หน้าแรก เศรษฐกิจ องค์กรเพื่อผู...

องค์กรเพื่อผู้บริโภคยื่นหนังสือ กสทช. ค้านดีลทรู-ดีแทค ปชช.ลงชื่อร่วมเฉียด 1 หมื่นคน

3.08.22 | 10:24 น.

องค์กรเพื่อผู้บริโภค ยื่นหนังสือต่อ กสทช. ค้านดีลทรู-ดีแทค เผยปชช.ลงชื่อร่วมเฉียด 1 หมื่นคน

เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม เวลา 08.30 น. นางนฤมล เมฆบริสุทธิ์ รองผู้อำนวยการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค และเป็นตัวแทนจากเครือข่ายผู้บริโภค ได้ยื่นจดหมายเปิดผนึกต่อบอร์ดคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ โดยมีศาสตราจารย์คลินิก สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ออกมารับข้อร้องเรียนถึงการขอดำเนินการคัดค้านการควบรวมกิจการของ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ทรู และบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค โดยวันนี้เป็นการประชุมบอร์ด กสทช.หลังสำนักงาน กสทช.รวบรวมข้อมูลประกอบการพิจารณาแล้วเสร็จ

สำหรับการยื่นหนังสือขอคัดค้านเนื่องจากทั้งสองบริษัท มิได้ขออนุญาตการดำเนินธุรกิจ ต่อ กสทช. ซึ่งเป็นกระทำที่ขัดต่อพระราชบัญญัติการประกอบกิจการโทรคมนาคม มาตรา 21 อันอาจส่งผลกระทบต่อผู้บริโภคที่ถูกปิดกั้นทางเลือกการใช้บริการและลดโอกาสของผู้ประกอบการรายใหม่ จึงได้ส่งหนังสือขอให้ กสทช.ดำเนินการตรวจสอบการควบรวมดังกล่าว ทั้งนี้ มูลนิธิฯได้นำรายชื่อผู้เข้าชื่อคัดค้านการควบรวมธุรกิจดังกล่าวผ่านเว็ปไซต์ Change.org/TrueDtac จำนวน 9,199 ราย ที่ร่วมลงรายชื่อสนับสนุนการคัดค้านร่วมด้วย

นางนฤมลกล่าวว่า หลังจาก กสทช. ได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการในการศึกษาและวิเคราะห์ จำนวน 4 คณะ เพื่อพิจารณาถึงผลกระทบด้านต่างๆ พร้อมทั้งจัดรับฟังความคิดเห็นกลุ่มภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง กลุ่มนักวิชาการ และกลุ่มผู้บริโภคและประชาชนทั่วไป โดยการแสดงความคิดเห็นผ่านเวทีสาธารณะ หรือโฟกัสกรุ๊ป การรวบรวมข้อมูลดังกล่าวแล้วเสร็จ และมีการประชุมวันนี้ จึงอยากให้ กสทช.เปิดเผยรายละเอียดด้วย เพื่อให้ประชาชนรับทราบทั่วกัน

อ่าน

นอกจากนี้ ได้ขอร้องให้ กสทช.พิจารณาการยื่นอุธรณ์เรื่องค่าโทรวินาที ซึ่งปัจจุบันเรื่องอยู่ที่ชั้นกลางที่ต้องยื่นต่อศาลปกครองสูงสุด และคาดหวังว่า กสทช.จะรักษาผลประโยชน์ของประชาชนโดยการไม่ดำเนินการยื่นอุธรณ์ เนื่องจากประเด็นนี้เป็นเรื่องที่ประชาชนจะได้รับผลกระทบเป็นอันดับแรก และคิดว่าอำนาจหน้าที่ของ กสทช.สามารถพิจารณาอย่างรอบในการตัดสิน หรือพิจารณาเรื่องใดๆ ที่จะกระทบต่อสิทธิ์ของผู้บริโภค ซึ่ง กสทช.มีหน้าที่รักษาสิทธิ์ของประชาชน

Advertisement

นางนฤมลกล่าวว่า สำหรับกรณี นายต่อพงศ์ เสลานนท์ กสทช. ด้านการส่งเสริมสิทธิเสรีภาพของประชาชน จากกระแสการวิจารณ์จากประชาชนส่วนหนึ่งว่าเป็นคณะกรรมการ และไม่ค่อยแสดงความคิดเห็น อีกทั้งยังมีส่วนเกี่ยวข้องกับธุรกิจบางค่าย คาดว่าคณะกรรมการควรอยู่ในรูปแบบของการพิจารณาโดยภาพรวมและเป็นเรื่องของเสียงส่วนใหญ่ และเสียงส่วนน้อย ซึ่งจะไม่ก้าวล่วงความคิดเห็นใคร แต่คาดว่า กสทช.จะพิจารณาด้วยความชัดเจน และเป็นธรรมต่อประชาชน ตามอำนาจหน้าที่ที่ กสทช.พึงมีภายใต้กฎหมาย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประชุมบอร์ด กสทช.วันนี้ ได้นำข้อมูลที่เครือข่ายผู้บริโภคเข้ามามอบให้นำไปรวบรวมเป็นข้อมูลพิจารณาร่วมกับข้อมูลจากรายงานของอนุกรรมการทั้ง 4 ชุด อาทิ อนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค อนุกรรมการด้านกฎหมาย อนุกรรมการด้านเศรษฐศาสตร์ และอนุกรรมการด้านเทคโนโลยี อีกทั้งรวบรวมข้อมูลจากการเปิดรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ หรือโฟกัสกรุ๊ป รวมถึงข้อมูลจากรายงานการศึกษาของที่ปรึกษาที่ กสทช.ได้ว่าจ้างสถาบันการศึกษาจุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัยทำรายงานเป็นผู้จัดทำ ซึ่งจะรวบรวมข้อมูลทั้งหมดมาพิจารณา และจะประกาศผลให้ทราบในวันที่ 11 สิงหาคมนี้