ทัพสิบล้อ เล็งขึ้นค่าขนส่ง 15-20% ตั้งแต่ 1 พ.ค. หลังรัฐเลิกอุ้มดีเซลปล่อยเกิน 30 บาท

แฟ้มภาพ

ทัพสิบล้อ เล็งขึ้นค่าขนส่ง 15-20% ตั้งแต่ 1 พ.ค. หลังรัฐเลิกอุ้มดีเซลปล่อยเกิน 30 บาท พร้อมยื่น 3 ข้อเสนอแนะ แก้ปัญหาราคาพลังงานแพง

เมื่อวันที่ 22 เมษายน เพจเฟซบุ๊ก คนรักสิบล้อ อ้างถึง นายอภิชาติ ไพรรุ่งเรือง ประธานสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย ว่ากลุ่มรถสิบล้อกำลังจับตาดูว่ากระทรวงพลังงานจะปรับขึ้นราคาน้ำมันดีเซลเกินระดับ 30 บาทต่อลิตร ตามที่ประกาศจริงหรือไม่หลังพ้นวันที่ 30 เมษายน ที่จะสิ้นสุดมาตรการอุดหนุนราคาน้ำมันดีเซลไว้ไม่เกิน 30 บาทต่อลิตร

หากขยับราคาขึ้นจริง สหพันธ์การขนส่งทางบกฯก็จำเป็นต้องประกาศปรับขึ้นอัตราค่าขนส่งตาม โดยจะปรับตามราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้น เช่น หากราคาน้ำมันดีเซลปรับขึ้น 1 บาท ก็จะต้องปรับค่าขนส่งขึ้น 3% ซึ่งรวมๆ แล้วอาจต้องปรับค่าขนส่งขึ้นอีก 15-20% เพราะที่ผ่านมาผู้ประกอบการต้องแบกรับภาระต้นทุนค่าขนส่งมาตลอด

หากราคาน้ำมันดีเซลเพิ่มเกินลิตรละ 30 บาท ทำให้แบกรับภาระต่อไม่ไหว ย้ำว่าครั้งนี้ปรับแน่ ทั้งนี้ สถานการณ์เศรษฐกิจในเวลานี้ยังไม่เหมาะกับการปรับขึ้นราคาน้ำมัน เพราะจะเป็นการซ้ำเติมทั้งผู้ประกอบการและผู้บริโภค

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคมนี้เป็นต้นไป กองทุนน้ำมันฯจะเลิกอุ้มราคาน้ำมันดีเซล 30 บาทต่อลิตร และปล่อยให้เป็นไปตามราคาในตลาดโลก โดยจะปรับการอุดหนุนราคาเป็นแบบคนละครึ่ง คือกองทุนน้ำมันฯจ่ายให้ครึ่งหนึ่ง ประชาชนรับภาระไปครึ่งหนึ่ง เช่น ปัจจุบันอุดหนุนประมาณ 8 บาทต่อลิตร ก็จะอุดหนุนแค่ 4 บาทต่อลิตรเท่านั้น

นอกจากนี้ ในวันที่ 20 พฤษภาคม จะครบกำหนดมาตรการลดภาษีน้ำมันดีเซล 3 บาท ภาระค่าใช้จ่ายเงินในกองทุนน้ำมันฯจะกลับมาสูงอีกครั้ง ซึ่งปัจจุบันกองทุนมีกระแสเงินสดอยู่ที่ 1.5 หมื่นล้านบาท แต่สถานะติดลบแล้วกว่า 4.2 หมื่นล้านบาท

อย่างไรก็ตาม ทางสหพันธ์มีข้อเสนอแนะให้รัฐบาลเร่งพิจารณา เพื่อเป็นทางออกในการแก้ปัญหาราคาพลังงานแพง ได้แก่

1.ลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันเชื้อเพลิงด้านขนส่งเหลือ 0.20 บาทต่อลิตร เท่ากับราคาน้ำมันเชื้อเพลิงเครื่องบิน

2.นำไบโอดีเซลที่ใช้ผสมน้ำมันออกจากระบบชั่วคราว จะลดได้ 1.50-2.00 บาทต่อลิตร เพราะปัจจุบันราคาสูงกว่าน้ำมันดีเซลเท่าตัว

และ 3.ในการเทียบราคาน้ำมันประเทศสิงคโปร์ ขอให้เลิกคิดค่าขนส่งรวมเข้าไปในต้นทุนด้วย

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon