หน้าแรก ในประเทศ ศาสนา เรียนไทยได้จี...

เรียนไทยได้จีน : นิทานสุภาษิตจีน (120) 成语故事 (一百二十)

21.07.18 | 13:03 น.
(ที่มาภาพ https://image.baidu.com/search)

นิทานสุภาษิตจีนที่ “เรียนไทยได้จีน” จะนำเสนอในฉบับนี้คือ 江郎才尽/江郎才盡 Jiānɡ Lánɡ cái jìn (เจียง หลาง ไฉ จิ้น) โดย คำว่า 江郎 Jiānɡ Lánɡ (เจียงหลาง) แปลว่า ชื่อคน (ชื่อเจียงหลาง) 才cái (ฉาย) แปลว่า ความสามารถ 尽/盡 jìn (จิ้น) แปลว่า หมดสิ้น เมื่อนำมารวมกันแปลว่า เจียงหลางหมดสิ้นความสามารถ หมดปัญญาของเจียงหลาง เป็นสุภาษิตที่เปรียบเปรยกับคนบางคนที่มีความรู้หรือความสามารถสูง แต่ถ้าไม่ฝึกฝน ไม่หมั่นหาความรู้เสริมเป็นประจำ นานวันไปก็จะย่ำแย่ หรือไม่เกิดการพัฒนา รายละเอียดดูตัวอย่างจากนิทานสุภาษิตนี้

ประเทศจีนในยุคราชวงศ์ใต้ 南朝 Náncháo (หนานเฉา) ประมาณปี ค.ศ.ที่ 440 มีขุนนางราชสำนักคนหนึ่ง นามว่าเจียงหลาง 江郎 ตั้งแต่เล็ก เป็นคนฉลาด มีความสามารถในการเรียนรู้สูง มีความสามารถในการเขียนบทกลอนบทกวี จนเมื่อเติบโต สอบเข้ารับราชการได้ ด้วยความสามารถทางด้านวรรณศิลป์ของเขา ทำให้หน้าที่การงานของเขาเจริญก้าวหน้า เขารับราชการอย่างยาวนานตลอดสามรัชสมัย แต่เมื่อเข้าสู่ยามสูงวัย สายตาเริ่มพร่ามัว สมองก็เริ่มไม่แจ่มใส ความสามารถ ในการร้อยเรียงเขียนคำกลอน หรือบทความราชการต่างๆ ก็เริ่มถดถอย งานที่เขียนออกมาก็ไร้ชีวิตชีวา

คนที่ติดตามผลงานของเจียงหลางเริ่มรู้สึกไม่ชอบในบทความบทกวีที่เจียงหลางเขียน เพราะเนื้อหาและความมีเสน่ห์ของบทกวีที่เคยมีในอดีตนั้น มันได้จางหายไป แม้แต่ทางราชสำนักก็ไม่ต้องการใช้งานเจียงหลางอีก มีผู้ออกมาพูดถึงสาเหตุต่างๆ มากมาย บ้างก็ว่าวันหนึ่งเจียงหลางล่องเรือท่องเที่ยวไปถึงวัดริมแม่น้ำแห่งหนึ่ง แล้วทอดสมอเรือพักผ่อน เผลอหลับไปนาน ในความฝันนั้น เจียงหลางได้เห็นชายชราคนหนึ่งมาทวงพู่กันของเขาคืน เจียงหลางก็ล้วงเอาพู่กันนั้นจากอกเสื้อคืนชายชราคนนั้นไป หลังจากเจียงหลางตื่นขึ้นมาก็ไม่ได้ติดใจอะไร แต่หลังจากนั้น นับวันงานเขียนของเขาก็จะแย่ลงเรื่อยๆ นอกจากนี้ยังมีคำร่ำลือ หรือเรื่องเล่าของเขาอีกมากมาย แต่ใครเลยจะรู้ความจริง ความจริงที่เจียงหลางเขียนบทความหรือบทกวีได้ย่ำแย่ลงทุกวันนั้น เป็นเพราะหลังจากตำแหน่งหน้าที่การงานของเขาก้าวหน้า มีลูกน้องคอยรับใช้เขา การเขียนโองการต่างๆ ก็มีคนคอยช่วยร่างช่วยเขียนให้ เขาจึงไม่ค่อยได้เขียนด้วยตนเอง และเมื่อตำแหน่งหน้าที่ใหญ่โต งานบริหารก็ตามมามากมาย ทำให้ไม่มีเวลาในการฝึกฝนทักษะการเขียน เมื่อนานวันเข้า สาเหตุเหล่านี้ก็รวมกันส่งผลให้เขาเขียนบทกลอนบทกวีไม่ได้ดีเหมือนในอดีต

ข้อคิดจากประโยคสุภาษิตนี้

成语比喻:人的文采思情衰退。

Advertisement

成語比喻:人的文采思情衰退。

Chénɡyǔ bǐyù:Rén de wéncǎi sīqínɡ shuāituì.

เฉิงยหวี่ ปี่ยวี่ : เหริน เตอะ เหวินฉาย ซือฉิง ซฺวายทุ่ย.

สุภาษิตเปรียบว่า ความคิดความสามารถด้านวรรณกรรมของคนลดลง

ประโยคตัวอย่างที่ใช้สำนวนสุภาษิตนี้ เช่น

写文章,如果不持续努力,即使是有点天份,也会江郎才尽。

寫文章,如果不持續努力,即使是有點天份,也會江郎才盡。

Xiě wénzhānɡ, rúɡuǒ bù chíxù nǔlì, jíshǐ shì yǒudiǎn tiān fèn, yě huì Jiānɡ Lánɡcái jìn.

เสี่ย เหวินจาง, หรูกั่ว ปู้ ฉือซวี่ หนู่ลี่, จี๋ฉื่อ ฉื้อ โหยวเตี่ยน เทียน เฟิ่น, เหย่ หุ้ย เจียงหลาง ฉาย จิ้น.

การเขียนบทความนั้น ถ้าไม่ตั้งใจฝึกฝนเป็นประจำ แม้ว่าจะมีพรสวรรค์ก็ตาม ก็จะมีวันถดถอยได้

ศูนย์ภาษาและวัฒนธรรมจีนสิรินธร
มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง