หน้าแรก บทความ สะพานแห่งกาลเ...

สะพานแห่งกาลเวลา : แผนจีนเยือนดวงจันทร์

8.11.26 | 12:17 น.
สะพานแห่งกาลเวลา : แผนจีนเยือนดวงจันทร์ องค์การบริหารการบิน
เป้าหมายทั้งของจีนและสหรัฐอเมริกาก็คือการสร้างฐานที่มั่นขึ้นบนดวงจันทร์-นาซา NASA

ในที่สุด องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ (นาซา) ของสหรัฐอเมริกา ก็มีโอกาสจะพ่ายแพ้ครั้งใหญ่ในด้านการสำรวจอวกาศ เพราะในเวลานี้ ทางการจีนกำลังเตรียมการที่จะส่งมนุษย์ไปลงยังดวงจันทร์ให้ได้ก่อนที่จะถึงปี 2030 หรือในอีกไม่กี่ปีข้างหน้านี้

แผนปฏิบัติการหรือโรดแมป สำหรับไปดวงจันทร์ของจีนจะเริ่มต้นอย่างจริงจังในอีกไม่กี่ปีข้างหน้านี้แล้ว โดยแผนปฏิบัติการดังกล่าวมีการเปิดเผยไว้ในระหว่างการสัมมนาว่าด้วยการส่งมนุษย์สู่อวกาศครั้งที่ 7 ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 31 ตุลาคม เรื่อยไปจนถึงวันที่ 1 พฤศจิกายน ที่กรุงปักกิ่ง โดยแผนดังกล่าวจะประกอบด้วยภารกิจสำรวจดวงจันทร์ 4 ครั้ง ปิดท้ายด้วยการลงไปสำรวจผิวพื้นดวงจันทร์ก่อนปี 2030 หรือในอีกแค่ 4 ปีข้างหน้านี้เอง


สำนักงานสำรวจอวกาศด้วยมนุษย์ (China Manned Space Agency-CNS) ตั้งความหวังว่ากำหนดการดังกล่าวนี้จะสร้างแรงกดดันให้กับสหรัฐอเมริกา ที่มีเป้าหมายจะส่งนักบินอวกาศไปลงบนดวงจันทร์ให้ได้อีกครั้งในปี 2028 ด้วยโครงการอวกาศที่เรียกกันว่า “อาร์เทมิส” (Artemis)

จีนจะเริ่มต้นภารกิจท้าทายของตนทั้ง 4 ภารกิจด้วยภารกิจแรกในปี 2027 โดยจะเป็นการส่งยานอวกาศ “เหมิงโจว” ด้วยจรวดส่งใหม่ “ลองมาร์ช 10A” ไปสู่วงโคจรระดับต่ำเพื่อเป็นการทดสอบ “เหมิงโจว” ที่มีความหมายว่า “เรือในฝัน” (Dream Vessel) จะติดตั้งแคปซูลสำหรับนักบินอวกาศ ที่เตรียมการไว้สำหรับนำนักบินอวกาศจีนสู่วงโคจรรอบดวงจันทร์

หลังจากนั้นก็จะมีภารกิจลำดับที่สองถัดมา ซึ่งจะใช้ชุดอุปกรณ์ชุดใหม่ทั้งหมด รวมถึงจรวดลองมาร์ช 10 ใหม่ที่ทรงพลังมากกว่าเดิม พร้อมกับ “ลานอวี่” (Lanyue) ยานเล็กสำหรับร่อนลงบนดวงจันทร์ ที่มีความหมายของชื่อว่า “โอบกอดดวงจันทร์” จรวดใหม่จะส่งยานสำรวจพื้นผิวดวงจันทร์ไปโคจรอยู่รอบๆ ดาวบริวารของโลกนี้ และถ้าหากทุกอย่างเป็นไปด้วยดีตามแผนก็จะปล่อยให้ลานอวี่ลงจอดแล้วทดลองบินขึ้นเพื่อกลับยานแม่อีกครั้ง

Advertisement

ภารกิจลำดับที่สาม ซึ่งจะมีขึ้นในปี 2029 จะยังเป็นการทดสอบการลงจอดของลานอวี่ที่ไม่มีมนุษย์อวกาศ แต่เป็นการทดลองยิงจรวดลองมาร์ชทีเดียว 2 ลำพร้อมกัน ลำแรกสำหรับส่งยานเหมิงโจว ส่วนอีกลำสำหรับลานอวี่ กำหนดให้ยานทั้งสองโคจรไปเจอกันในวงโคจรรอบดวงจันทร์เพื่อฝึกซ้อมการเข้าเทียบท่าในห้วงอวกาศ หลังจากนั้นก็จะปล่อยลานอวี่ลงสู่พื้นผิวดวงจันทร์

ทั้งหมดเป็นการเตรียมการไว้สำหรับภารกิจลำดับที่สี่ซึ่งจะเป็นปฏิบัติการจริง โดยจะใช้จรวดลองมาร์ช 10 สองลำเหมือนกัน ลำหนึ่งสำหรับส่ง “เหมิงโจว” ที่มีนักบินอวกาศอยู่ด้วยขึ้นสู่ห้วงอวกาศ อีกลำเป็นไปเพื่อส่งลานอวี่ที่จะไม่มีนักบินอยู่ภายใน ขึ้นสู่ห้วงอวกาศก่อนปี 2030 ยานทั้งสองจะเชื่อมต่อเข้าด้วยกันในวงโคจรรอบดวงจันทร์ เพื่อให้นักบินอวกาศย้ายจากยานเหมิงโจวไปยังลานอวี่ สำหรับการลงสำรวจพื้นผิวดวงจันทร์ครั้งประวัติศาสตร์

จีนกำหนดให้มีนักบินอวกาศขึ้นไปกับเหมิงโจว 3 นาย โดยที่ 2 คนในจำนวนนี้จะถูกกำหนดให้เป็นคนเคลื่อนย้ายมาสู่ลานอวี่ แล้วเดินทางลงสู่พื้นผิวดวงจันทร์ โดยกำหนดให้ใช้เวลาอยู่บนดวงจันทร์รวม 3 วัน แต่ละวันต้องออกปฏิบัติการ “มูน วอล์ก” ทุกวัน

ผู้รู้ในแวดวงสำรวจอวกาศชี้ว่า กำหนดการทั้งหมดเหล่านี้ ถูกคัดสรรมาอย่างพิถีพิถัน โดยที่ปี 2029 ตรงกับวาระครบรอบ 80 ปีของรัฐบาลจีนชุดปัจจุบันนี้ซึ่งจะกลายเป็นแรงจูงใจมหาศาลให้ภารกิจนี้ประสบความสำเร็จ และในเวลาเดียวกันก็จะมีเวลามากพอให้การเตรียมการทางเทคนิค สำหรับภารกิจ คือ จรวดลองมาร์ช 10ตระกูลใหม่, ยานเหมิงโจว และลานอวี่ ให้ครบถ้วน นอกจากนั้น การเลือกกำหนดปี 2029 ไว้เป็นครั้งแรกก็เป็นการเผื่อเหลือเผื่อขาดในกรณีที่อาจเกิดการล้มเหลวขึ้นมา จีนก็ยังสามารถทำได้ “ก่อนปี 2030” ตามที่ประกาศไว้อยู่ดี

หันมาดูคู่แข่งอย่างนาซาบ้าง โครงการอวกาศล่าสุดของสหรัฐอเมริกาประสบความสำเร็จในการส่งนักบินอวกาศไปโคจรรอบดวงจันทร์มาแล้ว ตั้งแต่เมื่อเดือนเมษายนปีที่แล้วด้วยภารกิจ “อาร์เทมิส 2” นั่นเอง นาซาเตรียมการส่งอาร์เทมิส 3 อยู่ในเวลานี้ เป้าหมายเพื่อขึ้นไปสู่ “แอลอีโอ” พร้อมมนุษย์อวกาศ จากนั้นก็ทดสอบการเชื่อมต่อเข้าด้วยกันระหว่างแคปซูล โอไรออนกับยานอาร์เทมิส พร้อมนักบินอวกาศลำหนึ่ง

ยานอาร์เทมิสและแคปซูล โอไรออนนี้ เป็นโครงการทำงานร่วมกับเอกชนคือ บริษัท สตาร์ชิป ของสเปซเอ็กซ์ กับโครงการ “บลูมูน” ของบริษัท บลู ออริจิน อาร์เทมิส 3 กำลังเป็นไปด้วยดีและมีกำหนดจะขึ้นสู่ห้วงอวกาศในราวหน้าร้อนของปี 2027 แต่ยังไม่มีการรับประกันว่าทุกอย่างจะเป็นไปตามตารางเวลาที่กำหนดไว้แบบเป๊ะๆ หรือไม่ เนื่องจากทั้งสองบริษัทยังมีข้อกำหนดบางประการที่ต้องปฏิบัติให้บรรลุผลให้ได้เสียก่อน

ตัวอย่างเช่น สตาร์ชิปเพิ่งส่งยานขึ้นสู่วงโคจรรอบโลกได้เป็นครั้งแรกเมื่อ 28 กันยายนที่ผ่านมานี้เท่านั้นเองและยังไม่สามารถสาธิตวิธีการเติมเชื้อเพลิงขณะอยู่นอกโลกให้ประจักษ์ได้อีกด้วย เนื่องจากวิธีการนี้จะเป็นส่วนสำคัญสำหรับภารกิจใดๆ ของสตาร์ชิปที่จะต้องหลุดออกไปจากวงโคจรรอบโลกในอนาคต ส่วนโครงการบลูมูนนั้นยังไปไม่ถึงไหน กล่าวคือยังไม่ได้ขึ้นจากพื้นโลกเลยด้วยซ้ำไป ทั้งๆ ที่ยานสำรวจพื้นผิว “บลู ออริจิน แลนเดอร์” มีกำหนดจะถูกส่งขึ้นสู่ห้วงอวกาศเป็นครั้งแรกในฤดูใบไม้ผลิปีหน้านี้แล้วก็ตาม

ถ้าหากอาร์เทมิส 3 เป็นไปด้วยดีทุกอย่าง นาซาก็จะเปิดทางให้เริ่มเตรียมการสำหรับโครงการอาร์เทมิส 4 ซึ่งมีกำหนดจะส่งนักบินอวกาศไปลงบนดวงจันทร์บริเวณขั้วใต้ของดวงจันทร์ โดยอาศัยยานสำรวจพื้นผิวของสตาร์ชิป หรือไม่ก็บลูมูน ภายในต้นปี 2028

โดยหวังจะเอาชนะจีนด้วยการส่งมนุษย์ไปลงบนดวงจันทร์ก่อน เหมือนอย่างที่เคยทำได้ในอดีตกับโครงการอะพอลโล เมื่อปี 1972

โครงการสำรวจดวงจันทร์ยุคใหม่จะไม่ยุติลงแค่นั้น เพราะทั้งจีนและนาซาตั้งเป้าไว้ว่าจะเริ่มก่อสร้างฐานที่มั่นบนดวงจันทร์ขึ้นมาให้แล้วเสร็จให้ได้ภายใน 10 ปีข้างหน้า โดยหวังว่าจะสามารถจับจองพื้นที่ที่ดีที่สุดเท่าที่มีอยู่ได้ก่อนใคร

ฟังดูราวกับว่าเรากำลังย้อนเวลากลับไปสู่ยุคคาวบอยตะวันตกยังไงยังงั้น!