หน้าแรก เศรษฐกิจ เงินบาทแข็งเล...

เงินบาทแข็งเล็กน้อย หลังดอลล์ขยับกรอบแคบ ตลาดลุ้นผลประชุมเฟดสัปดาห์หน้า

7.06.23 | 09:53 น.
แฟ้มภาพ

เงินบาทแข็งเล็กน้อย หลังดอลล์ขยับกรอบแคบ ตลาดลุ้นผลประชุมเฟดสัปดาห์หน้า

วันที่ 7 มิถุนายน นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ 34.74 บาทต่อดอลลาร์ แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย จากระดับปิดวันก่อนหน้า ที่ระดับ 34.79 บาทต่อดอลลาร์ มองกรอบเงินบาทวันนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 34.65-34.85 บาทต่อดอลลาร์

สำหรับแนวโน้มค่าเงินบาท ในช่วงคืนที่ผ่านมา ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวผันผวน โดยมีจังหวะอ่อนค่าลงบ้าง ทดสอบโซนแนวต้านแถว 34.80-34.90 บาทต่อดอลลาร์อีกครั้ง ตามการแข็งค่าขึ้นของเงินดอลลาร์ แต่เงินบาทก็พลิกกลับมาแข็งค่าขึ้นต่อเนื่อง ตามโฟลว์ธุรกรรมขายทำกำไรทองคำและการย่อตัวลงของเงินดอลลาร์

ยังคงมองโมเมนตัมการอ่อนค่าของเงินบาท แม้จะมีอยู่บ้าง แต่ก็แผ่วลงไปมากพอสมควร ดังจะเห็นได้จากการที่เงินบาทยังไม่สามารถอ่อนค่าทะลุโซนแนวต้าน 34.80-34.90 บาทต่อดอลลาร์ไปได้ไกล ซึ่งทิศทางเงินดอลลาร์ที่เริ่มแกว่งตัว sideway รอลุ้นผลการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) รวมถึงโฟลว์ขายเงินดอลลาร์จากบรรดาผู้ส่งออก ในช่วงที่เงินบาทอ่อนค่าใกล้โซนแนวต้าน ก็เป็นปัจจัยที่ช่วยชะลอการอ่อนค่าของเงินบาทในช่วงนี้

อย่างไรก็ดี เงินบาทอาจยังไม่พลิกกลับมาแข็งค่าขึ้นอย่างชัดเจน เนื่องจากยังขาดปัจจัยหนุนสำคัญ อย่างฟันด์โฟลว์นักลงทุนต่างชาติ ซึ่งล่าสุดไม่เห็นการกลับเข้ามาซื้อสุทธิสินทรัพย์ไทยของนักลงทุนต่างชาติ ทว่า แรงขายโดยนักลงทุนต่างชาตินั้นได้ลดลงไปมากแล้ว ทำให้แนวรับของเงินบาทอาจอยู่ในโซน 34.60-34.70 บาทต่อดอลลาร์

Advertisement

อนึ่ง ควรรอติดตามรายงานข้อมูลยอดส่งออกและนำเข้าของจีนในวันนี้ ซึ่งอาจส่งผลต่อทิศทางตลาดหุ้นจีนและตลาดหุ้นฮ่องกง และส่งผลกระทบต่อเนื่องมายังค่าเงินบาท ผ่านการเคลื่อนไหวของค่าเงินหยวน โดยในช่วงที่ผ่านมานี้ เงินบาทเคลื่อนไหวสอดคล้องกับค่าเงินหยวนจีนเกือบ 70% ซึ่งหากรายงานข้อมูลการค้าของจีนออกมาแย่กว่าคาด ก็อาจกดดันให้เงินหยวนอ่อนค่าลง และส่งผลให้เงินบาทผันผวนอ่อนค่าลงได้เช่นกัน

“ช่วงที่ตลาดการเงินยังเผชิญความไม่แน่นอนของการเมืองไทย รวมถึงทิศทางนโยบายการเงินของบรรดาธนาคารกลางหลัก ผู้ประกอบการควรใช้เครื่องมือป้องกันความเสี่ยงที่หลากหลาย อาทิ Option เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน”นายพูน กล่าว

 

อ่านข่าวเกี่ยวข้อง

นายพูน กล่าวว่า ในฝั่งตลาดค่าเงิน เงินดอลลาร์เคลื่อนไหวผันผวน โดยมีจังหวะแข็งค่าขึ้น เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก หลังเงินยูโรอ่อนค่าลง จากรายงานข้อมูลเศรษฐกิจยูโรโซน อย่าง ยอดค้าปลีก (Retail Sales) ออกมาแย่กว่าคาด อย่างไรก็ดี การปรับตัวขึ้นของเงินดอลลาร์ก็เป็นไปอย่างจำกัด หลังผู้เล่นในตลาดต่างทยอยขายทำกำไรออกมา กดดันให้เงินดอลลาร์ย่อตัวลง โดยล่าสุดดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) ปรับตัวลดลงสู่ระดับ 104 จุด

สำหรับวันนี้ รายงานข้อมูลเศรษฐกิจที่น่าสนใจจะอยู่ที่ฝั่งจีน โดยผู้เล่นในตลาดจะรอจับตาแนวโน้มการฟื้นตัวเศรษฐกิจจีนอย่างใกล้ชิด หลังข้อมูลเศรษฐกิจล่าสุดต่างชี้ว่า เศรษฐกิจจีนฟื้นตัวได้แย่กว่าคาด โดยเฉพาะดัชนีภาคการผลิตอุตสาหกรรม (PMI) ซึ่งตลาดคาดว่าการชะลอตัวลงของภาคอุตสาหกรรมอาจสะท้อนผ่าน ยอดการนำเข้าเดือนพฤษภาคมที่อาจหดตัว -8%y/y

“ส่วนยอดการส่งออกก็อาจหดตัว -2%y/y ตามแนวโน้มเศรษฐกิจคู่ค้าหลักที่ล้วนชะลอตัวลง นอกจากนี้ โมเมนตัมการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีนที่อ่อนแรงลง ทำให้ผู้เล่นในตลาดต่างคาดหวังว่า ทางการจีนและธนาคารกลางอาจจำเป็นต้องออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมในอนาคต”นายพูน กล่าว

ทั้งนี้ และนอกเหนือจากรายงานข้อมูลเศรษฐกิจดังกล่าว ผู้เล่นในตลาดจะรอติดตาม ถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) เพื่อประเมินแนวโน้มการปรับขึ้นดอกเบี้ย หลังล่าสุดอัตราเงินเฟ้อของยูโรโซนชะลอลงมากขึ้น

 

อ่านข่าวน่าสนใจ