‘ชัยวุฒิ’ ระบุ รัฐ-เอกชน ต้องร่วมมือผลักดันสกัด ‘ภัยไซเบอร์’ ชูเป็นวาระแห่งชาติ

ชัยวุฒิ

‘ชัยวุฒิ’ ระบุ รัฐ-เอกชน ต้องร่วมมือผลักดันสกัด ‘ภัยไซเบอร์’ ชูเป็นวาระแห่งชาติ

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 30 มีนาคม นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เป็นประธาน พร้อมกล่าวปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “ไทยกับความปลอดภัยไซเบอร์ 2022” ในงานสัมมนาเรื่อง ไทยกับความปลอดภัยไซเบอร์ 2022 ผ่านรูปแบบไลฟ์สตรีมมิ่งผ่านเฟซบุ๊ก เครือมติชน ไลน์ออฟฟิเชียลมติชน และยูทูบมติชนทีวี ที่อาคารสํานักงาน บริษัท มติชน จํากัด (มหาชน) ว่า ต้องยอมรับความจริงว่า สังคมไทยเป็นสังคมดิจิทัลแบบ 100% แล้ว เพราะวันนี้ชีวิตประจำวันของคนทุกคน เราใช้สมาร์ทโฟน และอินเตอร์เน็ตในการติดต่อสื่อสาร และทำธุรกรรมต่างๆ โดยผู้ให้บริการทั้งภาครัฐและภาคเอกชน อาทิ สาธารณูปโภค การโทรคมนาคม เกือบทุกสิ่งทุกอย่างมีระบบดิจิทัลเข้ามาใช้งาน ทำให้ผลกระทบจากไซเบอร์ซีเคียวริตี้ หรือการถูกโจมตีในระบบคอมพิวเตอร์ หรือดิจิทัล ถือว่ามีความสำคัญต่อชีวิตและความเป็นอยู่ของประชาชนสูงมาก โดยต้องบอกว่า รัฐบาลได้ให้ความสำคัญในเรื่องไซเบอร์ซีเคียวริตี้สูงมาก โดยได้จัดตั้งสำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) ซึ่งถือเป็นหน่วยงานด้านไซเบอร์ซีเคียวริตี้ เนื่องจากนายกรัฐมนตรี มีความเป็นห่วงในเรื่องการที่ประเทศไทยต้องมีการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัล ให้เติบโตและแข็งแกร่ง เพื่อให้สามารถแข่งขันได้ในเวทีโลก ซึ่งต้องใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาใช้ในการทำงาน พัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ รวมถึงต้องมีการกฎหมายและการส่งเสริมต่างๆ ควบคู่กับการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่
(อ่านข่าว เริ่มแล้ว! มติชน สัมมนา ‘ไทยกับความปลอดภัยไซเบอร์ 2022’ ชัยวุฒิ ปาฐกถา รัฐ-เอกชนแลกเปลี่ยนความเห็น)

ชัยวุฒิ

“สิ่งที่ต้องทำคู่ขนานกันไปด้วยคือ กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (พีดีพีเอ) ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ภายใน 1 พฤษภาคม 2565 โดยจะเป็นกรอบที่ทำให้ผู้ที่มีข้อมูลส่วนบุคคลอยู่มีระบบของผู้ให้บริการต่างๆ ของบริษัท จะต้องมีมาตรการหรือมีระบบที่สามารถป้องกันข้อมูลส่วนบุคคลไม่ให้รั่วไหล หรือถูกแอบเอาไปใช้ในทางไม่ชอบ รวมถึงบริหารจัดการข้อมูลส่วนบุคคลให้เป็นไปตามกฎหมาย และสากล เพื่อรักษาสิทธิของพี่น้องประชาชน” นายชัยวุฒิ กล่าว

นายชัยวุฒิ กล่าวว่า สกมช.จะเป็นหน่วยงานกำกับดูแล ในการออกมาตรการ ระเบียบหรือกฎต่างๆ เพื่อให้การรับรองระบบเพื่อป้องกันการโจมตี หรือรักษาความมั่นคงและความปลอดภัยทางไซเบอร์ โดยสกมช.จะเป็นหน่วยงานหลักของประเทศในการกำกับดูแล และทำความร่วมมือกับหน่วยงานโครงสร้างพื้นฐานสำคัญทางสารสนเทศ (ซีไอไอ) ประกอบด้วย 8 ด้าน ได้แก่ ด้านความมั่นคงของรัฐ, ด้านบริการภาครัฐที่สำคัญ, ด้านการเงินการธนาคาร, ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและโทรคมนาคม, ด้านการขนส่งและโลจิสติกส์, ด้านพลังงานและสาธารณูปโภค, ด้านสาธารณสุข และด้านอื่นตามที่คณะกรรมการประกาศเพิ่มเติม ซึ่งเชื่อว่าทุกหน่วยงานใน 8 ด้านนี้ มีระบบอยู่แล้ว ทำมาหลายปีแล้ว ไม่อย่างนั้นคงแย่กว่านี้แน่นอน

ชัยวุฒิ

นายชัยวุฒิ กล่าวต่อว่า เท่าที่ทราบมาคือ ทุกหน่วยงานเหล่านี้ถูกโจมตีอยู่เรื่อยๆ ทั้งไฟฟ้า ประปา ที่หากไม่มีการป้องกันก็คงพังไปแล้ว เรื่องข้อมูลส่วนบุคคลในระบบสาธารณสุข ต้องยอมรับว่าถูกโจมตีมาตลอด รวมถึงระบบธนาคารก็มีความแข็งแกร่งมาก ที่ผ่านมายังไม่เคยมีใครสามารถสร้างปัญหาให้กับระบบการเงินการธนาคารของไทยได้ แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา อาทิ การถูกหลอกให้โอนเงิน การถูกล้วงข้อมูล แต่ปัญหาเหล่านี้ถูกหลอกให้สมัครใจดำเนินการเอง แต่ตัวระบบยังแข็งแกร่งอยู่ จึงถือว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่มีความมั่นคงและปลอดภัยทางไซเบอร์สูง แต่เราก็ประมาทไม่ได้ ยังต้องพัฒนาระบบและอาศัยความร่วมมือของภาครัฐและเอกชน

ที่สำคัญคือ การมาตรฐานที่ชัดเจน เพื่อให้ผู้เกี่ยวข้องนำไปใช้ปฏิบัติ โดยเฉพาะหน่วยงานภาครัฐถือเป็นเรื่องหลัก ที่ถือว่าเราเป็นกังวลมาก เพราะรัฐบาลมีข้อจำกัดเรื่องงบประมาณ ซึ่งการทำเรื่องไซเบอร์ซีเคียวริตี้ก็ต้องใช้เงิน ที่ไม่ได้มีราคาถูก เป็นระบบที่ต้องลงทุนสูงในการป้องกันการถูกโจมตี เพราะหากถูกโจมตีแล้ว ความเสียหายบางอย่างไม่สามารถประเมินค่าได้ ทำให้นายกฯ ต้องลงมาพิจาณราเรื่องนี้ จัดสรรให้ทุกหน่วยงานที่เป็นซีไอไอ สามารถทำตามมาตรฐานมีระบบในการป้องกันการถูกโจมตีให้ได้

“การจัดสัมมนาครั้งนี้ก็เพื่อสร้างความรับรู้ เพื่อให้เกิดการตื่นตัวในการป้องกันการโจมตี ซึ่งเชื่อว่าประชาชนหลายคนก็อาจยังไม่รู้ว่าเรื่องไซเบอร์ซีเคียวริตี้ มีความสำคัญอย่างไร ทำให้ต้องช่วยให้รู้กับประชาชน และทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมากขึ้น โดยต้องเป็นหน้าที่ของเราทุกคนในการผลักดันส่งเสริมให้การรักษาความมั่นคง และปลอดภัยทางไซเบอร์ เป็นวาระแห่งชาติ เพื่อรองรับการเจริญเติบโตเศรษฐกิจดิจิทัลในอนาคตต่อไป” นายชัยวุฒิ กล่าว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon