แนะ 8 ข้อต้องทำ! ดักทาง ‘มิจฉาชีพ’ หลอกดูดเงินเกลี้ยงบัญชี
นายกิตติ โฆษะวิสุทธิ์ ผู้จัดการบริหารความมั่นคงปลอดภัยด้านสารสนเทศและความปลอดภัยไซเบอร์ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ในฐานะ ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ ศูนย์ประสานงานด้านความมั่นคงปลอดภัย เทคโนโลยีสารสนเทศภาคธนาคาร (TB-CERT) เปิดเผยว่า ปัจจุบันมิจฉาชีพได้พยายามหลอกล่อด้วยรูปแบบและวิธีการใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อล่อลวงเอาข้อมูลสำคัญจากผู้ใช้บริการโมบายแบงก์กิ้งและอินเทอร์เน็ตแบงก์กิ้ง
โดยก่อนจะทำโจรกรรม มิจฉาชีพจะหลอกลวงเหยื่อให้ติดตั้งแอพพลิเคชันแฝงมัลแวร์ (Malware) ลงในโทรศัพท์มือถือที่ทำให้มิจฉาชีพสามารถเข้าถึงและควบคุมการสั่งงานโทรศัพท์แทนเจ้าของเครื่อง เพื่อเข้าถึงรหัสการเปิดใช้งานแอปพลิเคชันทางการเงินและกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ โดยที่มิจฉาชีพสวมรอยโอนเงินออกจากบัญชีโดยที่เจ้าของบัญชีไม่ทันรู้ตัว หรือที่มักเรียกว่า ‘ถูกดูดเงินจนเกลี้ยงบัญชี’
นายกิตติ กล่าวว่า เพื่อป้องกันการถูกโจรกรรมข้อมูลลักษณะดังกล่าว จึงได้แนะ 8 พฤติกรรมปลอดภัย เพื่อไม่ให้ตนเองตกอยู่ในความเสี่ยงจากการถูกโจรกรรมข้อมูลหรือดูดเงินออกจากบัญชี ดังนี้ 1.อุปกรณ์ปลอดภัย-ห้ามใช้โทรศัพท์มือถือที่ไม่ปลอดภัยมาทำธุรกรรมทางการเงิน อาทิ เครื่องที่ถูกปลดล็อก (root/jailbreak) หรือใช้เครื่องที่มีระบบปฏิบัติการล้าสมัย และตั้งล็อคหน้าจอ 2.ตัวตนปลอดภัย-ไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนตัวในสื่อสาธารณะเกินความจำเป็น 3.รหัสปลอดภัย-ตั้งค่ารหัส (Password) ที่ไม่ง่ายเกินไป ไม่ซ้ำกับรหัสการใช้ทั่วไป และไม่บอกผู้อื่น
4.สื่อสารปลอดภัย-ไม่ให้ข้อมูลส่วนตัวกับคนแปลกหน้า และไม่แสดงตัวก่อน หากถูกถามให้ตรวจสอบคู่สนทนาให้แน่ชัด 5.เชื่อมต่อปลอดภัย-ไม่ทำธุรกรรมทางการเงินผ่านสัญญาณ Wi-Fi สาธารณะ หรือฟรี
6.ดาวน์โหลดหรือติดตั้งโปรแกรมจากแหล่งที่ได้รับรองโดยผู้พัฒนาระบบปฏิบัติการ (Official Store) เช่น เพลย์สโตร์ (Play Store) หรือแอพพ์สโตร์ (App Store) เท่านั้น โดยไม่คลิกจากลิงก์ และตรวจเช็กการอนุญาต หรือ Permission ของแอพพลิเคชันและสังเกตการขออนุญาตเข้าใช้งานอุปกรณ์หรือข้อมูลที่ไม่สัมพันธ์สอดคล้องวัตถุประสงค์การใช้งานและกับประเภทการทำงานของแอปพลิเคชัน
7.มีสติรอบคอบก่อนการทำธุรกรรมทุกครั้ง อ่านข้อความที่ขึ้นเตือนบนเครื่องโทรศัพท์มือถือให้ถี่ถ้วน ไม่คลิกลิงก์จาก SMS, แชต หรืออีเมลที่ถูกส่งมาจากแหล่งที่ไม่รู้จักหรือไม่น่าเชื่อถือ และ 8.ศึกษาและติดตามข่าวสารการใช้งานเทคโนโลยีเป็นประจำสม่ำเสมอ โดยหมั่นตรวจเช็กการตั้งค่า ไม่ให้ติดตั้งแอปพลิเคชันที่ไม่รู้จัก (Install unknown apps) และใช้งาน Anti-virus software
“อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นผู้ใช้งานต้องระมัดระวังให้มากขึ้น คอยตรวจสอบการทำงานและการเข้าถึงข้อมูลของแอพพ์ในโทรศัพท์มือถือ และอัพเดตแอพพ์ให้เป็นเวอร์ชันล่าสุดอยู่เสมอ รวมถึงช่วยดูแลเป็นหูเป็นตาการใช้งานโทรศัพท์ของผู้สูงอายุ ซึ่งอาจเผลอกดลิงก์ที่ไม่ปลอดภัยโดยไม่ตั้งใจ เพื่อป้องกันตัวเองและคนใกล้ตัว ไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของโจรไซเบอร์” นายกิตติ กล่าว
ข่าวน่าสนใจอื่น:
- แฟนช็อก คาราบาวเล่น บัวลอย ไม่จบ จู่ๆหิ้วปีก ‘น้าแอ๊ด’ ลงจากเวที
- ‘อาทิตย์ ริว’ อดีตซุปเปอร์สตาร์ยุค 90 เปิดใจทั้งน้ำตากลายเป็นคนไร้บ้าน ครอบครัวพัง
- ปลัดมหาดไทย เซ็นแต่งตั้งโยกย้าย ข้าราชการประเภทอำนวยการ ระดับสูง กรมการพัฒนาชุมชน 10 ราย
- ทอท.ฟ้องล้มละลาย-จัดการทรัพย์ ‘สมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์’ คดีปิดสนามบิน
- ‘ประจักษ์ชัย-เอ๋ มิรา’ เผยนายห้างดังวงการเพลงอินดี้ ถูกตัดสินจำคุก 8 ปี คดีพรากผู้เยาว์

