หน้าแรก เศรษฐกิจ พิษน้ำมันแพง ...

พิษน้ำมันแพง พณ.ปรับเงินเฟ้อทั้งปีแตะ 6% หลัง 7 เดือนสูง 5.89 สูงสุดเกินรอบ 16 ปี

5.08.22 | 11:26 น.
แฟ้มภาพ

พิษน้ำมันแพง พณ.ปรับเพิ่มเงินเฟ้อทั้งปี 65 แตะ 6% หลัง 7 เดือนสูง 5.89 ย้อนหลังเงินเฟ้อสูงเกินรอบ 16 ปีแล้ว

นายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า สนค. ได้ปรับเพิ่มประมาณการณ์ดัชนีราคาผู้บริโภคของไทย(เงินเฟ้อ)ปี 2565 จากเดือนมีนาคมประมาณการกรอบ 4-5% ค่ากลาง 4.5% เป็นกรอบ 5.5-6.5% ค่ากลาง 6% บนสมมุติฐานจีดีพี 2.5-3.5% ราคาน้ำมันดูไบ 90-110 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ค่าเงินบาท 33.5-35.5 บาทต่อเหรียญสหรัฐ

ทั้งนี้ การปรับประมาณการณ์เงินเฟ้อที่สูงขึ้น เนื่องจากราคาพลังงาน น้ำมัน ก๊าซ สูงขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งปัจจุบันมีน้ำหนักในการคำนวณเงินเฟ้อถึง 52.57% และมีผลต่อต้นทุนและราคาสินค้า อีกทั้งมีผลความผันผวนของปัจจัยภายนอกที่อาจมีผลต่อราคาพลังงานสูงต่อไป เช่น สถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างประเทศ ส่วนค่าไฟฟ้าซึ่งเป็นน้ำหนักในคำนวณเงินเฟ้อ 3.85% ก็กำลังติดตามว่าจะปรับเท่าไหร่และมีผลต่อเงินเฟ้อเท่าไหร่ โดยแนวโน้ม 5 เดือนที่เหลือของปีนี้ ยังมีโอกาสที่เงินเฟ้อยังสูง แต่ในอัตราเพิ่มหรือลดลง ต้องอยู่ที่ปัจจัยภายนอกและค่าน้ำมัน แต่อย่างไรก็ตาม ในเดือนกรกฎาคมปีนี้เงินเฟ้อขยายตัวในอัตราลดลงครั้งแรกในรอบปี

อ่าน

สำหรับดัชนีราคาผู้บริโภคของไทย เดือนกรกฎาคม 2565 เท่ากับ 107.41 เมื่อเทียบกับเดือนมิถุนายน 2565 ลดลง 0.16% เป็นการลดลงจากเดือนก่อนหน้าครั้งแรกในรอบปี 2565 และอัตราเงินเฟ้อทั่วไปน้อยกว่าเดือนที่ผ่านมาอยู่ที 7.61 % เมื่อเทียบกับเดือนกรกฎาคม 2564 และเงินเฟ้อพื้นฐาน เมื่อหักอาหารสดและพลังงานออก ในเดือนนี้อยู่ที่ 2.99 %

ทั้งนี้ สินค้ากลุ่มพลังงานยังเป็นสาเหตุหลักต่ออัตราเงินเฟ้อเดือนกรกฎาคม 2565 ซึ่งเป็นต้นทุนในทุกขั้นตอนการผลิตและโลจิสติกส์ของสินค้าและบริการ ประกอบกับอุปสงค์ในประเทศปรับตัวดีขึ้น จากการท่องเที่ยว การส่งออก และราคาสินค้าเกษตรสำคัญสูงขึ้น นอกจากนี้ อัตราเงินเฟ้อในเดือนนี้เป็นผลของการคำนวณจากฐานดัชนีราคาผู้บริโภคของเดือนกรกฎาคม 2564 ที่ค่อนข้างต่ำ จึงทำให้เงินเฟ้อขยายตัว กลุ่มพลังงาน มีอัตราการเติบโตของราคา 33.82 % ส่งผลให้พลังงานมีสัดส่วนผลกระทบต่อเงินเฟ้อเดือนกรกฎาคมถึง 52.57% แม้ว่าราคาน้ำมันเชื้อเพลิงบางชนิด (แก๊สโซฮอล์ น้ำมันเบนซิน) ในเดือนนี้จะปรับลดลงเมื่อเทียบกับเดือนที่ผ่านมา แต่ต้นทุนการผลิตและการขนส่ง ยังสูง เนื่องจากราคาก๊าซหุงต้ม ไฟฟ้า และน้ำมันดีเซล ยังคงอยู่ในระดับสูง

Advertisement

สำหรับ กลุ่มอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ มีอัตราการเติบโตของราคา 8.02 % เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน อาทิ ไก่สด พริกสด ต้นหอม เครื่องประกอบอาหาร และอาหารสำเร็จรูป ราคาเปลี่ยนแปลงตามต้นทุนการผลิต โดยเฉพาะต้นทุนด้านพลังงาน ทั้ง ค่าไฟฟ้า ก๊าซหุงต้ม รวมถึงน้ำมันดีเซล ซึ่งเป็นต้นทุนที่สำคัญของการขนส่ง ประกอบกับความต้องการบริโภคเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ยังมีสินค้าอีกหลายรายการที่ราคาลดลง อาทิ ข้าวสารเจ้า ข้าวสารเหนียว ผักและผลไม้บางชนิด (ถั่วฝักยาว มะนาว ขิง ผักคะน้า กล้วยน้ำว้า ฝรั่ง ลองกอง)

ส่วนดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนนี้เทียบกับเดือนที่ผ่านมา ลดลง 0.16% จากเดือนก่อน เป็นการปรับลดลงจากเดือนก่อนหน้าครั้งแรกในรอบปี 2565 สาเหตุสำคัญมาจากการลดลงของราคาแก๊สโซฮอล์ น้ำมันเบนซิน กาแฟผงสำเร็จรูป น้ำมันพืช และสิ่งที่เกี่ยวกับทำความสะอาดบางชนิด (น้ำยารีดผ้า น้ำยาล้างห้องน้ำ)

“สำหรับค่าเฉลี่ย 7 เดือน ปี 2565 เทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2564 เงินเฟ้อทั่วไป สูงขึ้น 5.89 % ส่วนเงินเฟ้อพื้นฐานเพิ่มขึ้น 2.01%”

ดัชนีราคาผู้ผลิต เดือนกรกฎาคม 2565 สูงขึ้น 12.2 % ปรับสูงขึ้นในทุกหมวดสินค้า ตามต้นทุนการผลิต ทั้งราคาพลังงานและวัตถุดิบ ต้นทุนการนำเข้าจากการอ่อนค่าของเงินบาท และความต้องการของตลาดทั้งในและต่างประเทศเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่วนดัชนีราคาวัสดุก่อสร้าง สูงขึ้น 6.3 % เนื่องจากต้นทุนการผลิตปรับสูงขึ้นตามราคาวัตถุดิบ ราคาพลังงาน และเงินบาทอ่อนค่า ประกอบกับการใช้วัสดุก่อสร้างในโครงการก่อสร้างภาครัฐเป็นไปตามแผน

สำหรับดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคโดยรวม ปรับตัวดีขึ้นอยู่ที่ระดับ 45.5 จากระดับ 44.3 ในเดือนก่อนหน้า ปรับเพิ่มขึ้นทั้งดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในปัจจุบันและใน 3 เดือนข้างหน้า ทั้งนี้เป็นผลจากเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น จากการส่งออกสินค้าที่ขยายตัวต่อเนื่อง มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ ทั้งด้านการท่องเที่ยว การเปิดสถานบันเทิงทั่วประเทศ และราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่ปรับลดลง ขณะที่ความกังวลต่อภาวะเศรษฐกิจไทย ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่ผันผวน และมาตรการของภาครัฐ เป็นปัจจัยลบต่อดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากตรวจสอบย้อนเงินสถิติเงินเฟ้อของประเทศไทย พบว่า ปี 2565 หากสูงถึง 6% ถือว่าเป็นเงินเฟ้อที่สูงมากเกิน 15 ปีย้อนหลัง หรือ อาจสูงที่สุดหากเทียบเงินเฟ้อทั้งปี โดยปีที่สูงสุดในรอบ 16 ปี คือปี 2551 ที่อัตรา 5.51% ในช่วงเกิดซัพไพร์ม