หน้าแรก เศรษฐกิจ ส.อ.ท.หวั่นค่...

ส.อ.ท.หวั่นค่าไฟพ.ค.-ส.ค.66 แพงอีก!! จี้รัฐรื้อต้นทุน โวยรัฐเมินโซลาร์หลังคาบ้าน

18.01.23 | 06:06 น.

ส.อ.ท.หวั่นค่าไฟงวดพ.ค.-ส.ค.66 แพง!! จี้กรอ.พลังงานเพิ่มก๊าซอ่าวไทย ขอซอฟท์โลนหันใช้น้ำมันแทนก๊าซ โวยรัฐเมินโซลาร์ประโยชน์ปชช.

-ส.อ.ท.ชงกรอ.พลังงานสกัดค่าไฟงวด2
นายอิศเรศ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าการจัดตั้งคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนด้านพลังงาน(กรอ.พลังงาน) เพื่อแก้ปัญหาโครงสร้างค่าไฟของประเทศ 1 ใน 5 ข้อเสนอที่รัฐบาลตอบรับ ว่า ขณะนี้ยังไม่มีการลงนามตั้งกรอ.พลังงาน อย่างเป็นทางการ เนื่องจากอยู่ระหว่างการเสนอชื่อตัวแทนของภาครัฐและเอกชน คาดว่าจะส่งรายชื่อทั้ง 2 ฝ่ายครบภายในสัปดาห์ โดย ส.อ.ท. สภาหอฯ และสมาคมธนาคาร ส่งตัวแทนองค์กรละ 2 คน คาดจะมีการลงนามได้ภายในเดือนมกราคมนี้ ส่วนประธานคณะกรรมการกรอ.พลังงาน คาดว่านายสุพัฒนพงษ์ จะเป็นประธานเอง

ส่วนจะมีการประชุมเมื่อไรยังไม่ทราบแต่เชื่อว่าจะเร็วแน่นอน เพราะประเด็นค่าไฟเป็นเรื่องที่คนไทยกังวล และเดือนมีนาคม 2566 สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานจะต้องประกาศค่าไฟฟ้าผันแปรอัตโนมัติ(เอฟที)งวดใหม่ คือ เดือนพฤษภาคม-สิงหาคม 2566 ดังนั้นกรอ.พลังงานน่าจะต้องพิจารณาโครงสร้างต้นทุนใหม่ให้เสร็จเพื่อใช้พิจารณาค่าไฟงวด 2 ของปีนี้


“คาดหวังว่า กรอ.พลังงาน จะสามารถพิจารณาต้นทุนค่าไฟงวดเดือนพฤษภาคม-สิงหาคม 2566 ที่้เหมาะสม เป็นธรรมทุกภาคส่วน ไม่ผลักภาระให้ภาคเอกชนเหมือนงวดที่ผ่านมา เพราะเวลานี้ราคาพลังงานโลกเริ่มลดลง ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้น และคาดว่าปริมาณก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทยจะเพิ่มขึ้น ตามที่นายสุพัฒนพงษ์ ได้ให้ข้อมูลไว้ระหว่างเชิญตัวแทนกกร.เข้าหารือช่วงปลายปีที่ผ่านมา โดยประเด็นก๊าซอ่าวไทยนั้นอยากให้ กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ และบริษัท ผลิตและสำรวจปิโตรเลียม จำกัด(มหาชน) แสดงข้อมูลยืนยันการจัดหาด้วย เพราะกังวลว่าหากเปลี่ยนรัฐบาลแล้ว การจัดหาก๊าซในประเทศที่เพิ่มขึ้นอาจไม่เป็นไปตามที่รัฐบาลชุดนี้ประกาศไว้”นายอิศเรศกล่าว

-ขอซอฟท์โลนช่วยเอกชนลดใช้ก๊าซ
นายอิศเรศ กล่าวด้วยว่า ที่ผ่านมาการต่อสู้เพื่อปรับต้นทุนค่าไฟของเอกชนดำเนินการภายใต้ข้อมูล เหตุผล จนทำให้รัฐบาลยอมถอย รื้อต้นทุนใหม่ จนสามารถลดค่าไฟกลุ่มผู้ใช้อื่นๆ ที่ไม่ใช่ครัวเรือน หรือค่าไฟเอกชนที่อุตสาหกรรมเป็นผู้ใช้สัดส่วนมากที่สุด จาก 5.69 บาทต่อหน่วย เหลือ 5.33 บาทต่อหน่วย สำหรับงวดเดือนมกราคม-เมษายน 2566 หลังจากนั้น นายสุพัฒนพงษ์ ได้เชิญตัวแทนกกร.เข้าหารือโดยคาดการณ์ว่า ราคาพลังงานโลกจะเริ่มลดลง ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้น และคาดว่าปริมาณก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทยจะเพิ่มขึ้น พร้อมสรุป 3 ข้อหลัก

ประกอบด้วย 1.ขอให้สมาคมธนาคารยืดขยายระยะเวลาการส่งคืนเงินต้นสำหรับลูกค้าที่้เป็นผู้ผลิตไฟฟ้าภาคเอกชนออกไปอีก 1 ปี อัตราดอกเบี้ยในราคาถูกเพื่อลดค่าเอพี หรือค่าความพร้อมจ่าย จากโรงไฟฟ้าเอกชนเป็นการชั่วคราวในช่วงวิกฤตพลังงานสูง 2.ขอความร่วมมือกับผู้ประกอบการที่ใช้เชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติ 100% (มีมากกว่า1,000ราย) ให้ลดการใช้ลงเหลือ 80% โดยเพิ่มสัดส่วนการใช้น้ำมันดีเซล20% ที่มีราคาถูกกว่า หรือใช้พลังงานทดแทนอื่นที่เหมาะสม 3.ตั้งกรอ.ด้านพลังงาน แต่ในส่วนของส.อ.ท.มองว่า ทั้ง 3 ข้อยังไม่ตอบโจทย์ตาม 5 เสนอของกกร.

Advertisement

“ทั้ง 3 ข้อของรัฐ พบว่า ข้อ 2 มีปัญหามากที่สุด เพราะการติดตั้งระะบบเพื่อเปลี่ยนเป็นพลังงานอย่างอื่นเป็นการชั่วคราว อาทิ น้ำมันเตา ดีเซล แอลพีจี ต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 5-6 เดือน ขณะที่ภาครัฐควรมีแพคเกจซอฟต์โลน หรืออินเซนทีฟเรื่องการหักภาษี เนื่องจากต้องใช้เงินลงทุนทั้งระบบเดินท่อและถังเก็บ นอกจากนี้บางโรงงานไม่มีพื้นที่บัฟเฟอร์โซนรองรับอาจไม่สามารถเปลี่ยนไปใช้พลังงานอย่างอื่นได้เนื่องจากปัญหามลพิษและข้อกำหนดทางกฎหมาย”นายอิศเรศกล่าวว่า

-โวยรัฐเมินข้อเสนอโซลาร์ช่วยปปช.
นายอิศเรศ กล่าวว่า สำหรับ 5 ข้อเสนอของกกร. ประกอบด้วย 1.ตรึงราคาค่าไฟฟ้าในกลุ่มบ้านอยู่อาศัย โดยต้องไม่ผลักภาระต้นทุนส่วนเพิ่มมาให้เป็นภาระของผู้ใช้ไฟฟ้าส่วนที่เหลือ แต่ภาครัฐควรหางบประมาณจากส่วนอื่นมาช่วยเหลือกลุ่มบ้านอยู่อาศัยแทน 2.ขยายเพดานหนี้ 2 ปี ให้ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ด้วยการเพิ่มเพดานเงินกู้เฉพาะกิจ จัดสรรวงเงินให้ยืม และชะลอการส่งเงินรายได้เข้าคลัง เนื่องจากภาระต้นทุนค่าเชื้อเพลิงและค่าซื้อไฟฟ้าที่ กฟผ. ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจ รับภาระแทนประชาชนไปก่อนนั้น เป็นการสมควรและอยู่ในวิสัยที่ภาครัฐจะบริหารจัดการให้ กฟผ. สามารถเพิ่มการรับภาระได้มากขึ้น และยาวนานขึ้นได้มากกว่า 2 ปี

3.ปรับโครงสร้างค่าไฟฟ้า โดยขอให้มีการปรับค่าไฟฟ้าโดยอัตโนมัติแบบขั้นบันได เพื่อลดผลกระทบต่อผู้ประกอบการและการนำค่าไฟฟ้าส่วนเพิ่มครั้งนี้ มาหักค่าใช้จ่ายหรือลดหย่อนภาษีได้ 2-3 เท่า เพื่อแบ่งเบาภาระให้ผู้ประกอบการ และส่งเสริมให้ผู้ประกอบการมีการปรับตัวหรือบริหารจัดการพลังงาน อาทิ การปรับกระบวนการผลิตให้มาใช้ไฟฟ้าในช่วง Off-Peak(ช่วงไฟฟ้ามีราคาถูก) มากขึ้น 4.ส่งเสริมการติดตั้งโซลาร์เซลล์เพื่อใช้เองให้มากขึ้น โดยเน้นการใช้พลังงานจากแสงอาทิตย์ เป็นการชั่วคราวในช่วงวิกฤตพลังงาน และสามารถขายไฟฟ้าที่ผลิตได้ส่วนเกินกลับให้การไฟฟ้า และ 5.มีส่วนร่วมกับภาคเอกชนในด้านพลังงานให้มากขึ้น โดยเสนอให้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนด้านพลังงาน (กรอ. ด้านพลังงาน)

“จาก 5 ข้อของเอกชน นำไปสู่ 3 ข้อจากภาครัฐ แต่เอกชนพบว่า รัฐบาลยังไม่ตอบรับข้อเสนอเอกชน ข้อ 1 คือ การหางบประมาณจากส่วนอื่นมาช่วยเหลือกลุ่มบ้านอยู่อาศัยแทน ไม่ใช่โบนภาระเอกชน และข้อ 4 ส่งเสริมการติดตั้งโซลาร์เซลล์เพื่อใช้เองให้มากขึ้น 2 เรื่องนี้กลับไม่มีการพูดถึงเลย ดังนั้นในการประชุมกรอ.พลังงาน ส.อ.ท.จะยังคงผลักดัน 5 ข้อเสนอ โดยเฉพาะข้อ 1 และ ข้อ 4 เพราะเป็นเรื่องจำเป็น เป็นประโยชน์กับคนไทย และเป็นธรรมกับทุกภาคส่วน”นายอิศเรศกล่าว

 

 

อ่านข่าวน่าสนใจ