ชาวสวนปาล์ม “ไม่นึกไม่ฝัน” ประกันรายได้ดันราคาแตะ 12 บาท/โล เชียร์เดินหน้าทุกรัฐบาล
เมื่อเวลา 10.45 น. วันที่ 21 กุมภาพันธ์ นายมนัส พุทธรัตน์ ประธานสมาพันธ์ชาวสวนปาล์มน้ำมันแห่งประเทศไทย หนึ่งผู้ร่วมเสวนา หัวข้อ “โครงการประกันรายได้สินค้า 5 สินค้าเกษตร” ในงานสัมมนา”ประกันรายได้สินค้าเกษตร 5 สินค้า” ณ อาคารสํานักงาน บริษัท มติชน จํากัด (มหาชน) กล่าวว่า ทิศทางเศรษฐกิจของพืชไร่และพืชเศรษฐกิจในปี 2565 นั้น ว่า ต้องยอมรับว่าเกษตรกรไทยไม่สามารถตั้งราคาสินค้าเกษตรเองได้ เพราะฉะนั้นการที่ราคาปาล์มเพิ่มขึ้นทะลุไปสูง ขึ้นอยู่กับการบริหารจัดการ ส่วนการประกันรายได้เกษตรกรของรัฐบาล เป็นตัวชี้วัดว่าเกษตรกรควรมีรายได้เท่าไหร่ ซึ่งเป็นนโยบายที่ดี เป็นการสร้างมาตรฐานราคาให้อุตสาหกรรมที่จะมารับซื้อสินค้าเกษตร ตามราคาที่ประกันอยู่ที่ 4 บาทต่อกิโลกรัม(กก.) โดยไม่ให้ต่ำเกินไปกว่านี้ และรัฐบาลก็เป็นผู้บริหารจัดการ ต้องมองถึงความสมเหตุสมผล และต้องบริหารจัดการปริมาณผลผลิต ว่ามีสต๊อกเท่าไหร่ หรือควรจะทำการส่งออกหรือไม่ สิ่งนี้คือนโยบาบของการประกันรายได้ ที่ช่วยชี้ให้ภาคอุตสาหกรรมไม่ให้เอาเปรียบเกษตรกรได้
อ่านข่าวเกี่ยวข้อง
– จุรินทร์ นำ “ประกันรายได้พลิกฟื้นเศรษฐกิจไทย” เดินหน้าปี 3 สู่ปีที่ 4 ชี้ตัวช่วย ศก. รายได้ การเมือง
– ค้าภายใน ชี้ประกันรายได้สร้างหลักประกันอาชีพเกษตร ยันโปร่งใส ทุกบาทเข้าบัญชีเกษตรกร
– ชาวนาดีใจ “ประกันรายได้ช่วยชาวนาได้จริง” วอนรัฐดูแลค่ายา เดินหน้าจัดโซนปลูกข้าว ตอบโจทย์ความต้องการค้าโลก

นายมนัส กล่าวอีกว่า ปี2565 ที่ราคาปาล์มสูงขึ้น เนื่องจากปาล์มน้ำมันเป็นพืชยืนต้นที่ผลิตน้ำมันได้มาก เป็นพืชตัวเดียวที่ยังผลิตได้จำนวนมาก สามารถเลี้ยงประชากรได้ทั้งโลก ขณะที่สหรัฐและสหภาพยุโรป ผลิตน้ำมันถั่วเหลืองและน้ำมันทานตะวันได้น้อยลง จากปัจจัยปัญหาโควิด และสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไป แต่ปาล์มน้ำมัน เป็นไม้ยืนต้นที่ยังมีผลผลิตดี ทำให้รัฐบาลมองว่านี้ คือโอกาสของเกษตรกรชาวสวนปาล์ม จึงผลักดันให้เกิดการส่งออก โดยที่ไม่ให้กระทบการบริโภคภายในประเทศ ทำให้ราคาทะลุไปสูงอย่างเห็น คือกก.ละ 12 บาท แต่ตอนนี้ได้ปรับลดลงเหลือกก.ละ 9-10 บาท สะท้อนให้เห็นว่าเป็นนโยบายและการบริหารจัดการที่ดี และเกษตรกรก็ไม่ได้อยากได้การประกันรายได้ตลอดไป ขอแค่รัฐบาลบริหารจัดการได้ดี ราคาจะขึ้นสูงจนเกษตรอยู่ได้ ทั้งนี้ ขอให้ช่วยดูแลต้นทุนการผลิตด้วย ส่วนการประกันรายได้มีประโยชน์ ช่วยให้เกษตรกรมีรายได้ ที่จะนำไปใช้ในการผลิตต่อไป และมีผลผลิตออกมาในจำนวนและราคาที่เหมาะสมกับบริโภค
“ราคาปาล์มนั้น ตกต่ำมาตั้งแต่ปี 2559 ซึ่งสมาพันธ์ไม่นึกไม่ฝัน ว่าปีที่ผ่านมาจะราคาทะลุไปถึง 12 บาท สูงสุดในรอบกว่าสิบปี ทั้งนี้ ยังเป็นช่วงสั้นๆ เท่านั้น และลดลงมา แต่อยู่ในระดับที่ราคาดี ก็ไม่ได้ใช้เงินในโครงการประกันรายได้ ซึ่งเกษตรกรไม่ต้องการใช้เงินประกันรายได้อยู่แล้ว เพราะว่ามีกำหนดว่า ชดเชยได้ไม่เกิน 25 ไร่ แต่ถ้าราคาดี โดยการบริหารจัดการที่ดีของภาครัฐ แต่ไม่ได้หมายความว่าไม่อยากให้มีโครงการประกันรายได้ เพราะว่าโครงการช่วยประกันความเสี่ยง เป็นนโยบายที่ดี และแนะนำว่าไม่ว่าจะรัฐบาลชุดไหน ใครก็ตาม โครงการนี้ควรจะใส่ไว้ในนโยบายของรัฐบาล เพราะมีประโยชน์กับเกษตรกร ” นายมนัส กล่าว

นายมนัส กล่าวอีกว่า ปาล์มน้ำมันถือเป็นสินค้าอุตสาหกรรม ซึ่งกลไกของอุตสาหกรรมจะเป็นตัวกำหนดราคา และมีภาครัฐช่วยบริหารจัดการ ซึ่งการประกันรายได้จะใช้ในการดูแล ว่าราคาไม่ให้อุตสาหกรรมรับซื้อสินค้าต่ำกว่าทุน ไม่เช่นนั้น เกษตรกรจะอยู่ได้อย่างไร แล้วต่อไปจะเป็นปัญหาให้กับอุตสาหกรรมเอง เมื่อเกษตรกรขาดทุน ไม่มีรายได้ แล้วจะมีเงินไปใช้บำรุง ไปดูแล ปัจจัยการผลิต และช่วงที่ราคาต่ำจริงๆจะเป็นโครงการประกันรายได้ที่เข้าไปดูแล เป็นระยะเวลาสั้นๆ ซึ่งเขาได้นำส่วนนี้ไปใช้เป็นค่าปุ๋ย ค่าบำรุงผลผลิต ดูแลไม่ให้เกิดความเดือดร้อนถึงเรื่องการบริโภค สร้างความสมดุลและเสถียรภาพของราคา
จากที่กระทรวงพาณิยช์ และกรมการค้าภายใน ตั้งเป้าที่จะส่งออกปาล์มน้ำมัน ในปี 2565 ให้ได้ 3 แสนตัน และปีนี้ตลาดโลกก็ต้องการ น้ำมันปาล์มจำนวนมาก โดยเมื่อเดือนต้นเดือนกุมภาพันธ์รัฐประกาศว่า มีสต๊อกน้ำมันปาล์มดิบในประเทศประมาณ 1.3 แสนตัน และภาครัฐมองเห็นว่าจำนวนส่งออกไปต่างประเทศได้ และขายได้ราคาเพิ่มขึ้น และเป็นการส่งออกที่ไม่เดือดร้อนต่อผู้บริโภคในประเทศเพราะผลผลิตใหม่กำลังออกตลาด สต๊อกก็จะเพิ่มขึ้น ภาครัฐมีความฉลาด คือ ส่งออกปาล์มน้ำมัน ช่วงที่ปาล์มกำลังมีผลผลิตเพิ่มขึ้น คาดว่าช่วงเดือนมีนาคมนี้ จะมีผลผลิตปาล์มทะลายจะออกสู่ตลาด 1 ล้านตัน สกัดเป็นน้ำมันปาล์มดิบได้ประมาณ 1.8 ล้านตัน ซึ่งภาครัฐต้องบริหารจัดการต่อไปให้สมดุลทั้งยอดผลิต บริโภค ส่งออก และสต๊อกเพื่อความมั่นคงด้านอาหาร
“อย่างไรก็ตาม ผู้บริโภคไม่ต้องห่วง แม้ส่งออกปาล์มน้ำมันไปต่างประเทศ จนกังวลว่าราคาน้ำมันปาล์มขวดในประเทศจะแพงขึ้น แบบที่ผ่านมา เพราะหลังจากนี้จะมีผลผลิตปาล์มออกมาในตลาดอีกครั้ง ผู้บริโภคใจเย็นๆรับรองว่าไม่เดือดร้อนแน่นอน เพราะสถิติคนไทยใช้ปาล์มในครัวเรือนเดือนละ 2 ขวด ก็พอดีกับผลผลิตใหม่จำนวนมากออกสู่ตลาด เราเจอภาวะราคาต่ำมานานเพิ่งได้ฟื้นตัว ก็อยากไม่มีการแปรรูปเป็นน้ำมันทางเลือกมามีส่วนกดดันราคาปาล์มดิบ หลายคนที่ซื้อปาล์มขวดทดแทนดื่มกาแฟยี่ห้อแพงสัก 2 แก้ว ก็เป็นการช่วยได้อีกทางหนึ่ง ส่วนนโยบายประกันรายได้ นั้น ไม่ว่ารัฐบาลไหนก็ต้องทำต่อ ส่วนพรรคเจ้าของนโยบายจะยอมหรือไม่ ก็ต้องติดตามกัน ” นายมนัส กล่าว

