เปิดชื่อ 10 อุตสาหกรรม ตัวดึงโดนแฮก ‘แบงก์’ ยังครองใจ เหวอ! ‘ภาคผลิต-ค่ายมือถือ’ ตามติดๆ
เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ นายกิตติ โฆษะวิสุทธิ์ ผู้จัดการบริหารความมั่นคงปลอดภัยด้านสารสนเทศและความปลอดภัยไซเบอร์ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ในฐานะที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ ศูนย์ประสานงานด้านความมั่นคงปลอดภัย เทคโนโลยีสารสนเทศภาคธนาคาร (TB-CERT) เปิดเผยว่า จากแนวโน้มภัยไซเบอร์ที่มีทิศทางเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง พบว่ายังมีวิธีกลโกงใน 5 รูปแบบด้วยกัน ได้แก่ 1.แรนซัมแวร์ หรือการโจมตีข้อมูลเพื่อเรียกค่าไถ่ ไม่ว่าจะเป็นเงิน หรือคริปโตเคอร์เรนซี เป็นต้น ซึ่งจากเดิมจะเป็นการโจมตีในองค์กร และเปลี่ยนเป็นบุคคลแทน
ทั้งนี้ หากดูข้อมูล 10 อุตสาหกรรมที่ถูกโจมตีทั้งหมด 1,901 ครั้ง พบว่า กลุ่มสถาบันการเงิน ยังเป็นอันดับ 1 ของการถูกโจมตีมากที่สุดเฉลี่ยอยู่ที่ 308 ครั้ง 2.ภาคการผลิต อยู่ที่ 182 ครั้ง 3.ภาคเทเลคอม-การสื่อสาร อยู่ที่ 70 ครั้ง 4.ด้านสุขภาพ อยู่ที่ 42 ครั้ง และ 5.หน่วยงานภาครัฐ จำนวน 41 ครั้ง
นายกิตติ กล่าวว่า ส่วนรูปแบบการโจรกรรม 2.การขโมยข้อมูลตัวตนหรือปลอมเป็นเจ้าของบัญชี (Identity) โดยการขโมยข้อมูลส่วนตัวเพื่อการขโมยเงินได้ง่ายขึ้น 3.การหลอกลวงผ่านสื่อสังคมออนไลน์ (Social Engineering) โดยเฉพาะแพลตฟอร์มโซเซียลต่างๆ ผ่านเทคนิคการหลอกลวงแบบเดิม คือ การส่งฟิชชิ่ง (Phishing) การหลอกลวงทางอินเตอร์เน็ต หรือหลอกให้คลิกลิงก์เพื่อหลอกเอาข้อมูลส่วนตัว
4.Vulerability Exploitation การใช้ช่องโหว่ของระบบที่ไม่ได้ถูกแก้ไขในการโจมตี เช่น การใช้วิธีรีโมท แอคเซส คือวิธีการเข้าถึงคอมพิวเตอร์ และเครือข่ายจากระยะทางไกล โดยอาจจะส่งผ่าน SMS ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องติดตาม และ 5. 3rd Party หรือเรียกว่าบุคคลที่ 3 ซึ่งมีวิธีการเชื่อมโยงระบบหลังบ้านกับหน่วยงานอื่น เช่น การสั่งสินค้า จะต้องเชื่อมกับขนส่งโลจิสติกส์ เป็นต้น ซึ่งหากหน่วยงานใดที่ถูกโจรกรรมจะสามารถโจรกรรมข้อมูลของอีกหน่วยงานที่มีการเชื่อมต่อกัน
“แนวโน้มภัยไซเบอร์ปีนี้ เรายังมองว่า รูปแบบยังอยู่ 4-5 กลโกงนี้ ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญและเกิดขึ้นต่อเนื่อง แต่รูปแบบการโจรกรรมจะทำผ่าน Internet Banking มาเป็น Mobile Banking มากขึ้น เพราะส่วนหนึ่งลูกค้าหันมาทำธุรกรรมผ่านโมบายแบงกิ้งมากขึ้น” นายกิตติ กล่าว
ทั้งนี้ พบว่ากรณีที่เกิดการโจรกรรมจะอยู่ในต่างจังหวัดมากขึ้น เพราะคนต่างจังหวัดยังเข้าใจเรื่องโจกรรมน้อยกว่าหรือรับข้อมูลได้น้อยกว่า รวมถึงขั้นตอนการแจ้งความตำรวจทำได้ช้าและนานกว่า ประกอบกับคนในต่างจังหวัดมีเงินสดไว้ในบัญชี ซึ่งไม่เหมือนกับคนในกรุงเทพฯ ที่ลงทุนในกองทุน
ข่าวน่าสนใจอื่น:
- แฟนช็อก คาราบาวเล่น บัวลอย ไม่จบ จู่ๆหิ้วปีก ‘น้าแอ๊ด’ ลงจากเวที
- ‘อาทิตย์ ริว’ อดีตซุปเปอร์สตาร์ยุค 90 เปิดใจทั้งน้ำตากลายเป็นคนไร้บ้าน ครอบครัวพัง
- ปลัดมหาดไทย เซ็นแต่งตั้งโยกย้าย ข้าราชการประเภทอำนวยการ ระดับสูง กรมการพัฒนาชุมชน 10 ราย
- ทอท.ฟ้องล้มละลาย-จัดการทรัพย์ ‘สมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์’ คดีปิดสนามบิน
- ‘ประจักษ์ชัย-เอ๋ มิรา’ เผยนายห้างดังวงการเพลงอินดี้ ถูกตัดสินจำคุก 8 ปี คดีพรากผู้เยาว์

