หน้าแรก เศรษฐกิจ บทเรียน Forex...

บทเรียน Forex ชัยวุฒิ ถกด่วน 3 ฝ่าย แก้อาชญากรรมออนไลน์เร่งด่วน

21.09.22 | 12:01 น.

บทเรียน Forex ชัยวุฒิ ถกด่วน 3 ฝ่าย แก้อาชญากรรมออนไลน์เร่งด่วน

เมื่อวันที่ 21 กันยายน นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือดีอีเอส เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการป้องกันปราบปรามและแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ ครั้งที่ 4/2565 โดยมีการพิจารณาร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.สอท.) หรือตำรวจไซเบอร์ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เป็นต้น เพื่อหาแนวทางแก้ปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ที่พบมากในปัจจุบัน ได้แก่ การแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ/เก็งกำไรค่าเงินผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ (Forex-3D) การหลอกลงทุนหรือแชร์ลูกโซ่ การกดลิงก์แล้วทำให้ถูกโอนเงินออกจากบัญชี เป็นต้น

นายชัยวุฒิกล่าวว่า สำหรับข้อสรุปแนวทางแก้ปัญหา ดังนี้ 1.เว็บไซต์หรือสื่อโซเชียล ที่มีการโฆษณาหรือเชิญชวนลงทุนซื้อขายแลกเปลี่ยน/เก็งกำไรค่าเงิน (FX) มีความผิดตาม พ.ร.บ.ควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เนื่องจากกิจการนี้ต้องอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ ธปท. และได้รับใบอนุญาต ขณะที่ปัจจุบันยังไม่เคยมีการให้ใบอนุญาต ในการประกอบธุรกิจแลกเปลี่ยนเงินตราบนแพลตฟอร์มออนไลน์/โซเชียล ดังนั้น หากพบพฤติกรรมนี้ถือว่าผิดกฎหมาย นอกจากนี้ กรณีที่บางเว็บไซต์ หรือโซเชียลมีเดีย มีการโฆษณา หลอกชักชวนลงทุน หรือหลอก ให้คนเอาเงินมาฝากเป็นสกุลเงินต่างประเทศ เชิญชวนขายแลกเปลี่ยน/เก็งกำไรค่าเงิน (FX) โดยให้สัญญาว่าจะให้ผลตอบแทนสูงผิดปกติเข้าข่ายความผิด พ.ร.บ.การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน

2.การหลอกลวงลงทุนผ่านเว็บ/โซเชียล จากการหารือกับผู้แทน ก.ล.ต. ได้รับคำยืนยันว่า ก.ล.ต.มีอำนาจกำกับดูแลเฉพาะในส่วนที่เป็นหลักทรัพย์ ที่กฎหมายมีอำนาจ ซึ่งล่าสุดครอบคลุมถึงสินทรัพย์ดิจิทัลด้วย ส่วนกรณีเป็นสินทรัพย์อื่นๆ เช่น กรณีฟาร์มเห็ด Turtle Farm ก.ล.ต. จะไม่สามารถเข้าไปกำกับดูแลได้ อย่างไรก็ตาม การหลอกลวงรูปแบบนี้ สามารถใช้อำนาจ พ.ร.ก.การกู้ยืมเงินฯ เพราะพฤติกรรมการเชิญชวนลงทุนและมีผลตอนแทนสูง

“จากการหารือกับทุกฝ่ายร่วมกันวันนี้ ยังมีข้อสรุปถึงแนวทางป้องกันสำหรับ 2 ปัญหาข้างต้น โดยทางกระทรวงดิจิทัลฯ จะใช้ระบบ social listening คือ การเก็บข้อมูลของผู้บริโภคที่อยู่บนโซเชียลมีเดีย เพื่อจัดส่งไปให้ ธปท. และ ก.ล.ต. ตรวจสอบว่าเป็นผู้ประกอบการที่ได้รับใบอนุญาตหรือไม่ และหากพบว่าเป็นเว็บ/โซเชียลผิดกฎหมาย ก็จะดำเนินขั้นตอนประสานขอคำสั่งศาลเพื่อปิดเว็บ/โซเชียลเหล่านั้นทันที โดยอาศ้ยอำนาจตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ” นายชัยวุฒิกล่าว

และ 3.การหลอกดูดเงินจากบัญชีผ่านโมบายแอพพ์ ซึ่งได้ตรวจสอบกับ ธปท.พบว่า มีกรณีเกิดขึ้นจริง เนื่องจากผู้เสียหายหลงเชื่อ คลิกเปิดลิงก์ที่มิจฉาชีพส่งเข้ามาทางมือถือ ทำให้ถูกควบคุมมือถือจากทางไกล (remote control) โดยมิจฉาชีพจะเห็นข้อมูลที่ปรากฏบนหน้าจอมือถือของเหยื่อ ทำให้แฮกรหัส OTP ที่ใช้ในการทำธุรกรรมออนไลน์ และสั่งโอนเงินจากบัญชีผ่านแอพพ์ได้

Advertisement

อ่าน

ปัจจุบัน ธปท.ได้แจ้งเตือนธนาคารพาณิชย์ทุกแห่ง ให้ทำการปรับปรุงระบบโมบายแบงกิ้งเพื่อให้ทำการปิดระบบโอนเงินทันทีเมื่อพบว่ามือถือหมายเลขนั้นๆ ถูกแฮกทางไกล ซึ่งปัจจุบันมี 2 ธนาคารที่ทำการปรับปรุงเรียบร้อยแล้ว ได้แก่ ธนาคารกสิกรไทย และธนาคารกรุงไทย ดังนั้นอยากขอความร่วมมือให้ธนาคารพาณิชย์แห่งอื่นๆ เร่งทำการอัพเดตด้วย

“ที่ผ่านมา มีการหลอกลวงลงทุนออนไลน์ ใช้ช่องทางโซเชียลชักชวนลงทุน มีการใช้อินฟูลเอนเซอร์ ดารา คนดังที่มีคนติดตาม ทำให้ประชาชนสนใจอย่างแพร่หลาย และทำให้คนหลงเชื่อตามกันมาลงทุน จนเกิดความเสียหายในวงกว้าง เพื่อป้องกันปัญหา ถ้าสำนักงาน ก.ล.ต. ธปท. หรือหน่วยงานใดพบพฤติกรรมหลอกลวง มีการระดมทุนจากประชาชนอย่างผิดกฎหมาย ก็เร่งตรวจสอบ รวบรวมหลักฐาน ส่งกระทรวงดิจิทัล เพื่อจะได้ดำเนินการเร่งปิดกั้นก่อนที่จะสร้างความเดือดร้อนต่อประชาชนในวงกว้าง” นายชัยวุฒิกล่าว