อธิบดีกรมโรงงานฯ ลงพื้นที่ยึดกรดซัลฟูริก 126,000 กิโลกรัม หวั่นผลิตยาเสพติด

29.03.23 | 11:59 น.

อธิบดีกรมโรงงานฯ เอาจริง ลงพื้นที่ดำเนินคดีผู้นำผ่านไม่ขออนุญาตวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 กรดซัลฟูริก 126,000 กิโลกรัม หวั่นผลิตยาเสพติด

เมื่อวันที่ 28 มีนาคม นายจุลพงษ์ ทวีศรี อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม(กรอ.) ร่วมกับ นายสุรเดช ตรงศิริวิบูลย์ ผู้อำนวยการสำนักงานศุลกากรท่าเรือแหลมฉบัง สำนักงาน ป.ป.ส. กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ศูนย์รักษาความปลอดภัย ด่านอาหารและยาท่าเรือแหลมฉบัง เข้าทำการตรวจสอบและยึดอายัด “กรดซัลฟูริก”หรือ “กรดกำมะถัน” (Sulfuric Acid) ซึ่งเป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 นำผ่านเข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ขออนุญาตจากกรมโรงงานอุตสาหกรรม ปริมาณ 126,000 กิโลกรัม บรรจุอยู่ในตู้คอนเทนเนอร์ 5 ตู้ มูลค่าของกลางกว่า 12.6 ล้านบาท ณ ท่าเรือแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี

บริษัทได้ขนส่ง กรดซัลฟูริก ปริมาณ 126,000 กิโลกรัม บรรจุอยู่ในตู้คอนเทนเนอร์ 5 ตู้ ขนส่งทางเรือจากประเทศอินเดีย มาเข้าด่านศุลกากรแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี (เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2566) เพื่อจะขนส่งทางรถยนต์ต่อไปที่ ด่านศุลกากรแม่สอด จังหวัดตาก และขนส่งต่อไปยังประเทศเมียนมา ซึ่ง กรดซัลฟูริก เป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 ตาม พ.ร.บ.วัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 การนำเข้า ส่งออก หรือนำผ่าน ต้องขออนุญาตจากกรมโรงงานอุตสาหกรรมทุกครั้ง

การลักลอบนำผ่านในครั้งนี้กรมโรงงานอุตสาหกรรมได้ประสานหน่วยงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ เข้าเก็บตัวอย่างสารดังกล่าว ปรากฏว่า เป็น กรดซัลฟูริก 98% ใช้ในอุตสาหกรรมล้างคราบไขมัน ล้างสนิมโลหะ อุตสาหกรรมชุบโลหะ อุตสาหกรรมปรับปรุงคุณภาพน้ำและบำบัดน้ำเสีย และสามารถนำไปใช้ในกระบวนการผลิตยาเสพติดได้ ซึ่งผู้นำผ่านไม่ได้ดำเนินการขออนุญาตก่อนนำเข้ามาแต่อย่างใด

Advertisement

จึงเป็นความผิดในข้อกล่าวหานำของเข้าเพื่อการผ่านแดนโดยหลีกเลี่ยงข้อห้ามข้อกำกัด ตาม พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ. 2560” และ “ไม่ปฏิบัติตาม มาตรา 20/2 วรรคสอง ซึ่งเป็นความผิดตามมาตรา 70/2 แห่ง พ.ร.บ.วัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม” จึงร่วมกันตรวจยึดอายัดกรดซัลฟูริกและตู้คอนเทนเนอร์ ไว้เป็นของกลาง โดยด่านศุลกากรแหลมฉบังเป็นผู้เก็บรักษา และกรมโรงงานฯ จะแจ้งความเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

“ขอเน้นย้ำให้ผู้ประกอบการต้องตรวจสอบข้อมูลสารเคมีว่าจัดเป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 หรือไม่ ก่อนนำเข้า ส่งออก หรือนำผ่าน มาในราชอาณาจักร หากไม่ได้รับอนุญาตจะมีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ”นายจุลพงษ์กล่าว

 

 

 

อ่านข่าวน่าสนใจ: