หน้าแรก เศรษฐกิจ มท.ติวเข้ม &#...

มท.ติวเข้ม ‘ภาษีที่ดิน 2566’ ให้ท้องถิ่นกำหนดอัตราเพิ่มได้ แสร้ง ‘ปลูกกล้วย’ ปล่อยร้าง ยังจ่ายถูก

5.01.23 | 20:59 น.

มท.ติวเข้ม ‘ภาษีที่ดิน 2566’ ให้ท้องถิ่นกำหนดอัตราเพิ่มได้ แสร้ง ‘ปลูกกล้วย’ ปล่อยร้าง ยังจ่ายถูก

เข้าสู่ปี 2566 อย่างเป็นทางการแล้ว นับว่าเป็นปีที่ยังไม่พ้นวังวนภาระค่าใช้จ่ายที่พุ่งสูงอย่างต่อเนื่องจากปี 2565 หนึ่งในนั้นคือ ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง แม้จะประกาศใช้มา 3 ปีแล้ว แต่ต้องยอมรับว่ายังคงมีเสียงโอดครวญถึงภาระที่เพิ่มขึ้น ยิ่งปี 2566 เป็นปีที่มาตรการบรรเทาต่างๆ สิ้นสุด

แม้รัฐบาลจะประกาศลดอัตรการจัดเก็บให้ 15% ของจำนวนภาษีที่คำนวณได้ แต่เมื่อคำนวณตามฐานราคาประเมินที่ดินใหม่ของกรมธนารักษ์ ซึ่งปรับขึ้นทั่วประเทศ 8.79% แล้ว แทบจะไม่มีผลและอาจจะต้องจ่ายเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างอยู่ใน “ทำเลทอง” ที่ราคาประเมินพุ่งวาละ 1 ล้านบาท

ในปีนี้ กระทรวงมหาดไทย (มท.) ได้ขยายเวลาการจัดเก็บออกไป 2 เดือน โดย 1.ขยายกำหนดเวลาการจัดทำบัญชีรายการที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเพื่อประกาศ พร้อมทั้งจัดส่งข้อมูลที่เกี่ยวข้องให้ผู้เสียภาษีแต่ละรายทราบจากเดิมภายในเดือนพฤศจิกายน 2565 เป็นมกราคม 2566

2.ขยายกำหนดเวลาในการประกาศราคาประเมินทุนทรัพย์ของที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง อัตราภาษีที่จัดเก็บ และรายละเอียดอื่นที่จำเป็นในการจัดเก็บภาษี จากเดิมก่อนวันที่ 1 กุมภาพันธ์ เป็นวันที่ 1 เมษายน 2566

3.ขยายกำหนดเวลาการแจ้งการประเมินภาษี โดยส่งแบบประเมินภาษีให้แก่ผู้เสียภาษี จากเดิมภายในเดือนกุมภาพันธ์ เป็นเดือนเมษายน 2566

Advertisement

4.ขยายกำหนดเวลาในการชำระภาษีตามแบบแจ้งการประเมินภาษี จากเดิมภายในเดือนเมษายนเป็นภายในเดือนมิถุนายน 2566

5.ขยายกำหนดเวลาในการผ่อนชำระภาษี งวดที่หนึ่ง จากเดิมชำระภายในเดือนเมษายน เป็นเดือนมิถุนายน 2566 งวดที่สอง จากเดิมภายในเดือนพฤษภาคม เป็นในเดือนกรกฎาคม 2566 งวดที่สาม จากเดิมชำระภายในเดือนมิถุนาย เป็นชำระเดือนสิงหาคม 2566

6.ขยายกำหนดเวลามีหนังสือแจ้งเตือนผู้เสียภาษีที่มีภาษีค้างชำระ จากเดิมภายในเดือนพฤษภาคมเป็นเดือนกรกฎาคม 2566

7.ขยายกำหนดเวลาในการแจ้งรายการภาษีค้างชำระให้สำนักงานที่ดินหรือสำนักงานที่ดินสาขา จากเดิมภายในเดือนมิถุนายน เป็นเดือนสิงหาคม 2566

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

หากไม่มาชำระตามเวลาที่กำหนด จะมีเบี้ยปรับ ดังนี้ 1.ชำระภาษีก่อนจะได้รับหนังสือแจ้งเตือนให้คิดเบี้ยปรับ 10% ของจำนวนภาษีค้างชำระ 2.ชำระภาษีภายในกระหนดของหนังสือแจ้งเตือน ให้คิดเบี้ยปรับ 20% ของจำนวนภาษีที่ค้างชำระ 3.ไม่ได้มาชำระภาษีภายในกำหนดของหนังสือแจ้งเตือนให้คิดเบี้ยปรับ 40% ของจำนวนภาษีที่ค้ำชำระ

นอกจากนี้ เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ถูกต้อง และไปในทิศทางเดียวกัน ล่าสุดกระทรวงมหาดไทยได้ทำหนังสือเวียนถึงผู้ว่าราชการทุกจังหวัด ซักซ้อมขั้นตอนการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างประจำปี 2566

พร้อมกับให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแจ้งประชาชนในพื้นที่กรณีที่ดิน หรือสิ่งปลูกสร้างใดได้รับความเสียหายเนื่องจากเหตุอันพ้นวิสัยที่จะปกป้องได้ ให้ประกาศแจ้งให้ผู้เสียภาษีที่จะขอลด หรือยกเว้นภาษีมาลงทะเบียนแจ้งรายชื่อ และรายละเอียดความเสียหาย พร้อมทั้งประกาศรายชื่อผู้เสียภาษีที่มาลงทะเบียน ณ สำนักงาน หรือทำการองค์ปกครองส่วนท้องถิ่น เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 15 วัน

อีกทั้งยังให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถออกข้อบัญญัติกำหนดอัตราภาษีที่สูงกว่าอัตราภาษีที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกาตามมาตรา 37 วรรคหกได้ แต่จะกำหนดอัตราภาษีแยกตามประเภทการใช้ประโยชน์หรือตามเงื่อนไขแต่ละประเภทการใช้ประโยชน์ไม่ได้ เนื่องจากกฎหมายไม่ได้ให้อำนาจไว้

สำหรับแนวทางดำเนินการการสำรวจที่ดิน หรือสิ่งปลูกสร้างให้พิจารณาตามข้อเท็จจริงในการใช้ประโยชน์ในที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้าง มีกรณีที่น่าสนใจ อาทิ

1.กรณีเจ้าของที่ดินได้ทำการเกษตรแล้ว ต่อมาภายหลังมีวัชพืชขึ้นสูงเกินกว่าชนิดพืชที่ปลูก อันอาจเกิดจากเจ้าของที่ดินมิได้เข้าไปบำรุงรักษาตามรอบระยะเวลาที่ดินแปลงดังกล่าว หากยังคงปรากฏตามชนิดพืชที่ปลูกตามอัตราขั้นต่ำที่กำหนดในบัญชี ยังคงถือว่าเป็นที่ดินที่ใช้ประโยชน์ในการประกอบเกษตรกรรม ไม่ใช่ที่ดินที่ทิ้งไว้ว่างเปล่าหรือไม่ได้ทำประโยชน์ตามควรแก่สภาพ

2.กรณีสนามชนไก่ที่ไม่สามารถประกอบกิจการได้ด้วยเหตุอันมิใช่มาจากผู้เสียภาษี เช่น มาตรการควบคุมป้องกันโรคติดต่อ ไม่ถือเป็นที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่ทิ้งไว้ว่างเปล่าหรือไม่ได้ทำประโยชน์ตามควรแก่สภาพ

3.กรณีที่ดินที่ถูกน้ำท่วมขังเป็นเหตุให้ไม่สามารถทำประโยชน์ในที่ดินได้ ไม่ถือเป็นที่ดินที่ทิ้งไว้ ว่างเปล่าหรือไม่ได้ทำประโยชน์ตามควรแก่สภาพ

4.กรณีที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่ทิ้งไว้ว่างเปล่าหรือไม่ได้ทำประโยชน์ตามควรแก่สภาพใน 3 ปีติดต่อกัน ตั้งแต่ 2563-2565 ในปี 2566 จะต้องเสียภาษีเพิ่มขึ้น 0.3% จากอัตราภาษีที่กำหนด หากมีการเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ในที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวก่อนวันที่ 1 มกราคม 2566 ถือว่าปี 2565 ผู้เสียภาษีไม่ได้ทิ้งที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างไว้ว่างเปล่าตลอดทั้งปีภาษี ดังนั้น ในปี 2566 จึงไม่ต้องเสียภาษีในอัตราที่เพิ่มขึ้น 0.3%

ส่วน การบรรเทาการชำระภาษี ตั้งแต่ปี 2566 เจ้าของที่ดิน หรือสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาและใช้ประโยชน์ในการประกอบเกษตรกรรม จะได้รับยกเว้นมูลค่าฐานภาษีไม่เกิน 50 ล้านบาท ส่วนที่เกินต้องชำระภาษีและต้องชำระภาษีเต็มจำนวนเงินภาษีที่ได้รับการประเมิน จากเดิมจะได้รับการยกเว้น 3 ปีแรก