คลิกอ่าน พระเจ้าอโศก ไม่เคยส่งพระสงฆ์ไปสุวรรณภูมิ
พระเจ้าอโศกส่งพระสงฆ์ 2 รูป ไปเผยแผ่ศาสนาพุทธที่สุวรรณภูมิ มีบอกในตำนานมหาวงศ์ แต่ไม่มีในจารึกพระเจ้าอโศก (เหมือนส่งพระสงฆ์ไปบ้านเมืองดินแดนอื่นๆ)
นักวิชาการประวัติศาสตร์โบราณคดี ในกรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม และมหาวิทยาลัยต่างๆ อ้างตำนานมหาวงศ์ (พงศาวดารลังกา) อย่างเต็มปากเต็มคำและเต็มภาคภูมิ พากันเผยแพร่ข้อมูลความรู้เหล่านี้เป็นตำราอย่างลงหลักปักฐานทั่วประเทศ ทั้งๆ ไม่พบหลักฐานสนับสนุนทางโบราณคดีร่วมสมัยพระเจ้าอโศก ไม่ว่าจารึกหรือโบราณวัตถุสถานในอินเดีย, ในไทย, และเพื่อนบ้านโดยรอบไทยในสุวรรณภูมิ
ตำนานนิทาน สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงใช้เป็นหลักเรียบเรียงประวัติศาสตร์ไทย เรื่องพระเจ้าอู่ทองพาไพร่พลหนีโรคห่าจากเมืองอู่ทอง สุพรรณบุรี ไปสร้างกรุงศรีอยุธยา โดยไม่พบหลักฐานสนับสนุนทางโบราณคดี
สุโขทัยราชธานีแห่งแรกของไทย, พ่อขุนรามคำแหงไปเมืองจีน 2 ครั้ง (ไม่ครั้งเดียว) ได้ช่างทำเครื่องสังคโลก, นางนพมาศ สนมพระร่วงประดิษฐ์กระทง ลอยกระทงเดือนสิบสอง ฯลฯ ล้วนได้จากตำนานและนิทาน ไม่พบหลักฐานสนับสนุนทางโบราณคดี
เหล่านั้นนักโบราณคดีไทยไม่เคยแสดงอาการเชิงดูถูกว่าเชื่อถือไม่ได้ แล้วไม่เคยชี้แจงต่อสังคมว่าไม่ควรเชื่อถือ
แต่นักโบราณคดีไทยมักแสดงออกเชิงดูถูกชิงชังรังเกียจเหยียดหยามนักค้นคว้า นักวิชาการ (ฝ่ายตรงข้าม) ที่ใช้ตำนาน (และวรรณกรรมต่างๆ) สนับสนุนประกอบหลักฐานโบราณคดี (ไม่ใช่หลักฐานเอกในการกำหนดอายุต่างๆ) เพื่ออธิบายประวัติศาสตร์สังคมและวัฒนธรรม
อย่างนี้ใช่ไหมที่ในโลกเรียก “สองมาตรฐาน” หรือ “ไร้มาตรฐาน”?
ผี-พุทธ-พราหมณ์
ก่อนอินเดีย ในอุษาคเนย์นับถือศาสนาผี
หลังอินเดีย ศาสนาผี, พุทธ, พราหมณ์ ปนเปกันในอุษาคเนย์
ถ้านักโบราณคดีไทยไม่ให้ความสำคัญศาสนาผี ย่อมไม่เข้าใจความเชื่อเรื่องขวัญ ที่สำคัญมากๆ ต่อคนในอุษาคเนย์
ฉะนั้น คำอธิบายทั้งหลายเกี่ยวกับยุคก่อนประวัติศาสตร์ก็คลาดเคลื่อน เพราะเอาความเชื่อพุทธไปอธิบายผี ครั้นยุคประวัติศาสตร์ก็ตัดผีออกไป ทั้งๆ ในพุทธกับพราหมณ์มีผีเป็นแกนหลัก

