นายจ้างพร้อม แล้ววัยรุ่น Y2K พร้อมมั้ย! โดนหักประกันสังคม เพิ่มเป็น 1,150 บาท
กรณี สำนักงานประกันสังคม (สปส.) เชิญชวนนายจ้าง และผู้ประกันตน มาตรา 33 ร่วมแสดงความคิดเห็น “ร่างกฎกระทรวงกำหนดค่าจ้างขั้นต่ำและขั้นสูงสุด ที่ใช้เป็นฐานในการคำนวณเงินสมทบกองทุนประกันสังคม พ.ศ. …” ในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2566 เพื่อปรับปรุงเพดานค่าจ้างขั้นสูง ที่ใช้เป็นฐานในการคำนวณเงินสมทบของผู้ประกันตนมาตรา 33 ให้ได้รับประโยชน์เพิ่มขึ้น และมีความเหมาะสม
โดยประเด็นสำคัญ ของร่างกฎกระทรวงฉบับดังกล่าว จะกำหนดค่าจ้างขั้นต่ำและขั้นสูงที่ใช้เป็นฐานในการคำนวณ เงินสมทบกองทุนประกันสังคม โดยจะมีการปรับฐานสูงสุดอยู่ที่ 15,000 บาท อย่างค่อยเป็นค่อยไป สูงสุดไม่เกิน 23,000 บาท กำหนดอัตราใหม่ ตามกรอบเวลาแบบขั้นบันได 3 ระยะ ประกอบด้วย
- ระยะที่ 1 ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2567 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2569 จำนวนไม่ต่ำกว่าเดือนละ 1,650 บาท และไม่เกิน 17,500 บาท จะจ่ายประกันสังคมสูงสุดที่ 875 บาท
- ระยะที่ 2 ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2570 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2572 จำนวนไม่ต่ำกว่าเดือนละ 1,650 บาท และไม่เกิน 20,000 บาท จะจ่ายเงินประกันสังคมสูงสุดที่ 1,000 บาท
- ระยะที่ 3 ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2573 เป็นต้นไป จำนวนไม่ต่ำกว่าเดือนละ 1,650 บาท และไม่เกิน 23,000 บาท จะจ่ายเงินประกันสังคมสูงสุดที่ 1,150 บาท
ข่าวที่เกี่ยวข้อง: สปส.เปิดรับฟังความเห็น ปรับเพดานใหม่เงินสมทบประกันสังคม สูงสุด 1,150 บาท
นายธนิต โสรัตน์ รองประธานสภาองค์การนายจ้างผู้ประกอบการค้าและอุตสาหกรรมไทย (อีคอนไทย) เปิดเผยกับ ‘มติชนออนไลน์’ ว่า ส่วนตัวเห็นด้วยกับการปรับเพดานเงินสมทบประกันสังคมใหม่ โดยจะมีการหารือในฐานะประธานสภาแรงงานแห่งชาติ ร่วมกับสำนักงานประกันสังคม ที่กระทรวงแรงงาน ในวันที่ 15 กุมภาพันธ์นี้ โดยจะสอบถามรายละเอียดการคิกออฟในหลายโครงการ ซึ่งการปรับเพดานเงินสมทบประกันสังคมใหม่ เพื่อช่วยเสริมสภาพคล่องให้แก่กองทุนนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่ง หลังจากได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ผ่านมา
“สำหรับลูกจ้าง ในอีก 2-3 ปีข้างหน้าอาจมีการปรับขึ้นเงินเดือน 200-300 บาท การจ่ายประกันสังคมเพิ่มเพียง 10 บาท/วัน เพื่อแลกมากับสิทธิประโยชน์ต่างๆ ที่เพิ่มขึ้นถือว่าคุ้มค่า ส่วนนายจ้าง อย่างเอสเอ็มอีที่มีแรงงานไม่เกิน 500 คน ก็จ่ายเงินสมทบคิดเป็น 5,000 บาทต่อวัน ถือว่าโอเค และไม่เป็นการเพิ่มภาระมากเกินไป แต่ประกันสังคมเองต้องตอบให้ได้ว่า เมื่อรับเงินไปแล้วจะนำไปเพิ่มสิทธิประโยชน์ให้แก่ผู้ประกันตนอย่างไรและด้านใดบ้าง โดยอาจจะต่อยอดจากสิทธิประโยชน์เดิม หรือเพิ่มเติมสิ่งใหม่ให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้ประกันตนในปัจจุบันมากขึ้น เช่น การเพิ่มวงเงินการตรวจสุขภาพประจำปี เป็นต้น” นายธนิต กล่าว
นายธนิต กล่าวว่า นอกจากนี้ กรณีลูกจ้างลาออก หรือสิ้นสุดสัญญาจ้างงาน ยังทราบว่า สำนักงานประกันสังคมจะมีการจัดเก็บเงินชดเชยวงเงินของลูกจ้าง แต่ละคนให้ได้ 25% แล้วให้นายจ้างจ่ายสมทบ เพื่อป้องกันบทเรียนครั้งการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่หลายบริษัทเจ๊ง ปิดตัวลง นายจ้างหนีและไม่จ่ายเงินสมทบให้ลูกจ้าง จนสำนักงานประกันสังคมต้องเป็นผู้รับผิดชอบ
“เรื่องนี้หากทำได้จริง ควรเก็บในอัตราที่เป็นค่อยเป็นค่อยไป เพราะจ่ายก้อนเดียวจะเป็นภาระที่หนักมาก จึงยังไม่เห็นด้วย แต่จะขอหารือกับประกันสังคมเพื่อทราบในรายละเอียดก่อน จึงเสนอข้อคิดเห็น” นายธนิต กล่าว
ข่าวน่าสนใจอื่น:
- กรมบังคับคดี ชี้แจงกรณีเป็นหนี้แค่ 5 แสนบาท ถูกบังคับขายที่ดินใช้หนี้กว่า 11 ไร่
- แต่งตั้งโยกย้าย ‘รองผกก.-สารวัตร’ ตร.ภูธร ทั่วประเทศ 594 นาย
- สาธุ๊! เบบี๋สวดมนต์อยู่ดีๆ นึกท่อนต่อไปไม่ออก เข้าบท ‘ทรงอย่างแบด’ อย่างไว (มีคลิป)
- คนเช่าบ้านลด เจ้าของแห่เทขายคอนโดฯมือสอง-ทาวน์เฮาส์ ราคาต่ำกว่า 5 ล้านพุ่ง
- เจ้าอาวาสแจง สั่ง ป้ายปิดห้ามเข้าจริง แค่เตือนสติคนดี ชาวบ้านเผย มีปัญหากันมาตลอด

