เป็นเรื่องที่น่ายินดีกับผลประเมินสมรรถนะนักเรียนมาตรฐานสากล (PISA) ปี 2025 ขององค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) นักเรียนไทยมีคะแนนดีขึ้นในทุกด้าน
คะแนนเฉลี่ยด้านวิทยาศาสตร์ 432 คะแนน เพิ่มขึ้น 23 คะแนน จากรอบก่อนปี 2022 คณิตศาสตร์ 407 คะแนน เพิ่มขึ้น 13 คะแนน การอ่าน 392 คะแนน เพิ่มขึ้น 13 คะแนน และการแก้ปัญหาเชิงคำนวณ ที่ประเมินเป็นครั้งแรก 476 คะแนน
ภาพรวมผลคะแนนครั้งนี้ส่งผลให้ประเทศไทยขยับจากอันดับ 58 มาอยู่ที่อันดับ 53 ของโลก
การประเมิน PISA มีขึ้นทุก 3 ปี รอบนี้มีนักเรียนอายุ 15 ปี จากทั่วโลกเข้าร่วมประเมิน 760,000 คน
เป้าหมายหลักของ OECE เพื่อประเมินคุณภาพระบบการศึกษา ในการเตรียมความพร้อมให้เยาวชนมีความรู้ ทักษะและสมรรถนะพื้นฐานที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตในโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
การประเมินจึงมุ่งวัดความสามารถของนักเรียนในการประยุกต์ใช้ความรู้และทักษะในชีวิตจริงมากกว่า การวัดผลการเรียนรู้ตามหลักสูตร
โดย OECD ถือว่าคุณภาพของการศึกษาเป็นตัวชี้วัดศักยภาพของการพัฒนาทางเศรษฐกิจในอนาคต
ผลคะแนนของเด็กไทยที่เพิ่มขึ้นในครั้งนี้ เป็นครั้งแรกในรอบกว่า 20 ปี แน่นอนว่าไม่ใช่โจทย์ง่ายของการศึกษาไทย
เพราะผลการประเมิน PISA ที่ผ่านมา เด็กไทยได้คะแนนลดลงอย่างต่อเนื่อง
เป็นภาพสะท้อนถึงคุณภาพการศึกษาที่ลดลง
น่าสนใจว่าอะไรคือปัจจัยความสำเร็จ ที่ทำให้ผลคะแนน PISA ดีขึ้นอย่างก้าวกระโดด
จากข้อมูลของสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) พบว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) ปี 2562 ได้แต่งตั้งคณะกรรมการ PISA แห่งชาติ มีรัฐมนตรีว่าการ ศธ.เป็นประธาน
เพื่อให้การดำเนินงานในการกำหนดทิศทางและการขับเคลื่อนการพัฒนาการศึกษาของประเทศเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและบรรลุเป้าหมาย
เมื่อเดือน ธ.ค.ปี 2566 ที่พบว่าคะแนน PISA ลดต่ำลงที่สุดเมื่อเทียบกับ 7 ครั้งที่ผ่านมา พลตำรวจเอก เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการ ศธ. ในขณะนั้น ได้จัดให้มีการประชุมระดมหาแนวทางการยกระดับคุณภาพการศึกษาไทย
จากนั้น 21 ก.พ.2567 คณะกรรมการ PISA แห่งชาติได้แต่งตั้งคณะทำงานขับเคลื่อนเพื่อยกระดับผลการประเมิน PISA โดยมี ดร.ธงชัย ชิวปรีชา เป็นประธานคณะทำงาน เพื่อจัดทำแผนการขับเคลื่อนที่บูรณาการจากทุกหน่วยงาน
อย่างเช่น การพัฒนาสื่อและจัดอบรมพัฒนาผู้บริหารการศึกษา ผู้บริหารสถานศึกษา ศึกษานิเทศก์ และครู ให้สามารถนำสื่อและกิจกรรมต่างๆ ไปใช้พัฒนานักเรียนในห้องเรียนในปีการศึกษา 2567
โดยนำร่องใช้กับนักเรียนชั้น ม.2 และ 3 ทุกคนทุกสังกัด ราว 1 ล้านคน เน้นการพัฒนาให้มีสมรรถนะด้านการคิดวิเคราะห์สูงขึ้น
ขณะเดียวกันยังเดินหน้าปรับปรุงคุณภาพการเรียนการสอน จัดทำคู่มือการจัดการเรียนรู้ให้มีมาตรฐานร่วมกัน เปิดโอกาสให้สถานศึกษาปรับใช้ตามบริบทของพื้นที่
การขับเคลื่อนในเรื่องนี้มีการเชื่อมประสานมาจนถึงยุคของ ประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการ ศธ. คนปัจจุบัน
แน่นอนว่าผลประเมิน PISA ในรอบนี้ ถือเป็นสัญญาณดีของการยกระดับคุณภาพการศึกษา
โจทย์ที่ท้าทายจากนี้คือการยกระดับผลคะแนนให้ดีขึ้นกว่าเดิม
มีเป้าหมายสูงสุดให้เทียบเท่าหรือสูงกว่าค่าเฉลี่ย OECD



