“เสถียร” เดินเกมรุก ขยายร้านถูกดีฯ 8 พันร้าน กวาดยอดขาย 4 หมื่นล้าน ภายในปีนี้

25.01.23 | 21:03 น.

“เสถียร” เดินเกมรุก ขยายร้านถูกดีฯ 8 พันร้าน กวาดยอดขาย 4 หมื่นล้าน ภายในปีนี้

นายเสถียร เสถียรธรรมะ ประธานกรรมการ บริษัท คาราบาวกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) และประธานกรรมการ บริษัท ทีดี ตะวันแดง จำกัด เปิดเผยในงานแถลงข่าว “ทิศทางร้านถูกดี มีมาตรฐาน ปี 2566 เปิดแผนพลิกโฉมโลกค้าปลีกในประเทศไทย” ว่า บริษัทมีวิสัยทัศน์ในการสร้างเครือข่ายร้านค้าปลีกของชุมชน โดยชุมชน เพื่อชุมชน ด้วยแนวคิดที่ว่า “โชห่วยก็รวยได้” ซึ่งปัจจุบันมีร้านค้าที่เข้าร่วมเป็น ร้านถูกดี มีมาตรฐาน ทั้งหมดมากกว่า 5,000 ร้านค้า โดยรูปแบบการดำเนินธุรกิจระหว่าง บริษัทฯ และ ผู้ดำเนินการร้านค้า คือ ทางบริษัทฯ จะเป็นผู้ลงทุนให้ในส่วนของสินค้าทุกชนิดและอุปกรณ์ทั้งหมดภายในร้าน ซึ่งรวมมูลค่าต่อร้านค้าเกือบ 1 ล้านบาท และทางผู้ดำเนินการต้องลงทุนในส่วนของการปรับปรุงร้านค้าให้ได้ตามมาตรฐานและเงินค้ำประกันสัญญา 2 แสนบาท ซึ่งรูปแบบธุรกิจนี้เกิดขึ้นจากการที่บริษัทต้องการที่จะแก้ปัญหาของร้านโชห่วยส่วนใหญ่ในประเทศที่มีเงินทุนในการซื้อสินค้าจำกัด ทางบริษัทจึงได้เป็นผู้ออกทุนในส่วนนี้เอง

นายสเถียร กล่าวว่า ในปีนี้เรามีเป้าหมายที่จะขายให้ได้ 4 หมื่นล้าน การที่เรามีร้านค้าจำนวนมากในจำนวน 5,000 ร้านอยู่ที่ภาคอีสานไปแล้วกว่า 3,000 ร้านค้า จะเห็นได้ว่าผู้คนรู้จักแบรนด์ของเรา และมีการปรับปรุงพัฒนามาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของตัวสินค้าและการจัดส่ง หากถามว่า จุดแข็งของเราคือ ความรู้ มีทุน โดยเราได้จับมือกับธนาคารกสิกร ที่ได้ร่วมลงทุนกับเรา ถึงอย่างนั้นนอกจากเรื่องของเงินทุน เรามีองค์ความรู้มีอะไรต่าง ๆ ส่วนในเรื่องของหลักประกันก็จะเป็นเงินสดที่นำไปค้ำไว้กับธนาคาร แต่ถ้าหากพาร์ทเนอร์อยากจะเปลี่ยนเป็นซื้อพันธบัตรทางเราก็ไม่ได้ติดขัด ในเรื่องขออายุคนที่มาเป็นพาร์ทเนอร์กับเราในระยะต้น ๆ ส่วนใหญ่จะอยู่ในช่วงอายุ 50-60 ปี ส่วนในเรื่องคู่สัญญาคือ 3 ปี เมื่อครบแล้วก็สามารถต่อได้อีก 3 ปี หากทั้งสองฝ่ายยินยอมจะต่อสัญญา โดยทางเรามีเป้าหมายเดียว คือ ต้องทำให้ร้านค้าขายดี เพราะว่าธุรกิจจะเติบโตได้ก็ต่อเมื่อมีร้านค้าจำนวนมากและร้านค้าทุกร้านต้องขายดี

อ่าน ‘เสถียร’ แจงปมปิดร้านถูกดีฯในเชียงรายเหตุไม่ส่งรายได้ โอดทำธุรกิจค้าปลีกยังโดนไอโอใส่ร้าย

“ปัญหาของถูกดีหากนับเป็นเปอร์เซ็นต์ คงตอบได้ว่าประมาณ5% ซึ่งใน 5% นั้นของร้านที่ปิดไป ประมาณ 90% ก็คือเรื่องเงิน อีก 10% คือ ขายไม่ดี ซึ่งสาเหตุมาจากการที่คู่สัญญาเปิดแล้วไม่ได้ทำเองจึงขายไม่ดี ถ้ามันเป็นปัญหาเรื่องของทำเลมันจะไม่ยากเพราะว่าเรามีทีมงานที่พร้อมจะลงไปช่วยเหลือ ทุกร้านเราให้เหมือนกันหมด ให้สินค้า อุปกรณ์ และการจัดส่งสินค้า จัดโปรโมชั่น กิจกรรมส่งเสริมการขายต่าง และที่สำคัญเมื่อเขามาลงทุนกับเรา พาร์ทเนอร์ไม่ต้องแบกรับความเสี่ยงเลย ขอแค่ให้ทำตรงไปตรงมา” นายสเถียร กล่าว

เป้าหมาย 4 หมื่นล้านบาท ณ ตอนนี้เรามีอยู่ 5,000 กว่าร้านค้า คาดว่าปีนี้เราน่าจะเปิดได้อย่างน้อย 8,000 ร้านค้า แต่ถึงแม้ว่าสัดส่วนร้านค้าของเรากว่า 60 % อยู่ที่ภาคอีสาน แต่ถึงอย่างนั้น กลุ่มที่ขายดีที่สุดก็ยังเป็น ภาคกลาง กรุงเทพฯและปริมณฑล เพราะว่าความหนาแน่นของคนมีมากกว่า ดังนั้นหากเราเปิดได้ 8,000 ร้านค้า ปกติแล้วร้านหนึ่งถ้าเราดูยอดเฉลี่ยในหนึ่งปีจะขายได้เฉลี่ยประมาณ 6 ล้านบาท แต่ในความเป็นจริงไม่ได้เป็นแบบนั้นเสมอไป ทางเราจึงประเมินไว้ที่ 4 หมื่นล้านบาท เชื่อว่าถ้าสามารถขยายได้จนมี 8,000 – 10,000 ร้าน ณ ขณะนั้น เราน่าจะไม่ขาดทุนแล้ว ส่วนในตลาดทางภาคใต้ทางเราก็มีทีมเข้าไปทำการศึกษาอยู่เรื่อย ๆ ยังไงก็ต้องลงไปทำ เพียงแต่ยังไม่ใช่ปีนี้ เพราะเรายังไม่ค่อยเข้าใจสินค้าชุมชนในภาคใต้ แต่ในภายในปีนี้คงต้องทำบ้างแต่ยังไม่ไปสร้างคลังสินค้าเพราะมองว่ายังเสี่ยงเกินไป

Advertisement