกลับเลือกที่จะไม่แสดงจุดยืนเมื่อถูกถามถึงประเด็นนี้ในการแถลงข่าว ทั้งนี้ ถ้อยแถลงทั้งหมดก็มิได้กล่าวถึงกาซาแม้แต่น้อย กลับระบุถึงบทบาทของเธอในคดีที่เมียนมาถูกกล่าวหาว่าก่อการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์แทนการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ที่กาซา
คณะกรรมการระบุว่า “นาวี พิลไลย์” มีบทบาทสำคัญในการทำให้มั่นใจว่าอาชญากรรมสงครามและการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ต้องได้รับการดำเนินคดี แต่กลับไม่กล่าวถึงข้อวินิจฉัยของเธอเกี่ยวกับสถานการณ์ในกาซา จึงชวนให้คิดว่าคณะกรรมการเลือกพูดเฉพาะประเด็นที่สะดวก และหลีกเลี่ยงปัญหาที่ละเอียดอ่อนทางการเมือง สะท้อนว่าความกล้าหาญทางการเมืองของคณะกรรมการรางวัลโนเบลมีขีดจำกัดอยู่ไม่น้อย
ศ.ชยานันต์ ศุกลวณิช



