‘หมอลี่’ เผย ดีลควบรวมทรู-ดีแทค ยังติดไฟเหลือง

21.10.22 | 14:07 น.

‘หมอลี่’ เผย ดีลควบรวมทรู-ดีแทค ยังติดไฟเหลือง

เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม นพ.ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา อดีต กสทช. ด้านการคุ้มครองผู้บริโภคและส่งเสริมสิทธิเสรีภาพของประชาชน และประธานอนุกรรมการเพื่อศึกษาและวิเคราะห์กรณีการรวมธุรกิจระหว่างบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) ด้านคุ้มครองผู้บริโภคและสิทธิพลเมือง เปิดเผยในรายการเจาะลึกทั่วไทย Inside Thailand ถึงกรณีผลการพิจารณาการควบรวมกิจการระหว่างทรูและดีแทค ภายหลังวันที่ 20 ตุลาคม ที่ประชุม กสทช.มีมติรับทราบการควบรวมกิจการทรูและดีแทค และมีการกำหนดเงื่อนไขหรือมาตรการเฉพาะ

นพ.ประวิทย์กล่าวว่า การที่ที่ประชุม กสทช. เสียงข้างมาก 3 ต่อ 2 เสียง โดยระบุว่า รับทราบการควบรวมธุรกิจ เท่ากับที่ประชุม กสทช.ยอมรับว่า ไม่มีอำนาจในการชี้ขาด โดยอำนาจที่มี คือ การใช้อำนาจในการกำหนดเงื่อนไข ภายใต้การควบรวมธุรกิจดังกล่าว

นอกจากนี้ ที่ประชุม กสทช. อาจถกเถียงเรื่องการนำประกาศฉบับใดมาพิจารณา ประกาศ กสทช. เรื่อง มาตรการกำกับดูแลการรวมธุรกิจในกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2561 กสทช.จะไม่มีอำนาจเปิดไฟแดง แต่หากใช้ประกาศ กสทช. เรื่อง มาตรการเพื่อป้องกันมิให้มีการกระทำอันเป็นการผูกขาดหรือก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรมในการแข่งขันในกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2549 ร่วมด้วยจะพิจารณาให้ไฟเขียว หรือไฟแดงเป็นดุลพินิจของ กสทช. ดังนั้น จากมติ 3 ต่อ 2 เสียง จึงเป็นการนำประกาศฯ พ.ศ.2561 มาใช้พิจารณาเป็นหลัก ซึ่งแปลว่า กสทช.ไม่มีอำนาจห้าม จึงทำได้เพียงรับทราบการควบรวมกิจการเท่านั้น

“กรณีที่การประชุมกินเวลาร่วม 11 ชั่วโมงนั้น สะท้อนว่า ที่ประชุม กสทช.มีการถกเถียงเรื่องนี้อย่างจริงจัง โดยอาจมีความพยายามหยิบยกข้อมูลในประเด็นต่างๆ มาพิจารณาเพื่อหาทางออกร่วมกัน ซึ่งคาดว่า 4 ชั่วโมงแรก เป็นการหารือเรื่องข้อกฎหมาย และ 6 ชั่วโมงหลังเป็นการพิจารณาเงื่อนไขโดยเฉพาะ ซึ่งเกิดจากการกดดันตัวเองว่าไม่มีอำนาจ ดังนั้น การพิจารณาจึงเป็นไปตามที่ได้กำหนด และกดดันตัวเองไว้ก่อนแล้ว” นพ.ประวิทย์กล่าว

นพ.ประวิทย์กล่าวว่า สำหรับเงื่อนไขหรือมาตรการเฉพาะ 5 ข้อนั้น ต้องแยกวิเคราะห์ตามประเด็นที่น่ากังวล ซึ่งแบ่งเป็นมติด้านเงื่อนไขเชิงโครงสร้าง อาทิ ห้ามควบรวมกิจการอย่างน้อย 3 ปี รวมถึงห้ามใช้คลื่นความถี่ร่วมกัน ยกเว้นเป็นไปตามประกาศ กสทช. ห้ามการประกอบกิจการโดยใช้คลื่นความถี่ที่เป็นสิทธิเฉพาะตัว และยังเปลี่ยนมือไม่ได้ นอกจากนี้ ยังให้ไปหารือทางกฎหมายว่าหลังจากนี้ 3 ปี หากมีการควบรวมกิจการต้องดำเนินการอย่างไร และจะมีการบังคับให้ขายกิจการบางส่วนหรือไม่

Advertisement

สำหรับเงื่อนไขเชิงพฤติกรรม ส่วนของอัตราค่าบริการที่เปลี่ยนวิธีกำกับดูแลให้เข้มงวดขึ้น อาทิ อัตราค่าบริการเฉลี่ย และมีโปรโมชั่นให้สิทธิโทรฟรี 200 นาที แล้วเศษนาทีที่ 201 จะคิดราคาเป็น 1.50 บาทต่อนาที หรือราคาใดก็ตามที่เครือข่ายนั้นๆ กำหนด ซึ่งเงื่อนไขหรือมาตรการเฉพาะที่ กสทช.ระบุว่า นาทีเศษส่วนที่เกินมาในการจัดโปรโมชั่นครั้งต่อไป ห้ามคิดค่าบริการเกินค่าเฉลี่ยของต้นทุน เช่น ต้นทุนนาทีละ 0.50 บาท ก็ห้ามคิดเกินราคานี้ เป็นต้น

“หลายมาตรการที่ กสทช.กำหนด ให้ดำเนินการก่อนควบรวมกิจการ และจะควบรวมกิจการไม่ได้จนกว่าจะทำตามมาตรการดังกล่าวได้อย่างครบถ้วน ส่วนมาตรการด้านราคาทั้งหมด ผู้ขอควบรวมต้องพิจารณาว่าจะยอมรับหรือไม่ หากยอมรับและจดทะเบียนรวมบริษัท ต้องดำเนินการตามเงื่อนไขนี้ ถ้าไม่ยอมรับจะต้องมีการโต้แย้งถึงมาตรการดังกล่าว จึงถือว่าขณะนี้ยังติดไฟเหลืองอยู่ ขณะเดียวกัน เงื่อนไขหรือมาตรการเฉพาะ เป็นการกำหนดจากการควบรวมกิจการ ดังนั้น จึงต้องเริ่มต้นจากผู้ควบรวมกิจการก่อน แต่หลังจากควบรวมสำเร็จ จะมีการปฏิรูปสำหรับผู้มีอำนาจเหนือตลาด เพราะเมื่อเหลือผู้เล่นรายใหญ่ในตลาดเพียง 2 ราย กสทช.ต้องออกเงื่อนไขใหม่ เพื่อให้อยู่ภายใต้กติกาเดียวกัน” นพ.ประวิทย์กล่าว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง: