ยายวัย 78 ถือร่มกันแดด นั่งรอลง ‘เราชนะ’ บนซาเล้ง บอกรู้ว่าได้เงินรบ. แต่ไม่รู้เงินอะไร

นับพันแน่นกรุงไทยสาขาชัยภูมิ ลง ‘เราชนะ’ ยายวัย 78 ถือร่มรอบนซาเล้ง ยังไม่รู้ได้สิทธิอะไรจากรัฐ ญาติบอกให้มา

เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นวันที่ ธนาคารกรุงไทย เปิดให้ลงทะเบียนเราชนะ สำหรับกลุ่มผู้ไม่มีสมาร์ทโฟน กลุ่มผู้สูงอายุ ทั่วประเทศ ทำให้ประชาชนแต่ละพื้นที่ ไปรอคิวตั้งแต่ช่วงเช้า

ผู้สูงอายุเชียงใหม่ โอด ยุ่งยาก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่หน้าธนาคารกรุงไทย สาขาข่วงสิงห์ ต.ช้างเผือก อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ ชาวบ้านจำนวนมาเดินทางมาเพื่อลงทะเบียนโครงการเราชนะ ตั้งแต่ธนาคารยังไม่เปิดทำการ ซึ่งวันนี้เป็นวันแรกที่รัฐบาลเปิดให้กลุ่มที่ไม่มีสมาร์ทโฟนมาลงทะเบียน โดยใช้บัตรประชาชนที่เป็นแบบสมาร์ทการ์ด โดยมีเจ้าหน้าที่ธนาคารออกมาแจกบัตรคิวให้กับชาวบ้านที่มาลงทะเบียนโครงการเราชนะ ก่อนจะแจ้งให้ทุกคนนั่งรอเพื่อเรียกคิวเข้าไปที่ละคน เนื่องจากธนาคารยังต้องเปิดให้บริการทำธุรกรรมกับลูกค้าทั่วไป จึงต้องจำกัดจำนวนผู้เข้าไปใช้บริการ เพื่อลดความแออัดป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด 19

โดยเจ้าหน้าที่ธนาคารประชาสัมพันธ์เพิ่มเติมว่า ยังมีจุดให้บริการลงทะเบียนโครงการเราชนะโดยเฉพาะอีกหลายจุด เช่น ธนาคารกรุงไทย สาขาสันป่าข่อย ถ.เจริญเมือง อำเภอเมืองเชียงใหม่ และเทศบาล ต.สันผีเสื้อ ที่เปิดให้บริการลงทะเบียนโครงการเราชนะสำหรับกลุ่มที่ไม่มีสมาร์ทโฟนโดยเฉพาะ ทำให้ชาวบ้านบางรายทยอยกลับไป เพราะไม่อยากรอคิวนาน

หญิงรายหนึ่งอายุ 45 ปี กล่าวว่า เดินทางมาดูลาดเลาก่อนตัดสินใจว่าจะพาแม่วัยชรา อายุเกือบ 70 ปี ซึ่งป่วยเป็นโรคหัวใจและเบาหวานจนเดินไม่ไหว มาลงทะเบียนและยืนยันตัวตนที่ธนาคารดีหรือไม่ แต่เมื่อเห็นมีคนมาลงทะเบียนจำนวนมาก ก็กังวลว่าหากพาแม่มา จะสุ่มเสี่ยงติดไวรัสโควิด-19 ยอมรับว่า วิธีการลงทะเบียนโครงการเราชนะ ค่อนข้างยุ่งยากสำหรับกลุ่มประชาชนที่ไม่มีสมาร์ทโฟน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ

ด้านนายช่าง แซ่ยาง อายุ 58 ปี ซึ่งพาพ่ออายุ 80 ปี และแม่อายุ 75 ปี มารอเข้าโครงการฯ กล่าวว่า มีภูมิลำเนาอยู่ที่บ้านหนองหอยมา ต.โป่งแยง อ.แม่ริม แต่ลงมาเช่าบ้านอยู่ในตัว อ.แม่รอม ที่บ้านมีกันทั้งหมด 5 คน โดยตนเองมีอาชีพขายกระเป๋าและเสื้อผ้าให้กับนักท่องเที่ยว แต่ช่วงที่โควิด-19 แพร่ระบาดไม่มีนักท่องเที่ยวทำให้ขายสินค้าไม่ได้ ครอบครัวจึงลำบากมาก โดยตนเองลงทะเบียนโครงการเราชนะแล้ว แต่ไม่ได้รับสิทธิ์เนื่องจากถูกตรวจสอบพบว่ามีเงินได้เกิน 3 แสนบาท แต่เงินจำนวนดังกล่าวเป็นเงินหมุนเวียนจากการขายสินค้า ซึ่งปัจจุบันบัญชีนี้เหลือเงินติดตัวเพียง 2 พันบาทเท่านั้น จึงเหลือพ่อกับแม่วัยชราที่ยังมีสิทธิ์ แต่ทั้งสองคนไม่มีสมาร์ทโฟน จึงต้องพามาลงทะเบียนที่ธนาคาร หากได้รับสิทธิ์พ่อแม่ก็จะมีเงินไว้ใช้จ่ายซื้อข้าวปลาอาหาร เพราะทั้งสองคนไม่ได้ทำงานแล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า จากการสังเกตชาวบ้านที่มาลงทะเบียนโครงการเราชนะ ในวันนี้ ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มผู้สูงอายุที่ไม่มีสมาร์ทโฟน ใช้โทรศัพท์แบบธรรมดา จึงไม่สามารถลงทะเบียนได้

ตราดพร้อมบริการนอกสถานที่

ขณะที่จ.ตราด ที่บริเวณหน้าธนาคารกรุงไทย ทั้ง 2 สาขาในตัวเมืองตราด ทั้งสาขาตราด และ สาขาหน้าสหกรณ์ร้านค้าจังหวัดตราด ต่างมีประชาชนมารอคิวตั้งแต่เช้า ตั้งแต่ธนาคารยังไม่เปิดทำการ ทำให้เกิดการแออัด จนต้องมีการจัดระเบียบต่อแถวตามลำดับคิว โดยผู้ที่มารอคิวส่วนใหญ่จะเป็นผู้สูงอายุ ที่มักไม่ค่อยมีความรู้ในการใช้โทรศัพท์สมาร์ทโฟน และไม่มีโทรศัพท์สมาร์ทโฟนใช้ และเมื่อถึงเวลาเปิดทำการของธนาคาร ทำให้เจ้าหน้าที่ของธนาคารต้องออกมาจัดระเบียบ ในการเข้าใช้บริการของประชาชนชาวตราดที่มารอคิว ทำให้ค่อนข้างวุ่นวายเล็กน้อย

นางอำไพ ขำอุทก ชาวบ้านที่มาใช้สิทธิ์ บอกว่า วันนี้มาเพื่อยืนยันสิทธิเนื่องจากตนเองไม่มีโทรศัพท์สมาร์ทโฟน โทรศัพท์ไม่มีกระเป๋าตัง

นางสงกรานต์ ผาสุก อายุ 78 ปี ที่นั่งกางร่มรออยู่บนรถซาเล้ง บอกว่า เดินทางมาตั้งแต่ 7.00 น. เพื่อมายืนยันสิทธิ ซึ่งก็ยังไม่รู้ว่าตนเองได้รับสิทธิอะไร รู้แต่ว่าจะได้รับเงินจากรัฐบาล โดยมากับญาติให้ญาติเข้าไปทำธุรกรรมในธนาคารก่อน

นางน้ำ พึ่งแสง เปิดเผยว่ามารอตั้งแต่เช้าเพื่อยืนยันตัวตนหลังได้รับสิทธิ์เงินเยียวยาจำนวน 7,000 บาท ซึ่งมาแต่เช้าและก็ได้คิวแล้ว แต่ยังไม่ได้เข้าไปทำธุรกรรมยังรอคิวอยู่

ด้าน นาย พงศกร รอดนิมิต ผู้จัดการอาวุธโส สาขาตราด กล่าวว่า วันนี้เป็นวันแรกที่ธนาคารกรุงไทยเปิดให้บริการสำหรับประชาชนได้ยืนยันตัวตนลงทะเบียน สำหรับกลุ่มที่ไม่มีสมาร์ทโฟน ซึ่งเปิดให้บริการตั้งแต่วันที่ 15 – 25 กุมภาพันธ์ 2564 ซึ่งประชาชนสามารถมาลงทะเบียนวันไหนก็ได้ ไม่จำเป็นจะต้องมาวันแรก ซึ่งที่สังเกตวันนี้มีประชาชนเดินทางมาลงทะเบียนจำนวนมากและมากในทุกๆ จุด ทำให้เกิดการแออัดและประชาชนก็ไม่ได้รับความสะดวกในการให้บริการเท่าที่ควร

โดยธนาคารกรุงไทยสาขาตราด จะทำการเพิ่มจุดรับลงทะเบียนให้บริการนอกสถานที่ ในวันที่ 16-17 กุมภาพันธ์ เพื่อลดการแออัด และเพิ่มความสะดวกรวดเร็วให้กับประชาชนที่มาใช้บริการ โดยจะเปิดจุดรับลงทะเบียนที่สำนักงานคลังจังหวัดตราด ตั้งอยู่ที่ ศาลากลางจังหวัดตราด ซึ่งประชาชนที่จะมาลงทะเบียนยืนยันตัวตนในโครงการ “เราชนะ” สามารถเดินทางไปลงทะเบียนที่คลังจังหวัดตราดได้อีกหนึ่งแห่ง

สำหรับเอกสารที่ต้องนำมาในการลงทะเบียนยืนยันตัวตน คือ บัตรประชาชนที่ยังไม่หมดอายุและมีชิพการ์ด และตัวเจ้าของบัตรต้องมาลงทะเบียนด้วยตนเอง ซึ่งประชาชนสามารถมาลงทะเบียนวันไหนก็ได้คือตั้งแต่ วันที่ 15 – 25 กุมภาพันธ์ 2564

ชัยภูมิผู้สูงอายุ แห่ลงทะเบียนนับพัน

ที่ด้านหน้าธนาคารกรุงไทย ทุกสาขาในเมืองชัยภูมิ รวมทั้งสาขาศูนย์ราชการ ตั้งแต่ยังไม่เปิดทำการ มีชาวบ้านกลุ่มประชาชนทั่วไป ส่วนมากจะเป็นผู้สูงอายุ ทั้งชายและหญิง ตามหมู่บ้านต่าง ๆ แห่มาเข้าแถวเข้าคิวให้เจ้าหน้าช่วยลงทะเบียนในเว็ปเราชนะให้ แต่ละสาขานับพันคน ต้องเข้าแถวรอคิวยาวเหยียด รอเจ้าหน้าที่เรียกตามบัตรคิวเข้าไปลงทะเบียนภายในธนาคาร เพื่อไม่ให้เกิดความแออัด

ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นผู้สูงอายุ หรือชาวบ้านที่อยู่ตามหมู่บ้านในชนบท ที่ไม่สามารถลงทะเบียนเองได้ ไม่มีคอมพิวเตอร์ หรือโทรศัพท์มือถือใช้สมารท์โฟนได้ เพื่อหวังรับเงินเยียวยาจากรัฐบาล 7,000บาท

ซึ่งในวันแรกที่เจ้าหน้าที่ธนาคารช่วยลงทะเบียนให้ ได้จัดเป็น 2 ส่วน ผู้ที่ลงทะเบียนได้แล้ว แต่ไม่สามารถสแกนใบหน้ายืนยันตัวตนไม่ผ่าน ได้ให้ติดต่อเจ้าที่ธนาคารกรุงไทยทุกสาขา เพื่อเข้าไปติดต่อยืนยันตัวตนภายในธนาคาร ในส่วนของประชาชนทั่วไปที่ยังไม่ลงทะเบียนในเว็ปไซต์เราชนะ ได้จัดอำนวยความสะดวกให้กับประชาชน ที่อาคารอเนกประสงค์เทศบาลเมืองชัยภูมิ

ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นผู้สูงอายุ ทั้งชายและหญิง ที่มีโทรศัพท์มือถือรุ่นเก่า ใช้โทรออกโทรเข้าได้เท่านั้น ใช้สมารท์โฟนไม่ได้ หลังจากได้บัตรคิวได้เข้าคิวรอเรียกชื่อเข้าไปภายในพื้นที่เจ้าหน้าที่ช่วยลงทะเบียนให้จำนวนมาก กว่า 1,000 คน ซึ่งมีจำนวนมากที่ลงทะเบียนเราชนะได้แล้ว แต่สแกนใบหน้าไม่ผ่าน จึงมาให้ทางเจ้าหน้าที่ช่วยเหลือในการยืนยันตัวตน เพื่อขอรับเงินเยียวยาจากรัฐบาล

ในขณะที่นางคำปึก นเรกุล อายุ 80 ปี ชาวบ้านหนองปลาเฒ่า ต.ในเมืองชัยภูมิ ที่ได้มาพร้อมสามีวัย 87 ปี บอกว่า ที่ผ่านมาไม่ได้รับโครงการคนละครึ่ง เพราะลงทะเบียนไม่เป็น โทรศัพท์มือถือที่ใช้อยู่ใช้โทรออกและรับเท่านั้น ไม่มีสมารท์โฟน ลงทะเบียนเราชนะไม่ได้ จึงได้ถือบัตรประชาชน หวังมาพึ่งเจ้าหน้าที่ธนาคารช่วยเหลือสมัครเข้าร่วมโครงการชัยชนะ เพื่อขอรับเงินเยียวยาจากรัฐบาล 7,000บาท หวังจะเอาเงินไปซื้ออยู่ซื้อกินตามประสาผู้สูงอายุ ซึ่งเป็นโครงการที่ดี ที่รัฐบาลได้ออกมาเพื่อช่วยประชาชนในช่วงโควิดระบาด

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

‘กรุงไทย’ แน่นขนัด ผู้สูงอายุแห่ลงทะเบียน ‘เราชนะ’ ชายวัย 69 ต้องเดินทาง 45 กม.มารอคิว

ต่อคิวแน่นจนปิดถนน คนไร้สมาร์ทโฟนทะลักหน้ากรุงไทย จวกรัฐออกกฎไม่คิดถึงรากหญ้า

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon