ปลัดคลัง เปิดแนวคิด จ้างเอาท์ซอร์ส วางระบบ เร่งจ่ายเคลม โควิด “เจอ จ่าย จบ” จากเดือนละ 300 ราย เพิ่มขึ้นเป็น หมื่นรายต่อเดือน
นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) กล่าวว่า ขณะนี้ กองทุรประกันวินาศภัย ภายใต้ คปภ. ได้ดำเนินการจ่ายเคลมประกันโควิด “เจอ จ่าย จบ” สำหรับบริษัทประกันภัยที่ถูกเพิกถอนใบอนุญาต ไปแล้วประมาณ 5 พันราย จากหลายหมื่นรายที่ยื่นขอเคลมเข้ามา ซึ่งสาเหตุที่การพิจารณาจ่ายเคลมล่าช้า เนื่องจากกองทุนประกันวินาศภัยขาดบุคลากรในการดูแลเรื่องนี้
“ผมในฐานะประธาน คปภ.จะเร่งวางระบบการจ่ายเคลมประกันโควิด “เจอ จ่าย จบ” ให้รวดเร็วยิ่งขึ้น โดยการจ้าง เอาท์ซอร์สจากภาคเอกชนที่มีระบบการพิจารณาการเคลมประกันภัย เข้ามาช่วย เพื่อให้ระบบการเคลมทำได้รวดเร็วขึ้น จากปัจจุบันที่จ่ายเคลมได้ราวเดือนละ 300 ราย น่าจะสามารถเพิ่มขึ้นเป็น หมื่นรายต่อเดือน” นายกฤษฎา กล่าว
นายกฤษฎา กล่าวว่า ปัจจุบันกองทุนประกันนาศภัย มีเงินกองทุนประมาณ 6-7 พันล้านบาท ซึ่งขณะนี้ยังเพียงพอที่จะจ่ายเคลมประกันโควิด แต่อย่างไรก็ตามในอนาคตคงจะต้องเพิ่มเงินในกองทุน ซึ่งอาจจะขอกู้จากสถาบันการเงินหรือ ออกเป็นพันธบัตร รวมถึงนำเงินกองทุนของ คปภ.มาเติมในกองทุนประกันวินาศภัยไปพลางก่อนก็ได้ ทั้งนี้ยังระบุไม่ได้ว่า ยอดการเคลมประกันภัยโควิดจะสูงเท่าไหร่ เนื่องจากต้องรอการตรวจสอบเอกสารที่ยื่นขอเคลมเข้ามา แต่อยู่ในระดับหลายหมื่นล้านบาท
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ปัจจุบันมี 4 บริษัทประกันภัย ที่รับประกันภัยโควิดแบบเจอจ่ายจบ และมียอดเคลมสูง และถูกเพิกถอนใบอนุญาต คือ บมจ.เอเซียประกันภัย 1950 บมจ.เดอระวันประกันภัย บมจ.ไทยประกันภัย และ บมจ.อาคเนย์ประกันภัย ทั้งนี้บริษัทประกันวินาศภัยที่ถูกเพิกถอนใบอนุญาต กองทุนประกันวินาศภัย จะเข้ามาทำหน้าที่เป็นผู้ชำระบัญชี โดยกองทุนประกันวินาศภัย มีรายได้จากการนำส่งเงินจากบริษัทประกันภัย ที่ต้องนำส่งเข้ากองทุนในอัตรา 0.25 % ของเบี้นประกันภัยที่บริษัทได้รับ
สำหรับปัญหาของการกู้เงินเพื่อเสริมสภาพคล่องในกองทุนประกันวินาศภัย คือเครดิตของกองทุน เนื่องจากหากต้องกู้เงินจากสถาบันการเงิน เพื่อเสริมสภาพคล่อง ในการจ่ายเคลมโควิด ที่อาจมียอดเคลมหลายหมื่นล้านบาท ภาระการชำระหนี้เงินกู้ของกองทุน อาจใช้เวลานานถึงกว่า 60 ปี เนื่องจากกองทุนได้รับเงินจากบริษัทประกันภัย เพียงปีละ500-600 ล้านบาทเท่านั้น
ขณเดียวกัน รายงานจากสภาองค์กรของผู้บริโภค (สอบ.) ระบุว่า ปัญหาที่ประชาชนร้องเรียนมามากที่สุดในปี 2565 คือ ปัญหาการเคลมโควิดที่ล่าช้า โดยสภาได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนทั้งหมด 1.54 หมื่นเรื่อง โดยในจำนวนนี้เป็นปัญหาด้านการเงินการธนาคารจำนวน 7,441 เรื่อง คิดเป็น 48% และรายละเอียดส่วนใหญ่ที่เรื่องร้องเรียนที่เกี่ยวกับการเงินการธนาคารนั้น เป็นปัญหาการถูกปฏิเสธการเคลมประกันโควิด
อ่านข่าวน่าสนใจ:
- มะระผัดไข่-แกงล้นถ้วยเอฟเฟ็กต์ ‘การบินไทย’ น้อมรับคำติชม ยินดีปรับการจัดวาง
- รุมดีดปาก ‘วันชัย’ พิษท้าชนแลนด์สไลด์ยื้อนายกฯ ‘พท.-ก้าวไกล-อจ.’ ถล่ม-ส.ว.โต้ความเห็นส่วนตัว
- ศาลปกครองนครราชสีมา พิพากษาเพิกถอนโฉนดที่ดินเกือบ 2 พันไร่

