จับตา!! วงในคาดวันนี้ กสทช. ไฟเขียว ควบรวมทรู-ดีแทค 3:2 เสียง

จับตา!! วงในคาดวันนี้ กสทช. ไฟเขียว ควบรวมทรู-ดีแทค 3:2 เสียง

หลัง บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จํากัด (มหาชน) และ บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด  (มหาชน) หรือดีแทค ประกาศควบรวมกิจการอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2564 ถึงปัจจุบัน การพิจารณาก็กินเวลาเกือบ 1 ปีเต็ม

ด้วยเป็นดีลใหญ่ในประวัติศาสตร์กิจการสื่อสารของประเทศไทย และมีเดิมพันหลักแสนล้านบาท ที่ผ่านมาจึงเกิดคำถามขึ้นในสังคมมากมาย ว่าจะส่งผลกระทบกับผู้บริโภคอย่างไร จะทำให้เกิดการผูกขาดธุรกิจหรือไม่ และเป็นผลดีอย่างไรต่อเศรษฐกิจและประเทศ ตลอดจน กสทช. มีอำนาจในการพิจารณาอนุญาต/ไม่อนุญาตหรือไม่

โดยมีการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการด้านต่างๆ เพื่อพิจารณาดีลการควบรวมนี้ รวมถึงเปิดรับฟังความคิดเห็นสาธารณะจากหลายฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ว่าจ้างที่ปรึกษาทั้งในและต่างประเทศ อีกทั้ง ยื่นคำฟ้องต่อศาลปกครองกลาง ตลอดจนทำหนังสือถึงคณะกรรมการกฤษฎีกา เพื่อขอให้ตีความอำนาจในการพิจารณาถึง 2 ครั้ง

ด้วยความอิหลักอิเหลื่อของ กสทช. ในฐานะองค์กรกำกับดูแล แต่บอกว่า ตัวเองไม่มีอำนาจในการพิจารณาและผู้ควบรวมมีหน้าที่เพียงรายงานให้ทราบเท่านั้น เพราะตามประกาศ กสทช. เรื่อง มาตรการกำกับดูแลการรวมธุรกิจในกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2561 ข้อ 5 ระบุว่า ให้ผู้ได้รับใบอนุญาตรายงานต่อ กสทช. แต่ไม่มีอำนาจในปฏิเสธการควบรวม ทำได้เพียงกำหนดเงื่อนไขเพิ่มเติม เพื่อเยียวยาผลกระทบที่เกิดขึ้นเท่านั้น

Advertisement

แต่มีการเขียนเพิ่มเติมในประกาศฉบับเดียวกันว่า ในข้อ 9 ระบุว่า การรายงานตามข้อ 5 ให้ถือเป็นการขออนุญาตจาก กสทช. ตามข้อ 8 ในประกาศ กสทช. เรื่อง มาตรการเพื่อป้องกันมิให้มีการกระทำอันเป็นการผูกขาดหรือก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรมในการแข่งขันในกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2549 โดยในข้อ 8 ตามประกาศ พ.ศ.2549 ระบุว่า การควบรวมกิจการไม่ว่าจะการกระทำโดยทางตรงหรือทางอ้อม หรือผ่านตัวแทนจะกระทำมิได้เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการ หากทำให้เกิดการผูกขาดคณะกรรมการอาจสั่งห้าม

  • กสทช. ดีเดย์ 20 ต.ค. เคาะดีล

นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รักษาการแทนเลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (รักษาการแทน เลขาธิการ กสทช.) กล่าวเมื่อวันที่ 12 ตุลาคมที่ผ่านมา ว่า ที่ประชุม กสทช. มีมติกำหนดการพิจารณาวาระการรายงานการรวมธุรกิจระหว่างทรูและดีแทค ในวันที่ 20 ตุลาคม 2565 เนื่องจากรอรายงานผลการศึกษาจาก SCF Associates LTD  ที่ปรึกษาอิสระจากต่างประเทศเกี่ยวกับผลกระทบด้านเศรษฐกิจ ที่จะส่งมาให้สำนักงาน กสทช. ในวันที่ 14 ตุลาคม 2565 ซึ่งต้องนำมาเป็นข้อมูลในการพิจารณา โดยกรณีดังกล่าวเป็นเรื่องละเอียดอ่อน และมีผลกระทบต่อสาธารณะ จึงจำเป็นต้องมีการพิจารณาอย่างรอบคอบ ข้อมูลทุกๆ ด้าน จึงมีความสำคัญต่อการพิจารณา

แต่ถัดมาไม่กี่วัน พบว่า รายงานผลการศึกษาผลกระทบจากการรวมธุรกิจ เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการพิจารณา มีทั้งหมด 3 ชุด โดยกำหนดส่งทุกวันที่ 14 ของเดือนกันยายน ตุลาคม และพฤศจิกายน ดังนั้น การที่ที่ประชุม กสทช. กำหนดการพิจารณาการรวมธุรกิจในวันที่ 20 ตุลาคม ถือว่าเป็นการพิจารณา ก่อนจะได้รับรายงานผลการศึกษาชุดสุดท้ายจากที่ปรึกษาอิสระจากต่างประเทศ

Advertisement
  • ผลศึกษาชัด ควบรวมค่าบริการพุ่ง

ขณะที่ รายงานผลการศึกษาชุดที่ 1 ระบุว่า ผลการศึกษาชุดที่ 2 และ 3 จะมีการสร้างแบบจำลองตลาดไทยด้วยแบบจำลองเศรษฐกิจ 3 รูปแบบ ได้แก่ 1.การวิเคราะห์ทางเศรษฐมิติของตลาดมือถือไทยโดยใช้แรงกดดันด้านราคาที่สูงขึ้น 2.การวิเคราะห์ รับเข้า/ส่งออก เกี่ยวกับความสมดุลในระบบเศรษฐกิจอันเป็นผลมาจากการควบรวมกิจการและผลกระทบจากการแข่งขัน และ 3.แบบจำลองดุลยภาพทั่วไปเชิงคำนวณของเศรษฐกิจไทยและสถานะหลังการรวมกิจการ

รวมถึง ประสบการณ์จากทั่วโลกเกี่ยวกับผลกระทบของตลาดระดับประเทศของการควบรวมกิจการ MNO ต่อการแข่งขันและผู้บริโภคผ่านชุดการศึกษาที่สำคัญ, หลายสถานการณ์ของเส้นทางการพัฒนาที่เป็นไปได้ รวมถึงสถานการณ์กรณีที่เลวร้ายที่สุด จากมุมมองของแบบจำลองธุรกิจ MNO ของตลาดที่อาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจมหภาคในเชิงคุณภาพต่อเศรษฐกิจไทย และข้อสรุปเกี่ยวกับสภาวะตลาดในอนาคตและผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย พร้อมคำแนะนำ

  • มาตรการเยียวยา ไร้ประสิทธิภาพ

ส่วน รายงานผลการศึกษาชุดที่ 2 ระบุว่า การควบรวมกิจการไม่มุ่งประโยชน์ต่อเศรษฐกิจและสังคมไทย และ กสทช. ไม่ควรอนุญาตให้เกิดการควบรวม และหาก กสทช. ไม่มีอำนาจยับยั้ง ทางเลือกที่ต้องดำเนินการคือการกำหนดเงื่อนไขหรือมาตรการเฉพาะ ซึ่งจากการศึกษาไม่สามารถยืนยันได้ว่า เงื่อนไขหรือมาตรการเฉพาะจะมีประสิทธิภาพจริง

และจากวิเคราะห์ผลกระทบต่อโครงสร้างตลาดมือถือจากการควบรวมในต่างประเทศ ในการควบรวมจาก 4 เหลือ 3 ราย มีหลักฐานยืนยันว่า เกิดการกระจุกตัวของตลาดที่เพิ่มขึ้น ส่งผลต่อการขึ้นราคาค่าบริการอย่างชัดเจน ส่วนในด้านการลงทุนและคุณภาพบริการมีหลักฐานไม่เพียงพอที่จะชี้ชัดว่า การควบรวมส่งผลเชิงบวกหรือเชิงลบ

สำหรับประเทศที่มีผู้ให้บริการเพียง 1-2 ราย ในหลายประเทศพบว่า จะส่งผลเสียร้ายแรงต่อเศรษฐกิจของประเทศ ทั้งในด้านการลงทุนโครงข่าย และการใช้งานที่ลดลง เนื่องจากค่าบริการแพงขึ้น ทำให้การพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลช้าลง โอกาสที่จะเห็นผู้ประกอบการรายที่ 3 เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ยาก เพราะอุปสรรคการเข้าสู่ตลาดที่ยากลำบาก

โดยทางเลือกแทนการควบรวมคือ การที่ผู้ให้บริการใช้โครงข่ายร่วมกันเพื่อลดต้นทุน จึงยังคงการแข่งขันเช่นเดิม และเงื่อนไขสำคัญที่ผู้ควบรวม อาจช่วยคงระดับการแข่งขัน คือ ต้องช่วยเหลือให้เกิดผู้ให้บริการรายใหม่ โดยการโอนหรือขายคลื่นความถี่ การอนุญาตให้ร่วมใช้โครงข่ายหรือเสาสถานี เปิดให้รายใหม่โรมมิ่งโครงข่าย ซึ่งก็อาจไม่เพียงพอในการลดอุปสรรคในการเข้าสู่ตลาด และเป็นเงื่อนไขที่อาจบังคับให้เกิดขึ้นจริงไม่ได้ ส่วนทางเลือกที่จะให้ขายความจุโครงข่ายแก่ผู้ให้บริการ MVNO พบว่า ได้ผลในบางประเทศ แต่สภาพตลาดและการกำกับดูแลในประเทศไทยอาจไม่เหมาะกับทางเลือกนี้

ส่วนข้อควรคำนึงในการพิจารณาดัชนีค่า HHI หรือดัชนีวัดความกระจุกตัวของตลาดนั้น รายงานชี้ว่า ในสหรัฐอเมริกา หากค่า HHI ก่อนการรวบรวมสูงกว่า 2,500 และเพิ่มขึ้น 200 หลังจากการควบรวม จะถือว่า ผู้ควบรวมมีอำนาจในตลาดเพิ่มขึ้น และอาจเป็นผู้มีอำนาจเหนือตลาดได้

สำหรับค่า HHI ของประเทศไทยอยู่ที่ 3,420 และจะเพิ่มเป็น 4,702 หลังการควบรวม ซึ่งหากใช้เกณฑ์พิจารณาของสหรัฐอเมริกา ถือว่าเข้าใกล้สภาพตลาดที่ผูกขาดโดยผู้ให้บริการเพียง 2 ราย

  • วงในเก็ง 3:2 เสียงไฟเขียว

ดังนั้น การประชุม กสทช. วาระพิเศษเพื่อพิจารณา ในวันที่ 20 ตุลาคม 2565 นี้ จึงเป็นที่จับตามองจากหลายฝ่าย โดย รายงานข่าวจาก สำนักงาน กสทช. ระบุว่า เป็นไปได้ว่า ที่ประชุม กสทช. จะมีมติ 3 ต่อ 2 เสียง เห็นชอบให้ทรูและดีแทคควบรวมกิจการได้ โดยมีการกำหนดมาตรการเยียวยาผลกระทบที่เกิดขึ้น ซึ่งก่อนหน้านี้ มีเอกสาร 14 ข้อเยียวยาหลุดออกมา และสภาองค์กรของผู้บริโภค (สอบ.) ไม่เห็นด้วยกับข้อเยียวยาดังกล่าว เนื่องจากพิจารณาแล้วเห็นว่า ไม่สามารถบรรเทาผลกระทบที่จะเกิดขึ้นได้จริง รวมถึง หาก กสทช. อนุญาตให้ควบรวมกิจการ สภาองค์กรของผู้บริโภค เตรียมฟ้องร้องต่อศาลปกครอง ตามมาตรา 157 ในข้อหาละเว้นการปฏิบัติโดยมิชอบ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image